พัทยาเดลีนิวส์

25 กันยายน 2558 :: 08:09:09 am 175213

กองทัพเรือ วางพวงมาลาถวายราชสักการะ “วันมหิดล”

รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานนำเหล่าข้าราชการทหารเรือในสังกัด ร่วมกล่าวสดุดีพระเกียรติคุณ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในโอกาสวันมหิดล
สนใจโฆษณา

สัตหีบ – วันที่ 24 ก.ย. 58 พล.ร.ท.ดุษฎี สังขปรีชา รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานนำเหล่าข้าราชการทหารเรือในสังกัด ร่วมกล่าวสดุดีพระเกียรติคุณ และวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในโอกาสวันมหิดล ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคต จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก “เจ้าฟ้าทหารเรือ” และ “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” ณ บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

 

พล.ร.ท.ดุษฎี สังขปรีชา กล่าวว่า จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังสำเร็จการศึกษาจากประเทศเยอรมัน ในปีพุทธศักราช 2456 ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทย และเข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ ขณะรับราชการ พระองค์ทรงริเริ่มแนวความคิดในการจัดเตรียมกำลังเรือ ส หรือเรือดำน้ำ ในการป้องกันอ่าวไทย จนเป็นที่มาของการจัดหาเรือดำน้ำ เข้าประจำการ จำนวน 4 ลำ อีกทั้งพระราชดำรินานัปการ ที่พระราชทานไว้ นับเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาอันเปี่ยมไปด้วยคุณค่า ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบทางความคิดของทหารเรือไทยในปัจจุบัน ทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่ช่วยสร้างความเจริญก้าวหน้า ให้แก่กองทัพเรือในทุก ๆ ด้าน

 

003 004

 

ในเวลาต่อมาพระองค์ทรงลาออกจากราชการ และเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาวิชาสาธารณสุข และเตรียมแพทย์ ที่สหรัฐอเมริกา ภายหลังจากสำเร็จการศึกษา พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินกลับมาปฏิบัติงานด้านการแพทย์ ทรงเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ ทรงบริจาคทรัพย์เป็นทุนไว้สำหรับส่งนักศึกษาแพทย์ และนักเรียนพยาบาล ไปศึกษาต่อต่างประเทศ และจัดหารเครื่องมือสำหรับปฏิบัติการในโรงพยาบาล พระกรุณาธิคุณของพระองค์ ส่งผลให้กิจการด้านสาธารณสุข และการแพทย์ของไทย มีความเจริญก้าวหน้าตราบจนปัจจุบัน ปวงชนชาวไทยจึงได้พร้อมใจกันขนานพระนามว่า ทรงเป็นทั้ง “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน” และ “เจ้าฟ้าทหารเรือ” จนเป็นที่มาของการเทิดทูนพระเกียรติคุณของพระองค์ ด้วยการขอพระราชทานนามอู่เรือแห่งที่สามของกองทัพเรือว่า “อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช” ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ได้ทรงอุทิศกำลังพระราชหฤทัย และกำลังพระวรกาย ประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติ และประชาชน เป็นอเนกประการ พระองค์จึงทรงเป็นปูชนียบุคคล ที่เหล่าทหารเรือ และประชาชนชาวไทย ระลึกถึงด้วยความเคารพรักเสมอมา

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com