พัทยาเดลีนิวส์

17 มิถุนายน 2557 :: 01:06:15 am 136781

กระสุนไม่มีตา คราวซวยมีจริง!!!

แก๊งโจ๋บางละมุง ยิงถล่มอริ คราวซวยแม่ค้าก๋วยเตี๋ยววัย 28 ถูกกระสุนลูกหลง เจาะร่างกาย จนทนพิษบาดแผลไม่ไหวดับอนาถ!
สนใจโฆษณา

“ปังๆๆๆๆ!”
“อ๊ากกก…..โอ๊ยยย!”
สิ้นเสียงอาวุธปืนพกสั้นแบบออโตเมติก ที่คนร้ายลั่นไกยิงรัวปานข้าวตอกแตก เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของชายวัยรุ่นและหญิงวัยกลางคนก็ดังตามมา ทำเอาบรรดาชาวบ้านร้านรวงย่านตลาดหนองเกตุใหญ่ ติดถนนเลียบทางรถไฟ หมู่ 4 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พากันตกใจสะดุ้งตื่นจากนิทรา เมื่อช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ของวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนรีบสอดส่ายสายตาหาที่มาของเสียงปริศนา?!?

 

“เฮ้ย! มีคนถูกยิง…”
พลันสายตาทุกคู่ต่างหันไปมองดูที่มาของเสียงตะโกน บริเวณร้านขายก๋วยเตี๋ยวแบบรถเข็นที่ตั้งอยู่หน้าอาคารพาณิชย์ ตรงข้ามตลาดสดหนองเกตุใหญ่ และพบร่างชาย-หญิงรวม 2 ราย ถูกอาวุธปืนยิงใส่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงช่วยกันนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพพัทยา ทราบชื่อต่อมาคือ นายเทอดไท มาทอง อายุ 21 ปี ลูกค้าที่ไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยว สภาพถูกกระสุนเจาะเข้าที่ท้อง 1 นัด เบื้องต้นอาการปลอดภัยพ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนคนเจ็บอีกรายชื่อ น.ส.สมพร อุดมศิลป์ อายุ 28 ปี อาชีพแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว ถูกยิงเข้าที่จุดสำคัญของร่างกายจนทนพิษบาดแผลไม่ไหวทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

ปฐมบทของเหตุการณ์นี้อุบัติขึ้นในคืนเดียวกัน ที่ผับแห่งหนึ่งริมถนนพัทยาสาย 3 ย่านพัทยาเหนือ เขตพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองพัทยา เมื่อกลุ่มขาโจ๋รุ่นเล็กวัยไม่เกิน 20 ปี เกิดโคจรมาเจอกับแก๊งขาใหญ่รุ่นพี่ที่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน เลยเปิดศึกตะลุมบอนสาดอาวุธแม่ไม้มวยไทยใส่กันอุตลุด…

 

ผลสุดท้าย…. “ปังๆ”
เสียงปืนดังขึ้น 2 นัดซ้อน ทำเอาทุกคนต่างหยุดชะงัก ก่อนที่ฝ่ายโจ๋รุ่นน้องจะรีบวิ่งจ้ำอ้าวไปขึ้นมอเตอร์ไซค์แล้วสตาร์ทเครื่องบิดคันเร่งเผ่นหนีอย่างสุดชีวิต เพราะถูกรุ่นพี่สอนมวยด้วยการชักอาวุธปืนยิงขู่ขึ้นฟ้า

 

2311 249

 

“แค้นนี้ต้องชำระ!!!”
หลังเหตุการณ์ผ่านไปไม่ทันข้ามคืน เด็กรุ่นน้องที่ถูกกระทำ กลับกลายมาเป็น “ผู้ล่า” พอรู้ว่ากลุ่มขาใหญ่ไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวตรงข้ามตลาดหนองเกตุใหญ่ เขตพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.บางละมุง เลยพากันขับรถ จยย.ซ้อนท้ายไป 2 คัน รวม 4 คน เมื่อเจอเป้าหมาย หนึ่งในนั้นจึงชักอาวุธปืนออกมาหลับหูหลับตายิงใส่ 5 นัด ทำให้ น.ส.สมพร อุดมศิลป์ แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ถูกกระสุนลูกหลงจนเสียชีวิต ส่วนนายเทอดไท มาทอง หนึ่งในกลุ่มคู่อริ ได้รับบาดเจ็บ ตามที่เล่าไปแล้วข้างต้น

 

