พัทยาเดลีนิวส์

02 มีนาคม 2553 :: 14:03:20 pm 8696

กระชากปมขบวนการโกง เย้ยกฎหมาย แก้งค์ภารตะพัทยา

2 นายหน้าธุรกิจซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์สุดแสบ ชาวอินเดีย หลอกยืมเงินไปกว่าสามแสนบาท ทั้งยังร่วมมือกันลักลอบเข้าห้องพัก เพื่อขโมยและทำการปลอมลายเซ็นต์ สวมกรรมสิทธิ์ขายอาคารห้องชุดกว่า 3 ห้อง ฉวยโอกาสลงมือระหว่างที่เจ้าของห้องชุด เดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด เพียงครึ่งค่อนเดือน เมื่อกลับมาทราบข่าว แทบช๊อค เข้าร้องสื่อขอความช่วยเหลือ สองแสบชาวอินเดีย หอบเงินหนีหายไปอย่างลอยนวล
สนใจโฆษณา
เรื่องนี้ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2552 พตท.วัลลภ ได้รับแจ้งความ จากนายรอย ดิทช์ฟิลด์ อายุ 50 ปี สัญชาติ อังกฤษ หนังสือเดินทางเลขที่ 104746401 ว่าได้ถูกนายอัมบัส ราชา สัญชาติอินเดีย หนังสือเดินทางเลขที่ 2460285 และนายชาเจ็ด เอ็ซฟาก เอมัด สัญชาติอินเดีย ร่วมกันขโมยเอกสารไปจากห้องชุดของตน พร้อมทั้งปลอมแปลงเอกสารใบมอบอำนาจ และจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ อาคารห้องชุดของตน

 

. . . . . . . นายชาเจ็ด เอ็ซฟาก เอมัด และภรรยา . . . . . .

นายรอย ดิทช์ฟิลด์ เล่าว่า ตนเองได้จองห้องชุดที่ เอ.ดี.คอนโดมิเนียมไว้จำนวน 3 ห้อง คือห้องเลขที่ 202/3 , 202/5 , 202/18 กับบริษัท เอ.ดี.เฮ้าส์จำกัด และตนได้ผ่อนชำระมาจนครบหมดสัญญา ทางบริษัทฯจึงได้โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั้ง 3 ห้องให้กับตนเอง เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 โดยแบ่งแยกหนังสือเป็น 3 ฉบับ (ฉบับละ 1ห้อง) และตนเองได้ทำการตกแต่งห้องชุดดังกล่าวเพิ่มเติม ทำให้มูลค่าของห้องชุดทั้ง 3 ห้อง มีราคาเพิ่มขึ้น และตนเองได้เก็บเอกสารหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดทั้ง 3 ฉบับไว้ที่ คอนโดสวีท 2 ซอยพัทยาปาร์ค ที่ตนอาศัยอยู่

นายรอย ดิทช์ฟิลด์กล่าวเพิ่มเติมว่าอาคารห้องชุดทั้ง 3 ห้องที่ตนเองซื้อไว้ มีการซื้อขายโดยมีนายชาเจ็ด เอ็ซฟาก เอมัด เป็นนายหน้าในการซื้อขาย ต่อมา ตนเองได้บอกขายคอนโดที่ตนเองอาศัยอยู่ (คอนโดสวีท 2) และได้ฝากกุญแจห้องไว้ที่ผู้จัดการคอนโด เพราะถ้ามีคนสนใจ ผู้จัดการคอนโดจะเป็นคนพาไปดูห้องพักที่ตนบอกขาย ต่อมาตนเองได้เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดกาญจนบุรีตั้งแต่วันที่18 พฤษภาคม 2552 และกลับมาวันที่ 3 มิถุนายน ได้มีเพื่อนโทรมาถามว่า ตนได้ข่าวเรื่องนายชาเจ็ด เอ็ซฟาก เอมัดหนีออกนอกประเทศ หรือไม่ เพื่อนเล่าว่านายชาเจ็ด เอ็ซฟาก เอมัด ได้โกงเงินจากการขายห้องชุดให้กับหลายบริษัทแล้วหลบหนีไป ตนสังหรณ์ใจจึงได้พยายามติดต่อกับนายชาเจ็ด เอ็ซฟาก เอมัด เพราะนายชาเจ็ด ได้ยืมเงินตน กว่าสามแสนบาท ยังไม่ชำระคืน แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้

 

ต่อมาตนเองได้ตรวจสอบเอกสารกรรมสิทธิ์อาคารห้องชุดที่ซื้อไว้หลายห้อง ปรากฏว่าแต่ไม่พบเอกสารห้องชุด 3 ห้องดังกล่าว ตนจึงได้สอบถามผู้จัดการคอนโด ซึ่งบอกกับตนว่าได้มีนายชาเจ็ด เอ็ซฟาก เอมัดขึ้นไปดูห้องของตนเอง โดยตัวผู้จัดการไม่ได้ขึ้นไปด้วย

 

นายรอย ดิทช์ฟิลด์จึงได้จ้างทนายปรึกษาเกี่ยวกับเอกสารกรรมสิทธิ์ห้องชุดของตนที่หายไป หลังจากนั้น 6 สัปดาห์ต่อมา ทางทนายได้นำหนังสือมอบอำนาจที่ปรากฏลายเซ็นของตนเองมอบให้นายอัมบัส ราชา ตนเองดูแล้วว่าไม่ใช่ลายมือของตน จึงได้เข้าแจ้งความพร้อมทั้งทำการตรวจสอบเช็คที่กรมที่ดินปรากฏว่า ห้องชุดทั้ง 3 ห้อง ถูกขายออกไปเมื่อ 17 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา ตนเองจึงเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนายชาเจ็ด เอ็ซฟาก เอมัดและนายอัมบัส ราชา ที่ได้ร่วมกันนำหนังสือกรรมสิทธิ์ออกไปจากห้องพักและสำเนาหนังสือเดินทางของตนเองและได้ร่วมกันปลอมแปลงหนังสือมอบอำนาจให้นายอับบัส ราชา เป็นผู้รับมอบอำนาจ ในการขายห้องชุดของตน

 

ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความดังกล่าวและลงบันทึกประจำวัน พร้อมทั้ง สำรวจหลักฐาน พบว่า มีมูลความผิดจริง และจะได้ออกหมายจับนายชาเจ็ด เอ็ซฟาก เอมัดและนายอัมบัส ราชามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

 

_______________________________________________________________________________

บทความที่เกี่ยวข้อง :

กลโกงที่ดินยอดฮิต และวิธีป้องกัน

การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ประเภท ที่ดิน และ บ้าน เป็นธุรกรรมที่มีมูลค่าสูงมาก จึงมักมีปัญหาทุจริตหลอกลวงเกิดขึ้นเสมอ จนเป็นเหตุให้ผู้ซื้อและผู้ขายที่เป็นสุจริตชนจำเป็นต้องสูญเสียเงินทองไปอย่างไม่น่าเกิดขึ้น

Reporter : วารีนา ปุญญาวัณน์   Photo : DCman   Category : จดหมายถึง บก.

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

กลโกงที่ดินยอดฮิตและวิธีป้องกัน | พัทยาเดลินิวส์ - ข่าวพัทยา คลิกทุกวัน ทันทุกข่าว