พัทยาเดลีนิวส์

25 ธันวาคม 2552 :: 11:12:34 am 913

กระบวนการยุติธรรม ผลประโยชน์ ทำลายล้าง

ที่สุดของความโง่ คือ ฉลาด! เช่นกัน ที่สุดของความฉลาด ก็คือ ความไม่ฉลาด! สิ่งนี้ คือ สัจธรรม นักการเมือง และข้าราชการ ที่ฉลาดสุดๆ หลายครั้ง ก็แสดงอาการ “โง่” ออกมาให้เห็นได้เหมือนกัน ในอดีต! รัฐบาลไทย ซึ่งก็คือ ตัวแทนของคนไทย และประเทศไทย หลักการเบื้องต้นของระบอบประชาธิปไตย คือน้อมรับเสียงส่วนใหญ่
สนใจโฆษณา

บนถนนการเมืองนั้น อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แม้แต่คนที่มีความรู้ มีประสบการณ์ มีความหนักแน่น เจอคนรอบข้างสรรเสริญเยินยอทุกวันๆ เหมือนดังน้ำหยดลงหิน ทุกวันหินมันยังกร่อน แล้วหัวใจของคนจะทนได้ไหวหรือ สุดท้ายก็อดผยองเพราะคนรอบข้างไม่ได้

กระบวนการ ยุติธรรม ควรเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม ควรเป็นตัวเชื่อมกลาง ระหว่างประชาชนต่อประชาชน สร้างความสมานฉันท์ได้ แต่ก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ถูกนำมาใช้ เพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มหนึ่ง และใช้ทำลายล้างคนอีกกลุ่มหนึ่ง

(ตามคำที่ว่า บุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลใดควรดำรงตนอยู่เหนือกลุ่มก้อนการเมืองหรือผลประโยชน์ ก็ต้องดำรงตนอยู่เหนือสิ่งเหล่านั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและ ประชาชน)

“เรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย”ข้อความนี้คงคุ้นหู คุ้นตาคนไทย เพราะ นายกฯ มักจะบอกทุกครั้งที่มีโอกาส”

แต่ น่าสงสัยว่า การแสดงออกในหลายๆ ครั้ง คำว่า “ระบอบประชาธิปไตย” ของนายกฯ หรือพลพรรคประชาธิปัตย์นั้น มีความหมายเดียวกับ คำว่า”ประชาธิปไตย”ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจหรือไม่?โดยเฉพาะในการเลือก”ผบ.ตร .”คนใหม่ ดูเหมือนระบอบ ประชาธิปไตยของนายกฯ อภิสิทธิ์ จะมีนิยามที่ แปร่งอย่างยิ่ง

ตัว ถ่วงที่จะทำให้งานต่างๆ ภาครัฐ หย่อนประสิทธิภาพอย่างมากที่สุด และไม่คุ้มค่าเลย ก็คือความไม่โปร่งใส หรือ การคอรัปชั่น ที่ท่านกล่าวไว้ นั่นแหละครับ

ที่ผ่านมาเราได้เห็นพฤติกรรม และเจตนา ของพรรคการเมืองในทาง ที่น่าสงสัยหลายๆ ประการ แม้จะจับไม่มั่นคั้นไม่ตาย แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายในหลายๆ โครงการ ค่อนข้างน่าเป็นห่วง ดังที่เราได้อ่านข่าวกันไปแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ว่าทำไมพรรคการเมือง จึงจ้องแต่จะหาเงิน หาทองเป็นหลัก?

“เหตุผลใหญ่ มาจากความไม่แน่นอน ว่าจะมีการยุบสภาหรือไม่ บ้างก็ว่าเร็ว บ้างก็ว่าช้า”

พรรค การเมืองทั้งหลาย จึงต้องเตรียมเสบียงกรัง กระสุนดินดำ หรือเงินทองไว้สำหรับการใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้ ทำให้ข่าวคราว ในเชิงสงสัยว่า พรรคนั้น พรรคนี้จะเข้ามาตักตวง หยิบฉวย หรือเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ จากโครงการต่างๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอด

ท่าน นายกรัฐมนตรีซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนรุ่นใหม่ และไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ในเรื่องการทุจริต คิดมิชอบ จะต้องให้ความเอาใจใส่ และป้องกันมิให้ นักการเมืองไม่ว่าพรรคใดก็ตาม ประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่ ประชาชนกำลังตั้งข้อสงสัย เหล่านี้ เป็นอันขาด

