พัทยาเดลีนิวส์

02 ธันวาคม 2553 :: 11:12:56 am 45615

กลุ่มสตรีบอสเนีย สั่งแบนนางเอกสาว โจลี!!

ดูเหมือนว่าผู้กำกับมือใหม่อย่างแองเจลิน่า โจลี งานจะเข้าอีกครั้ง หลังจากที่เหยื่อการถูกคุกคามทางเพศ ในช่วงสงครามบนคาบสมุทรบอลข่านในช่วงยุค 1990 ได้ร้องเรียนไปยังองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าโจลี ไม่สมควรดำรงตำแหน่ง "ทูตสันถวไมตรี" อีกต่อไป เนื่องจากเธอเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของพวกเขาต่อภาพยนตร์เรื่องนี้
สนใจโฆษณา

ต่างประเทศ – วานนี้ (1 ธ.ค. 53) แองเจลีน่า โจลี่ เริ่มการกำกับภาพยนตร์ที่มีฉากหลังเป็นสงครามบอสเนียที่เกิดขึ้นช่วงปี 1992-1995 โดยเล่าเรื่องราวหลักๆ ที่ความรักของคู่รักคู่หนึ่งที่พบกันก่อนเกิดสงครามกลางเมืองในช่วงต้นยุค 90 และถูกแยกออกจากกันไป เมื่อหญิงชาวบอสเนียถูกผู้คุมเรือนจำชาวเซิร์บข่มขืน

โจลี เริ่มการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว นับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประเทศบอสเนีย โดยปัญหาเกิดขึ้นจากสื่อมวลชนในท้องถิ่นรายหนึ่ง ได้รายงานข่าวเกี่ยวกับการถ่ายทำฉากหนึ่งในภาพยนตร์ ซึ่งเป็นฉากที่เหยื่อการทารุณทางเพศชาวบอสเนียตกหลุมรักกับชายชาวเซิร์บที่ข่มขืนเธอ โดยในเวลาต่อมา โจลีได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสมาคมสตรีผู้เป็นเหยื่อสงครามของบอสเนีย หลังจากที่เธอไม่ได้เข้าร่วมเจรจากับสมาชิกของกลุ่มดังกล่าวในการแก้ไขปัญหา

ข้อกล่าวหาดังกล่าว ทำให้โจลีถูกเพิกถอนใบอนุญาตในการถ่ายทำชั่วคราว แม้ว่าจะได้รับการอนุญาตจาก นายกาฟริโล กราโฮแวค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของบอสเนีย ซึ่งได้ทำการพิจารณาบทภาพยนตร์ก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่ถึงกระนั้นสมาคมสตรีฯยังแสดงความไม่พอใจต่อ”ทัศนคติอันเพิกเฉย” ของโจลี และได้ส่งจดหมายร้องเรียนไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ซึ่งโจลีทำหน้าที่เป็นทูตสันถวไมตรี

“ทัศนคติที่แสดงความเพิกเฉยต่อเหยื่อสงครามของโจลี ซึ่งปรากฏในฉากหนึ่งของภาพยนตร์ก็น่าจะเพียงพอแล้ว ซึ่งนั่นทำให้เรามีสิทธิที่จะแสดงความแคลงใจต่อสิ่งที่เธอทำ” สมาคมสตรีฯระบุในข้อเรียกร้อง

“เราได้ยืนยันนับตั้งแต่การพบกับแองเจลิน่า โจลีแล้วว่า เราไม่ต้องการให้ภาพของเราที่ปรากฏสู่สายตาชาวโลกถูกนำเสนอออกไปอย่างผิดๆ เสียงของเราเป็นสิ่งที่มีค่า และเราสมควรที่จะได้รับการเคารพมากกว่าที่เป็นอยู่ แองเจลิน่า ได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เรารู้สึกว่าเธอไม่ได้ทำหน้าที่ของทูตสันถวไมตรีของยูเอ็นเอชซีอาร์ อย่างแท้จริง และเราเชื่อว่าเธอหมดความน่าเชื่อถือในการดำรงตำแหน่งนี้อีกต่อไป”

โดยโจลีกล่าวในแถลงการณ์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ว่ามันเป็นสิ่งที่น่าละอายอย่างยิ่ง หาก “กระแสความกดดันที่ไม่ยุติธรรมอันเนื่องมาจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน” จะทำให้เธอไม่สามารถถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ต่อ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากโครงเรื่องแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวความรักที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามระหว่างผู้คุมเรือนจำชาวเซิร์บ และอดีตคนรักชาวบอสเนียเชื้อสายมุสลิมของเขา และไม่มีฉากการข่มขืนแต่อย่างใด

โดยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทีมงานของโจลี ได้ถ่ายทำฉากบางส่วนในบอสเนียบ้างแล้ว โดยฉากที่เหลือของภาพยนตร์จะมีการย้ายไปถ่ายทำยังประเทศฮังการี

นางบาคิร่า ฮาเซชิค นายกสมาคมสตรีผู้เป็นเหยื่อสงครามของบอสเนีย กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า โจลีได้เชิญให้ผู้ประสบภัยสงครามเดินทางไปยังฮังการี แต่ได้รับการปฏิเสธจากบุคคลทั้งหมด

“ความรุนแรงเกิดขึ้นที่นี่ ที่บอสเนีย และเราต้องการพบเธอที่นี่” นางฮาเซชิคกล่าว “เราต้องการพูดคุยกับเธอในฐานะผู้หญิงต่อผู้หญิง เธอควรจะพูดคุยกับผู้ประสบภัยสงครามและเดินทางมายังบอสเนีย ก่อนการถ่ายทำเสียก่อน เพื่อรับฟังความคิดเห็นของเรา” เท่าที่เราทราบ เรื่องราวความรักเช่นนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในค่ายกักกันได้ การตีความไปเองเช่นนี้ทำให้พวกเรารู้สึกย่ำแย่ไปตามๆ กัน

นอกจากนี้ โจลี จะร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน ซึ่ง โจลี่ เน้นย้ำว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้สื่อสารข้อความทางการเมือง และเพิ่มเติมว่า การคัดเลือกนักแสดงจะใช้ภาพต้นแบบจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายในยูโกสลาเวีย

สงครามบอสเนีย ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 แสนคน มีผู้อพยพในบอสเนีย 2.2 ล้านคน ตอนนี้ยังคงมีผู้ที่ไม่สามารถกลับเข้าประเทศได้ 113,000 คน นักแสดงสาวได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้หลังจากได้ไปเยี่ยมค่ายผู้อพยพในบอสเนียเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยคาดหมายว่าจะเริ่มกำกับในเดือนพฤศจิกายน

มีรายงานว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ส่วนใหญ่จะถ่ายทำในบุยดาเปส ประเทศฮังการี โดยบางฉากจะถ่ายทำในซาราเยโว ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ อย่างไรก็ตาม มาร์จาโนวิค ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับกับภาพยนตร์ เช่น ชื่อของหนัง หรือนักแสดงคนอื่นๆ

โจลี ซึ่งเป็นหนึ่งในดาราฮอลลีวู้ดที่มีค่าตัวสูงที่สุด จะเป็นคนเขียนบท กำกับ และเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้

ที่มา : มติชน

Photo : Internet   Category : ข่าวต่างประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com