พัทยาเดลีนิวส์

10 กรกฎาคม 2550 :: 15:07:19 pm 3291

กลางทะเลลึก

กลางทะเลลึก เป็นนวนิยายที่อ่านไม่ยาก เนื้อเรื่องสนุกชวนติดตาม ฝีมือการเขียนของประชาคม ลุนาชัย ได้ใช้ชั้นเชิงในการผูกเรื่อง เล่าเรื่อง และการใช้ภาษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังในการบรรยาย ให้ความสนุกสนานชวนติดตามนวนิยายเรื่องนี้แฝงเร้นไว้ด้วยความลุ่มลึกของ เนื้อหาสาระ ที่มุ่งแสดงแก่นแท้แห่งธรรมชาติ แก่นสารของชีวิต ผู้เขียนได้ใช้วัตถุดิบและข้อมูลที่จัดเจนยิ่งของตนเป็นเครื่องมือในการถ่าย ทอด ผสมผสานกับทักษะฝีมือที่ผ่านการฝึกฝนด้วยการทำงานหนักมานานปีจนช่ำชองเชี่ยว ชาญ เป็นผลทำให้นวนิยายเรื่องนี้มีคุณภาพเป็นวรรณกรรมที่สร้างสรรค์
สนใจโฆษณา

ผู้แต่ง เล่าเรื่อง กลางทะเลลึก นี้ด้วยการสร้างปมปูพื้นเหตุการณ์ที่เป็นต้นเหตุสำคัญของเรื่อง นั่นก็คือการที่เรือ สินชัย 1 ของไต๋ทึ่มและลูกเรืออีกรวมยี่สิบชีวิตไปพบเรือโดดไร้ชีวิตลอยอยู่กลางทะเล แล้วบนเรือก็มีศพที่ถูกฆ่าตายอยู่เกลื่อน เต็มไปด้วยเลือดส่งกลิ่นคาวคลุ้ง นอกจากนี้ที่สำคัญคือเรือลำนี้เป็นเรือขนของหนีภาษี ของเถื่อนคือเครื่องปรับอากาศและตู้เย็น และทองคำแท่งอีกสิบหีบ ไต๋และลูกเรือต่างคิดว่านี่เป็นลาภลอยที่จะนำความร่ำรวยมหาศาลมาให้จึงขน ย้ายสิ่งของทั้งหมดมายังเรือของพวกตน แล้วจมเรือโดดมรณะลำนั้นไปพร้อมกับศพทั้งหลาย โดยไม่ได้คิดคำนึงถึงเรื่องญาติพี่น้องของผู้ตายเลยแม้แต่น้อย พวกที่ตายบนเรือโดดจะกลายเป็นบุคคลสาบสูญไปในท้ายที่สุด เพราะเหตุจากความโลภ

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเรื่อง กลางทะเลลึกเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากที่ผู้เขียนได้จัดวางไว้ให้มีความสำคัญ ตั้งแต่ต้นเรื่อง ถึงกับตั้งเป็นชื่อบทบทหนึ่งในนวนิยายว่า “รูปปั้นสีขาวนวล” ซึ่งน่าจะเป็นสัญลักษณ์ชวนให้คิดตีความเพื่อค้นหาความหมายเป็นยิ่ง

รูป ปั้นหญิงครึ่งตัวนี้รัดร้อยความหมายของเรื่องทั้งหมดเอาไว้ สิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในเรื่อง ล้วน “กำเนิด” ขึ้นมาจาก “การมอง” แล้ว “ให้ค่าภายในจิตใจตนเอง” ก่อนทั้งสิ้น ทองคำมีประโยชน์เมื่อในสถานการณ์ปกติมันถูกให้ค่าว่าเป็นโลหะหายาก มีราคาสูง เครื่องใช้ไฟฟ้ามีประโยชน์ก็ต่อเมื่อมันทำงานได้ และมีค่ามีราคาก็เพราะการทำงานของมัน ดังนั้นเมื่อสิ่งของทั้งหลายถูกย้ายมาบนเรือเพราะมันเป็น “ของที่ถูกมองว่ามีค่า” และยัง “ถูกมองว่าเป็นลาภลอย” อีกต่างหาก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว “เป็นลาภมิควรได้” เพราะเป็น “ของเถื่อน” เป็น “ของหนีภาษี” ซึ่งเป็น “ของผิดกฎหมาย” เรื่องราวจึงพลิกผันไปได้ต่างๆนานา

เหตุ ที่ทำให้เรื่องพลิกผันเริ่มจาก ไต๋ทึ่ม โดนทองคำเป็นหีบๆทับตาย เรือขาดผู้นำ และการแบ่งแยกฝักฝ่ายบนเรือก็นำหายนะมาสู่ชีวิตทั้งหลายบนเรือเร็วยิ่งขึ้น อะไรที่ไม่ควรเกิดก็เกิด เพราะ “การมอง” มองว่าคนนั้นเป็นศัตรู คนนี้เป็นพวก นี่ก็เป็น “การให้ค่ากับคนรอบข้าง” เช่นเดียวกับการให้ค่ากับสิ่งของที่ขนย้ายมา เมื่อเหตุการณ์บนเรือเลวร้ายลงเรื่อยๆ ความหิวซึ่งเป็นสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตเริ่มทำงานของมันอย่างแท้จริง การให้ค่ากับสิ่งต่างๆบนเรือก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง ข้าวปลาอาหาร ที่ถูกทิ้งทะเลไปเริ่มมีความหมายขึ้นมา หลายคนเริ่มเสียดาย ความหิวทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ และความหิวก็ได้แสดงให้เห็นว่า ณ สถานการณ์อันเลวร้ายที่สุดนั้น สิ่งของต่างๆที่มีค่ามีราคากลับ “ไม่มีประโยชน์” เลย เพราะ “ทองคำก็กินไม่ได้” ทั้งที่มีเป็นสิบหีบ ตู้เย็นมากมายก็กลับมีแต่ตู้ว่างเปล่าและไร้ประโยชน์ เป็นตลกที่โหดร้ายอย่างยิ่งที่บนเรือมีตู้เย็นมากมาย แต่ไม่สามารถถนอมรักษาสภาพความสดของปลาและกุ้งได้ตามหน้าที่ของมัน

