พัทยาเดลีนิวส์

20 มิถุนายน 2551 :: 19:06:39 pm 29177

การกลับมาเคลื่อนไหวของพันธมิตร ภายใต้รัฐบาลสมัคร

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ภายหลังจากที่ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับมายังประเทศไทย โดยกลุ่มพันธมิตรให้เหตุผลว่าคำสั่งโยกย้าย อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (ปชส.) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.สตช.) อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา อาจเป็นการแทรกแทรงกระบวนการยุติธรรม
สนใจโฆษณา

โดยที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอย้ำจุดยืนว่าจะไม่เคลื่อนไหวใด ๆ เพื่อคัดค้านการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ทันทีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางถึงประเทศ ไทย แกนนำทั้งหมดจะเฝ้าดูและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ พันธมิตรฯ ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจในฐานะเจ้าพนักงานสอบสวน อัยการสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะผู้ต้องหาตามหมายจับ โดยยึดหลักปฏิบัติเดียวกับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่กลับมายังประเทศไทยก่อนหน้านี้

ในวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง โดยจัดสัมมนาที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยมีการเสวนาทางวิชาการโดยนักวิชาการ นักศึกษา และบุคคลที่สนใจในการเมืองหลายกลุ่ม รวมทั้งมีการแสดงงิ้วธรรมศาสตร์อีกครั้ง และเปิดตัวผู้ทำงานทางด้านติดตามและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลชุดต่าง ๆ และจัดชุมนุมอีกครั้งที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 25 เมษายน ปีเดียวกัน

 

ลำดับเหตุการณ์ที่สำคัญในระหว่างการชุมนุม

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เวลา 15.00 น. ได้จัดรวมตัวชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 รวมทั้งมีการรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อถอดถอน ส.ส. ส.ว. ที่เข้าชื่อเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2550 ด้วย พร้อมทั้งกล่าวหาถึงขบวนการสาธารณะรัฐ ที่ต้องการล้มล้างสถาบันกษัตริย์ เวลา 21.00 น. ได้เคลื่อนขบวนไปปักหลักยังหน้าทำเนียบรัฐบาล แต่ติดอยู่เพียงแค่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นไว้ อีกทั้งท้ายขบวนยังมีการปะทะกับกลุ่มผู้ต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯด้วย จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

วันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้าชื่อร่วมถอดถอน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ที่ลงชื่อแก้ไข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ต่อ นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ส่วนอาสาสมัครผู้ช่วยการ์ดกลุ่มพันธมิตรฯ ถูกฝ่ายตรงข้ามรุมทำร้ายที่สะพานผ่านฟ้า จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขาซ้ายหัก ศีรษะแตกเย็บกว่า 20 เข็ม จนต้องเข้ารับการผ่าตัดที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด

วันอังคารที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 กลุ่มผู้สนับสนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ณ นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ร่วมชุมนุมหน้ากงสุล 250 คน พร้อมทั้งสนับสนุนเงินบริจาคให้กับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นจำนวน 120,000 บาท ในวันเดียวกัน ศาลจังหวัดเชียงรายยกคำร้องถอนประกันที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้ยื่นต่อศาลให้ถอนประกัน นายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยศาลให้เหตุผลว่า เป็นการเข้าร่วมชุมนุมที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ

วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 มีผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์ ทั้งหญิงและชาย จากเขตดุสิต และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ประมาณ 100 คน รวมตัวกันอยู่บริเวณเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า บริเวณทางออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประตู่ฝั่ง ถนนพระอาทิตย์ ในวันเดียวกันนี้ นายจักรภพ เพ็ญแข ลาออกจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และในวันนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประกาศเปลี่ยนเป้าหมายในการชุมนุม เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลสมัครลาออกทั้งคณะ เพื่อรับผิดชอบต่อปัญหาบ้านเมืองที่เกิดขึ้น และยังกล่าวหาด้วยว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลหุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยที่พันธมิตรให้เหตุผลในการขับไล่อยู่ 12 ประการ หลังจากนั้น นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ขึ้นเวทีปราศัยแล้วประกาศต่อสู้กับรัฐบาลสมัครขั้นแตกหัก โดยสั่งให้ผู้ชุมนุมทุกคนปักหลักชุมนุมต่อไป

วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 เวลา 08.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย ไม่ยอมให้รถของผู้ที่จะเข้ามารวมกับกลุ่มพันธมิตรฯ ผ่านเข้าไปในบริเวณที่ชุมนุม หลังจากนั้นไม่นาน ประชาชนจำนวน 200 คน ได้เดินเข้าไปประชิดเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเจรจาขอให้เปิดทางให้กับรถยนต์ที่จะเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ โดยใช้เวลาเจรจาเพียง 5 นาที เจ้าหน้าที่จึงยอมเปิดทางให้กับกลุ่มที่จะมาร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ

 

วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2551 เวลา 15.50 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ออกมาย้ำจุดยืนบนเวทีพันธมิตรฯ โดยยืนยันว่าจะชุมนุมต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ และจะไม่ย้ายสถานที่ชุมนุมบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ไปที่ทำเนียบรัฐบาล แม้ตำรวจจะเปิดทางให้ก็จะไม่ไป จากนั้นเวลา 19.45 น. มีกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ประมาณ 200 คน ขับไปจอดที่บริเวณแยก จปร.พร้อมทั้งตะโกนด่าทอ และบีบแตรรบกวน อยู่ประมาณ 2 นาที ก่อนวกหัวกลับไปทางถนนราชดำเนินกลาง

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ปรับแผนยุทธศาสตร์ดาวกระจาย เริ่มต้นด้วยนายสุริยะใส กตะศิลา และผู้ร่วมชุมนุม 300 คน เดินทางไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด แล้วยื่นจดหมายถึงนายชัยเกษม นิติศิริ อัยการสูงสุด นอกจากนี้ ยังได้เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสู่กระทรวงมหาดไทย เพื่อยื่นหนังสือถึง ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ดูแลและแก้ปัญหาของประชาชนมากกว่าการโต้ตอบทางการเมือง รวมทั้งยังเดินทางไปชุมนุมประท้วงที่ด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อถามหาความชอบธรรมในการปฏิบัติหน้าที่

วันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2551 พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นัดแนะกับผู้มาร่วมชุมนุมให้สวมเสื้อเหลืองและได้ร่วมกันจุดเทียนและร้องเพลงถวายพระพร เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ 62 ปี

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2551 เวลา 11.28 น. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนขบวนจากหน้าสนามกีฬาแห่งชาติ ไปชุมนุมที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมเรียกร้องให้ประธาน กกต.ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบคำร้องทุจริตเลือกตั้งที่ถูกยกกว่า 700 คดี ขณะเดียวกัน ให้ตรวจคำแถลงปิดคดีใบแดง “ยงยุทธ ติยะไพรัช” ด้วยตัวเอง และยังให้กำลังใจ กกต. 3 คน คือ

1. นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

2. นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง

3. นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง

ขณะเดียวกัน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยังให้เหตุผลอีกว่า นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการการเลือกตั้งอีกคนหนึ่ง มีพฤติกรรมที่แสดงออกเข้าข้างพรรคพลังประชาชนในทุกกรณี ตลอดจนอยู่ในฐานะที่กำกับดูแลเรื่องฝ่ายสืบสวนสอบสวนที่บังอาจนำเสนอหลักฐานอันเป็นเท็จต่อศาลฎีกานั้น ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งโดยทันที

 

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2551 สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ ประกาศเข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ เวลา 20:58 น. นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา และ นายวสันต์ พานิชย์ อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นซึ่ง ได้ประกาศนโยบายการประกาศสงครามปราบปรามยาเสพติดว่า นโยบายนี้มีการใช้วิธีการฆ่าตัดตอน ที่ส่งผลทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,800 ราย เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรง จากนั้นมีการเปิดเทปบันทึกภาพเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่อำเภอตากใบ จ.นราธิวาส ในยุคของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ที่แสดงให้เห็นถึงการสลายการชุมนุมอย่างรุนแรง และโหดเหี้ยมทำให้มีผู้เสียชีวิตต่อเนื่องกันถึงกว่า 70 ราย เวลา 21.20 น. หลังจากที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ได้ประกาศจะนำมวลชนเคลื่อนไปชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลในเวลา 13.00 น.ของวันที่ 20 มิถุนายน และขณะที่ นายพิภพ ธงไชย กำลังปราศรัยเรื่องเขาพระวิหารนั้น ตำรวจได้เปิดเพลง “รักกันไว้เถิด” เสียงดังมาก พร้อมกับเปิดไฟสปอตไลท์ใส่ผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมบางส่วนไม่พอใจเดินเข้าไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาหน่วยรักษาความปลอดภัยของพันธมิตรฯ ได้ใช้โทรโข่งประกาศบอกผู้ชุมนุมให้ใจเย็น ๆ และอยู่ในความสงบ

วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551 เวลา 10.00 น. พันธมิตรฯ เคลื่อนขบวนไปชุมนุมหน้ากระทรวงการต่างประเทศเพื่อขับไล่นายนพดล ปัทมะ ให้ออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อยื่นหนังสือทวงถามกรณีข้อพิพาทเรื่องเขาพระวิหาร เนื่องจากไม่ยอมเปิดเผยแผนที่ทับซ้อนเขาพระวิหารให้กับประชาชนคนไทยได้รับรู้ หลังจากแอบตกลงร่วมกับประเทศกัมพูชาไปก่อนหน้านี้นั้น เพียงพอที่จะทำให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่เคลือบแคลงใจ และหวงแหนแผ่นดินไทย ต่างหลั่งไหลเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยต้องการเรียกร้องให้นายนพดลเปิดเผยข้อเท็จจริงโดยด่วน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่กระทบต่อหัวใจคนไทยทั้งประเทศ ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 2 กองร้อย ตรึงกำลังเข้มทั้งภายในและภายนอกกระทรวงอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งนำรั้วเหล็กปิดกั้นประตูทางเข้า-ออกทั้ง 2 ด้าน ต่อมากลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ประมาณ 1,000 คน พร้อมรถเครื่องขยายเสียง ได้ปิดถนนศรีอยุธยาฝั่งกระทรวงการต่างประเทศทั้ง 4 ช่องทางแล้ว ทำให้การจราจรบริเวณโดยรอบติดขัดอย่างหนัก จากนั้นเวลา 10:24 น. พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกจดหมายเปิดผนึก ถึงนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ให้กำลังใจกระทรวงการต่างประเทศ ยืนหยัดในการพิทักษ์รักษาศักดิ์ศรีและอธิปไตยของชาติ หยุดเชื่อฟัง รมว.ต่างประเทศ คนรับใช้”ทักษิณ”

เวลา 14.00 น. นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้ลงนามยินยอมให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก ร่วมกับ นายอึง เซียน เอกอัครราชทูตกัมพูชา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

——————————————————————————–

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

เกิดจากการรวมตัวกันของหลายองค์กร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นองค์กรอิสระภาคประชาชน จุดประสงค์หลักของการรวมตัวเพื่อกดดันขับไล่ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเห็นว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจส่วนตัวและคนสนิท และประพฤติผิดอีกหลาย ๆ อย่างอันไม่สมควรในการเป็นผู้บริหารประเทศ โดยมีแกนนำ 5 คน ได้แก่ สนธิ ลิ้มทองกุล พล.ต.จำลอง ศรีเมือง สมศักดิ์ โกศัยสุข พิภพ ธงไชย สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และผู้ประสานงาน สุริยะใส กตะศิลา

สัญลักษณ์ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

กลุ่มผู้เข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะใส่เสื้อสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์ และคาดผ้าโพกศีรษะที่มีข้อความว่า “กู้ชาติ” และผ้าพันคอสีฟ้า ซึ่งเป็นผ้าพันคอพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 12 ส.ค. 2549 และใช้พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ติดเข้ากับโล่ของกองทัพแนวหน้า หวังกดดันให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่จงรักภักดีต่อสถาบันไม่กล้าลงมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะเคลื่อนพล

ดารา – นักร้องที่ขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

ศรัณยู วงศ์กระจ่าง, หัทยา วงศ์กระจ่าง, พงษ์พัฒน์ ? ธัญญา วชิรบรรจง, จอย – ศิริลักษณ์ ผ่องโชค, หน่อย – บุษกร วงศ์พัวพัน, สุกัญญา มิเกล, นัดดา วิยะกาญจน์, หรั่ง ร็อคเคสตร้า, อ๊อด คีรีบูน, คาราวาน, อารักษ์ อาภากาศ, พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, ซูซู, แฮมเมอร์, โฮป แฟมิลี่, แสง ธรรมดา, ไก่ แมลงสาบ, สมิธ แอนด์ เชน, มาลีฮวนน่า, สุนทรี เวชานนท์, สุเทพ วงศ์กำแหง, สเกน สุทธิวงศ์ และเหมี่ยว – ปวันรัตน์ นาคสุริยะ

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : กฏหมาย

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com