พัทยาเดลีนิวส์

27 พฤศจิกายน 2553 :: 12:11:23 pm 44897

ขึงป้ายแล้ว ประท้วงบ้านมาร์ค

โรงแรมหน้าบ้านมาร์ค ขึงป้ายใหญ่เขียนข้อความสีแดง ทวงความช่วยเหลือเยียวยา หลังยื่นรัฐบาลไป 2 สัปดาห์ไม่คืบหน้า ผจก.เผยทันทีที่ขึ้นป้าย ทั้งสำนักนายกฯ รีบติดต่อทันทีให้เอาป้ายลง บ.ก.ลายจุด-นที สรวารี เรียกร้องรัฐบาลปล่อยตัวผู้บริสุทธิ์นับร้อย ที่ถูกจับขังคุก แฉเหตุเผาสถานที่ราชการและเซ็นทรัลเวิลด์ ฝีมือฝ่ายตรงข้าม ที่ป้ายสีคนเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมือง'ประยุทธ์'เซ็นยกเลิกคำสั่งศอฉ. ห้ามเสื้อ-รองเท้าแตะรูปหน้ามาร์ค-เทือกแล้ว อ้างเพราะม็อบชุมนุมสงบ ไม่หมิ่นสถาบัน ไม่เกี่ยวเรื่องขัดแย้งนายกฯหรือสังคมกดดัน
สนใจโฆษณา

บก.ทบ.-วานนี้ (26 พ.ย. 53) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ. แถลงว่า ที่ประชุมหารือถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย และถวายการรักษาความปลอดภัยงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 1-9 ธ.ค.นี้ โดยมอบหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) วางแผนการรักษาความปลอดภัย โดยดูลึกถึงแต่ละกิจกรรม แต่ละพื้นที่ โดยตำรวจจะประสานหน่วยราชการที่จัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อร่วมกันวางแผนมาตรการรักษาความปลอดภัย ภายหลังประสานหน่วยงานต่างๆ เสร็จตำรวจจะประสานกองทัพบก และกองทัพเรืออีกครั้ง เบื้องต้นตำรวจเตรียมกำลังไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป

“ในที่ประชุมฝ่ายข่าวยังชี้แจงเหตุการณ์การชุมนุมที่ผ่านมา ทั้งวันที่ 19 พ.ย.ของกลุ่มนปช. และวันที่ 23-25 พ.ย.ของกลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีการกระทำใด ที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันเบื้องสูง” พ.อ. สรรเสริญกล่าว และว่า ดังนั้นการดำเนินคดีตามคำสั่ง ศอฉ.ที่เคยประกาศไว้ใน คำสั่งที่ 141/2553 เรื่องให้พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดสินค้า หรือวัตถุสิ่งใดที่ก่อให้เกิดความแตกแยกเมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น ขณะนี้ความเป็นไปได้ดังกล่าวได้ผ่านพ้นไปแล้ว ที่ประชุมจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ควรยกเลิก คำสั่งดังกล่าว

 

โฆษก ศอฉ.กล่าวอีกว่า แต่หากมีสถานการณ์อะไรขึ้นมา หรือพบการกระทำที่หมิ่นสถาบันอีก ศอฉ.จะสามารถนำคำสั่งดังกล่าวกลับมาใช้อีก เช่นเดียวกับประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อยกเลิกแล้ว สามารถประกาศใช้ได้อีก หากพบว่าสถานการณ์เริ่มรุนแรงเกิดขึ้นอีก โดยพล.อ.ประยุทธ์จะเซ็นยกเลิกคำสั่งภายในวันนี้ต่อไป ซึ่งการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งของศอฉ. ว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพแต่อย่างใด หรือเป็นเพราะ คำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ทบทวนคำสั่งแต่อย่างใด แต่ยกเลิกหลังจากหน่วยข่าวรายงานข้อมูลว่า ไม่มีการกระทำในลักษณะอย่างที่ประกาศ ดังนั้น จึงมีมติให้ยกเลิกประกาศไปก่อน

พ.อ.สรรเสริญกล่าวต่อว่า ส่วนการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมวันที่ 11 ธ.ค.นี้ของกลุ่มพันธมิตร หรือการชุมนุมครั้งต่อไปของกลุ่มต่างๆ บช.น.จะเป็นเจ้าภาพรักษาความสงบเรียบร้อย โดย ศอฉ.เห็นว่าหากมีการชุมนุมพื้นที่ใด จะให้เจ้าหน้าที่หลักในพื้นที่นั้นรับผิดชอบดูแล แต่หากเกินขีดความสามารถ ศอฉ.จะจัดกำลังเข้าไปเสริม

   

