พัทยาเดลีนิวส์

29 มิถุนายน 2559 :: 07:06:31 am 191797

กองทัพเรือ จัดกิจกรรมรักษ์ดวงตานาวี

กองทัพเรือ จัดกิจกรรมรักษ์ดวงตานาวี ดูแลสุขภาพทหารเรือไทย ห่างไกลโรคตา
สนใจโฆษณา

สัตหีบ – วันที่ 28 มิ.ย.59 พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานเปิดโครงการ “รักษ์ดวงตานาวี ครั้งที่ 6” โดยมี พล.ร.ท.คนิณ ชุมวรฐายี เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ ให้การต้อนรับ พร้อมนำกำลังพลในสังกัดกองเรือยุทธการ เข้าร่วมโครงการ 300 นาย ณ เรือหลวงจักรีนฤเบศร ท่าเทียบเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

 

พล.ร.ท.คนิณ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว กลุ่มงานจักษุกรรม โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ ได้เริ่มดำเนินโครงการครั้งแรก เมื่อปี 2554 โดยจัดหมุนเวียนไปยังหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ต่อเนื่องกันทุกปี เพื่อเป็นการให้บริการเชิงรุกในการให้ความรู้และดูแลสุขภาพตาของกำลังพล และข้าราชการบำนาญกองทัพเรือ ตลอดจนครอบครัวซึ่งจากผลการตรวจคัดกรองสุขภาพตา พบผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตาที่ยังไม่เคยได้รับการตรวจและรักษามาก่อน ทำให้ได้รับการรักษาก่อนที่จะมีการสูญเสียสายตา โดยแสงแดดเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรคตา เช่น ต้อลม ต้อเนื้อ ต้อกระจกและอาจมีผลต่อการเกิดโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม ทั้งนี้ กำลังพลที่ต้องปฏิบัติงานกลางแจ้ง เช่น กำลังพลที่ปฏิบัติงานบนเรือจึงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดโรคดังกล่าว

 

03 04

 

ดังนั้น การให้ความรู้ความเข้าใจในโรคและวิธีปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง จะทำให้สามารถป้องกันการเกิดโรคและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งทุกครั้งที่จัดโครงการฯ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถคัดกรองผู้ป่วยที่เสี่ยงหรือเป็นโรคต้อหิน ให้สามารถได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม สำหรับโครงการ “รักษ์ดวงตานาวี” ในครั้งนี้ จัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “ทหารเรือไทย ห่างไกลโรคตา” และการตรวจสุขภาพสายตาโดยจักษุแพทย์ มีการตรวจสุขภาพตาแก่กำลังพลด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เช่น เครื่องตรวจวัดความดันตาอัตโนมัติ กล้องตรวจตากำลังขยายสูง เครื่องสแกนจอประสาทตา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการแจกแว่นกันแดดแก่กำลังพลที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการรณรงค์ให้กำลังพลเห็นความสำคัญในการใส่แว่นกันแดดเมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง เพื่อป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ทางตา อีกด้วย

 

พล.ร.อ.นริส กล่าวว่า การปฏิบัติภารกิจของกำลังพลกองทัพเรือ กำลังพลส่วนใหญ่ต้องปฏิบัติภารกิจกลางแจ้ง ซึ่งไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดและความร้อน ที่นับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของสภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารต่าง ๆ ที่ก้าวหน้าไปไกลมากในปัจจุบัน ส่งผลให้การดำเนินชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไป มีการใช้สายตามากขึ้นเป็นระยะเวลานาน ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพตาและทำให้เกิดโรคต่าง ๆได้ อันทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ดังนั้น การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลและปฏิบัติตนเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับดวงตาจึงเป็นสิ่งสำคัญ

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com