สิ่ง มีชีวิต สัตว์ต่างๆมีความต้องการที่แท้จริงอยู่เพียงไม่กี่อย่าง สำหรับมนุษย์แล้ว ความต้องการที่แท้จริงอาจจะสรุปเหลือเพียงแค่ ปัจจัยสี่ ได้แก่ อาหาร น้ำ ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค หากแต่ว่าเราอยู่กับความสะดวกสบายที่เป็นความต้องการเทียมจนลืมความเป็นจริง ของชีวิตไปหมด จนเรา “เห็นสิ่งต่างๆผิดไปจากที่เป็นจริง” เหมือนที่คนบนเรือ “เห็นรายละเอียดรูปลักษณ์” ของ “รูปปั้นหญิงครึ่งตัว” ผิดแผกกันออกไปตามเวลาและสถานการณ์

รูปปั้นหญิงครึ่ง ตัวนี้จึงเป็นเครื่องมือในการสะท้อนความคิดและธรรมชาติของจิตมนุษย์ที่อยู่ บนเรือ เป็นการแสดงให้เห็นถึงกำเนิดของคุณค่าและมูลค่าของสิ่งต่างๆที่มาจากภายใน จิตมนุษย์ก่อน แล้วทั้งความคิดและจิตใจของมนุษย์ก็ได้แปรเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม ตามสิ่งเร้าที่ใครแต่ละคนจะให้ค่าแก่มันไปตามสภาพความคิดจิตใจ ตามประสบการณ์ (อดีตของตน)และ สภาวการณ์ของเขาเองในแต่ละขณะ

การ ดำเนินเรื่องของนวนิยายเรื่องนี้ เป็นไปอย่างเหนือการคาดเดา ผู้เขียนเล่นล้ออยู่กับความคิดของผู้อ่านที่ชำนาญอย่างมีชั้นเชิง เรื่องราวดำเนินไปในลักษณะที่คล้ายจะเดาได้ แต่แล้วก็พลิกผันเหนือความคาดหมาย และในที่สุดก็จบอย่างที่ควรจะเป็น ไม่ได้จบอย่างที่คิดคาดเดาไว้ สิ่งที่เป็นจุดพลิกผันที่สำคัญที่สุดก็คือความตายของไต๋ทึ่มในตอน “เรือหัวขาด” ซึ่งเป็นความพลิกผันที่เหนือความคาดหมาย หากแต่มีเหตุผล สมเหตุสมผลและสมจริงเป็นอย่างยิ่ง แล้วมันก็ส่งผลต่อเรื่องอย่างลึกล้ำในเวลาต่อมา สิ่งต่างๆเกิดขึ้นต่อเนื่องกันอย่างเป็นลูกโซ่ ความสัมพันธ์ของตัวละครที่ผู้เขียนยอมเสียสละเวลาให้ภูมิหลังเริ่มมีความ สำคัญและกลายเป็นปัจจัยกำหนดที่บทบาท ความคิด และพฤติกรรมของตัวละครแต่ละตัวทีละน้อย แล้วมันก็ผูกเกลียวไขว้ฝั้นกันสลับซับซ้อน ส่งผลต่อกันและกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ จนในที่สุดทุกอย่างก็ถึงแก่กาลของมัน

เมื่อ ธรรมชาติสำแดงพลานุภาพของมันถึงที่สุด ก็ถึงวาระที่ทุกอย่างจะจบสิ้น เมื่อทุกสิ่งจบสิ้นลงแล้ว ก็กลับคืนสู่สภาวะอันลึกล้ำดุจท้องทะเลอีกครั้ง กลับคืนสู่ความเป็นธรรมชาติอันสงบนิ่งในกาละของมัน สิ่งต่างๆมี่เป็นมายาล้วนแล้วแต่สูญสลายไป เหมือนม่านควันหลากสี ภาพสุดท้ายของเรื่องจึงเป็นดั่งนี้

ไม่นานผืนน้ำก็คืน สู่ความสงบราบเรียบ สงบและงดงามราวกับผิวกระจก แต่เพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ริ้วคลื่นสีทองเล็กๆก่อตัวขึ้น ผืนน้ำถูกแหวกเป็นวงเล็กๆ รูปปั้นหญิงครึ่งตัวผุดโผล่ขึ้นมาช้าๆ เนินถันอยู่ในระดับเดียวกับผิวน้ำ ผมสีทองลู่แนบหัว ใบหน้าขาวนวลเชิดตระหง่าน นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววกระหยิ่ม รอยยิ้มเย้ยหยยันพ่นควันหลากสีกระจากออกมา ชั่วเพียงไม่นาน รูปปั้นครึ่งตัวค่อยๆสลายเป็นม่านควัน ใยควันหลากสีลอยฟุ้ง กระจากเป็นวงกว้าง…กว้างออกไป… (หน้า293) นั่นก็คือ เมื่อไม่มีผู้มองเหลืออยู่ ก็ไม่มีสิ่งใดถูกเห็นอีกต่อไป กลางทะเลลึก ประชาคม ลุนาชัย พิมพ์ครั้งที่ 3 : สำนักพิมพ์มติชน กรกฎาคม 2549 296 หน้า / ราคา 158 บาท ISBN : 974-323-038-6

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : หนัง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com