ทั้ง 2 คดีที่เกิดขึ้นต่างกรรมต่างวาระแต่มีความเกี่ยวพันกันนี้ทาง พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รอง ผบช.ก. รรท.ผบช.ภ.2 ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เลยสั่งการให้ พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รรท.ผกก.สภ.เมืองพัทยา กับ พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผกก.สภ.บางละมุง กำชับให้ตำรวจชุดสืบสวนทั้ง 2 โรงพักเร่งออกหาข่าวเพื่อติดตามจับกุมวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่มมาดำเนินคดีให้ได้

 

ผ่านไปไม่ถึง 24 ชั่วโมง ความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ประสบความสำเร็จ เพราะสามารถจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุได้ทั้ง 2 แก๊งด้วยเวลาอันรวดเร็ว

 

23 24

 

แก๊งแรกเป็นผลงานของตำรวจบางละมุง โดยการนำของ พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผกก.สภ.บางละมุง และ พ.ต.ท.ธนเสฏฐ์ ประชาชัยศรี รอง ผกก.สส. ที่ไล่ตะครุบตัวกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มร้านก๋วยเตี๋ยว ได้ผู้ต้องหารวม 4 คน ประกอบด้วย นายโมทย์ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี มือปืน นายทินกร ประทุมรัตน์ อายุ 19 ปี นายธนบดี วิระกูล อายุ 19 ปี และนายธีระวุฒิ นิยมพงษ์ อายุ 19 ปี เพื่อนในแก๊ง พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก และกระสุนปืนขนาดเดียวกันอีกจำนวนหนึ่ง ขณะกบดานอยู่บ้านเลขที่ 13/32 ซอยมาบสอง-หนองใหญ่ 1 หมู่ 11 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง

 

ส่วนแก๊งขาใหญ่ที่รุมกระทืบเด็กรุ่นน้องและชักปืนยิงขึ้นฟ้าหน้าผับดังย่านพัทยาเหนือ ถูก พ.ต.อ.สุภธีร์ บุญครอง รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รรท.ผกก.สภ.เมืองพัทยา กับ พ.ต.ท.ภูมิสิทธิ์ สิงห์เถื่อน รอง ผกก.สส. และกำลังตำรวจชุดสืบสวน ซิวตัวได้รวม 3 คน คือ นายธีระพงษ์ รักแผ่นดินธรรม หรือมอส อายุ 20 ปี มือปืน นายจักรกฤษณ์ เนื่องจำนงค์ หรือจักร อายุ 19 ปี และ นายวรพล พงษ์นัยรัตน์ หรือหนุ่ม อายุ 20 ปี พร้อมอาวุธปืนพกสั้นที่ใช้ก่อเหตุ ยี่ห้อกล็อก ขนาด .45 มม. ไม่มีทะเบียน กระสุนปืนขนาดเดียวกัน 5 นัด และปลอกกระสุนปืน 2 ปลอก

 

งานนี้ พล.ต.ต.ศานิตย์ มหถาวร รักษาการแม่ทัพใหญ่ตำรวจทิศบูรพา ลงพื้นที่มาควบคุมการทำแผนประกอบคำรับสารภาพไล่เรียงตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนสุดท้ายด้วยตัวเอง ท่ามกลางพ่อค้า-แม่ค้า และผู้มาจับจ่ายซื้อหาสินค้าในตลาดหนองเกตุใหญ่ ต่างให้ความสนใจมามุงดูจำนวนมาก พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของวัยรุ่นในสมัยนี้ที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น

 

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายวิชาการเพื่อสังเกตการณ์และวิจัยความสุขชุมชน หรือ ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เคยเปิดเผยไว้ในผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง สถานการณ์การใช้ความรุนแรงในกลุ่มเด็กและเยาวชน และสรุปได้ว่า พฤติกรรมความรุนแรงของวัยรุ่นนับวันจะเสื่อมลงและมีแนวโน้นจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

 

ไม่แปลกเลยที่ทุกวันนี้บนหน้าหนังสือพิมพ์หรือจอทีวี มีแต่ข่าวเยาวชนก่อเหตุ ‘ฉก-ชิง-วิ่งราว-ปล้น-ฆ่า’ อยู่บ่อยครั้ง เหมือนเช่นคดีนี้ที่แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวต้องมารับเคราะห์สังเวยชีวิต ด้วยฝีมือวัยรุ่นเลือดร้อน!

Reporter : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Photo : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com