อย่าลืม ว่างบประมาณรายจ่าย ของแผ่นดิน ก็คือเงินที่มาจากหยาดเหงื่อของพี่น้องประชาชนชาวไทยนั่นเองโดยเฉพาะอย่าง ยิ่ง จากภาษีอากร ทั้งทางตรง และทางอ้อม ที่ประชาชนจะต้องแบกภาระ ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต ยิ่งเป็นเงินจากการกู้ยืมด้วยแล้ว ยิ่งจะเป็นภาระอันใหญ่หลวงตกไปถึงลูกเรา หลานเราด้วยซํ้า บางครั้งการเรียกว่า “งบประมาณรายจ่าย 2553″ อาจทำให้ นักการเมืองหลงผิด นึกว่าเป็นเงินของรัฐ ที่ลอยมาจากไหนก็ไม่รู้

แต่ ถ้าย้ำเสียว่านี่คือ “หยาดเหงื่อของประชาชน” อันหมายถึงเงินที่ได้มาจากหยาดเหงื่อของคนไทยทั้งชาติ อาจจะทำให้นักการเมืองเข้าใจ อะไรมากขึ้น และมีจิตสำนึกที่ดีมากขึ้น ในการใช้จ่ายเงินก้อนนี้ เชื่อว่าประชาชนทุกคนมีความเป็นห่วง กังวลมาก เป็นพิเศษสำหรับหยาดเหงื่อของเขาในปีนี้

ประเทศไทยเวลา นี้ กำลังมีมลภาวะทางการเมือง เป็นการเมืองมลพิษ เป็นตัวบ่อนทำลายสุขภาวะ ของประเทศชาติอย่างยิ่ง เคลื่อนไหวการเมือง เหมือนเป็นเครื่องตอบสนองตัณหาส่วนตัว ทำเหมือนประเทศชาติเป็นของเล่น ตอดนิด ตอดหน่อย เช่น ปล่อยเชื้อร้าย ออกมาป่วนล่วงหน้า หวังผลทำลาย ภูมิต้านทาน ทางการเมืองของสังคมไทย เพื่อจะฉวยโอกาส คนพวกนี้ จิตใจทำด้วยอะไร? ทำไมต้องทำร้ายประเทศไทย ?

ปัจจัย เศรษฐกิจ ดูจะเป็นเงื่อนไข สั้นที่สุด เพราะคาดว่าอีก 6 เดือนข้างหน้ามาตรการกระตุ้นต่างๆ จะได้ผล แต่เมื่อพิจารณาจาก การวางกติกาใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะใช้เวลา เนิ่นนานพอสมควร และถ้าตั้งโจทย์ว่า “หากยุบสภาแล้ว การเลือกตั้ง จะทำให้ความขัดแย้ง หมดไปหรือไม่ ?”

นั้นหมาย ความว่ารัฐบาลต้องอยู่ครบเทอม เพราะไม่มีทางเลย ที่การเลือกตั้งจะแก้ปัญหาความขัดแย้ง ที่ลงลึกในวันนี้ได้ เงื่อนไขที่ดูเหมือนเปิดกว้าง แต่ข้อเท็จจริงคือปิดตาย แต่มีสัจธรรมการเมือง ที่ต้องยอมรับความจริงว่า ผู้นำมิอาจทำตามที่ตัวเองประสงค์ได้ทั้งหมด

แรงกดดัน จากประชาชน แรงกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาล และแรงกดดันจากฝ่ายค้าน ซึ่ง นายกรัฐมนตรี กำลังเผชิญสิ่งเหล่านี้ แรงกันดัน ที่มีจากหลากเป้าหมาย และต่างวัตถุประสงค์ ประชาชนกดดัน ในฐานะที่ตั้งความหวังไว้สูง พรรคร่วมอาจจะไม่พอใจที่บางโครงการไม่ผ่านตามข้อเสนอ ฝ่ายค้านแน่นอน ต้องการสลับ บริหารประเทศแทน

ขึ้น อยู่กับนายกรัฐมนตรีว่าจะเลือก “ยืน” อย่างไร เอาใจเพื่อต่อลมหายใจให้ตัวเอง ยืนข้างผลประโยชน์ประชาชน เพื่อที่จะกลับมายิ่งใหญ่ในภายหลัง

ปัญหา วิกฤติเศรษฐกิจ ก็ยังไม่ตรงเป้าหมายตามปาก “เจ้ากระทรวงการคลัง” เท่าไหร่ บางโครงการก็ไม่ได้ผล อาทิ เช็คช่วยชาติ ที่รัฐบาลบอกว่า “ดีมาก” แต่ขณะที่ปากท้องของชาวบ้านยัง “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” หลายโรงงานต้องปิดตัว!

โครงการ ไทยเข้มแข็งโครงการที่รัฐบาล สร้างวิมานในอากาศ โดยมีเป้าหมายพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศ ก็ยังน่ากังวล เพราะเม็ดเงินที่สั่งจ่ายไป คุ้มค่ากับหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ สังคมจะได้เห็น “วิมานบนดิน” จริงๆ หรือไม่ หรือสังคมจะเห็นแค่เสาบนดิน เพื่อเป็นที่อยู่ใหม่ ราคาหลายล้าน สำหรับนกมาทำรังเท่านั้น

Reporter : โสรยา   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com