เมื่อเวลา 14.00 น. โรงแรมเดอะ ยูโร แกรนด์ โรงแรมที่ตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านนายกฯ ซอย สุขุมวิท 31 ซึ่งได้รับผลกระทบลูกค้าไม่เข้าพัก เนื่องจากหวั่นวิตกกองทัพ รปภ.นายกฯ ที่ถือปืนอารักขาเข้มตลอดทั้งซอย ตลอด 24 ช.ม. ขึ้นป้ายผ้าสีขาว 2 ป้าย เขียนตัวหนังสือสีแดง ข้อความว่า “ท่านนายกฯ ครับ ลูกค้าไม่กล้ามาเพราะกลัว ธุรกิจเสียหายหมด ช่วยเราด้วยนะครับ” กับ “ท่านนายกฯ ครับ ช่วยประสาน ผู้มีอำนาจ เข้ามาช่วยเหลือ ธุรกิจตรงข้ามบ้านท่าน ให้รอดตายด้วยนะครับ” โดยป้ายแรกติดบริเวณหน้าประตูทางเข้าโรงแรม ตรงข้ามประตูบ้าน นายอภิสิทธิ์ อีกป้ายติดไว้ชั้นสอง ด้านข้างโรงแรม นอกจากนี้ยังมีป้ายขนาดเล็ก กระจายบริเวณด้านนอกโรงแรม

นายอนันต์ หะยีมะสาและ ผจก.โรงแรม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ยื่นหนังสือผ่านนายอิสระ ศิริวรภา ผอ.สำนักสถานที่และรักษาความปลอดภัย ทำเนียบรัฐบาล ผ่านไปถึงนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. จนถึงวันนี้ล่วงเลยมา 2 สัปดาห์แล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ที่เป็นรูปธรรม สอบถามกี่ครั้งก็ได้ คำตอบว่า รอการอนุมัติเพียงอย่างเดียว โรงแรมเดือดร้อนมา 2 ปีแล้ว รอไม่ไหวอีกแล้ว จึงตัดสินใจขึงป้ายร้องเรียน

 

“ทันที ที่ขึงป้ายทางสำนักนายกฯ ติดต่อกลับมาทันที ขอร้องให้นำป้ายลง อ้างว่าความช่วยเหลือรอเพียงการลงนามคำสั่งจากนางอัญชลี วานิชเทพบุตร รองเลขาธิการนายกฯ เท่านั้น แล้วยังตั้งคำถามอีกว่า ข้อเรียกร้องของโรงแรมคืออะไร ผมจึงบอกไปว่า ข้อเรียกร้องอยู่ในเอกสารที่ยื่นให้ไปหมดแล้ว ไม่มีอะไรใหม่” นายอนันต์ กล่าว

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า จากนั้นเวลา 17.00 น. นายวันชาติ จิวพัฒนกุล จากสำนักงานโยธา เขตวัฒนา เดินทางมาพบตน และขอร้องให้นำป้ายออก พร้อมกับขอเวลา 2 วันจะดำเนินการให้ และ บอกว่าวันที่ 29 พ.ย.ผอ.เขตวัฒนา พร้อมกับทนายจะมาพบ เพื่อช่วยเหลือ แต่ทางโรงแรมยืนยันไม่นำป้ายออก แต่หากวันที่ 29 พ.ย.ทางเขตมีคำตอบ หรือความคืบหน้าที่ดี โรงแรมยินดี ที่จะนำป้ายออกทันที ต่อมาเวลา 17.30 น. สำนักนายกฯ แฟ็กซ์เอกสาร การดำเนินการ ที่รัฐบาลส่งไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรม ผู้ว่าการททท. ผู้ว่าการทอท. กฟน. กปน. และผจก.บริษัท พานาโซนิค ในเครือ มาให้ แต่เอกสารทั้งหมดลงวันที่ 26 พ.ย. ทั้งๆ ที่โรงแรมยื่นร้องเรียนไปตั้งแต่ 2 สัปดาห์ก่อน

วันเดียวกันนายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก. ลายจุด และแกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กล่าวถึงกรณีนายวินัย หรือหนุ่ม ปิ่นศิลปชัย อายุ 33 ปี ผู้ต้องขังคดีละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เกิดอาการเครียดพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกินน้ำยาปรับผ้านุ่ม ต่อหน้าภรรยาที่ไปเยี่ยมในเรือนจำมุกดาหาร ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้ เห็นว่าผู้ต้องขังรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม และยัดเยียดข้อหา เมื่อถูกจับก็ไม่ยอม ให้ประกันตัวออกมาต่อสู้คดีตามกระบวนการ ยังมีนักโทษการเมืองที่ถูกจับกุมคุมขังลักษณะนี้อีกกว่า 100 คน กระจายอยู่ตามเรือนจำต่างๆ ทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านธรรมดาที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย หลายรายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาสถานที่ราชการ บางรายแค่ไปยืนอยู่ใกล้แล้วถูกบันทึกภาพไว้ ก่อนจะถูกติดตามจับกุมภายหลัง ชาวบ้านที่ถูกจับเหล่านี้ไม่ได้เตรียมกายเตรียมใจมาก่อนว่า จะถูกจับ

 

นายสมบัติ กล่าวต่อว่า ได้รับข้อมูลเรื่อง เผาสถานที่ราชการจังหวัดต่างๆ ว่า มีการเตรียมการจากฝ่ายตรงข้ามเสื้อแดงเข้ามาดำเนินการเพื่อบดขยี้เสื้อแดง และให้เกิดภาพคนเสื้อแดงก่อความวุ่นวายเผาบ้านเผาเมือง ยอมรับว่าอาจจะมีคนเสื้อแดงหลงกลเข้าไปร่วมด้วย อย่างกรณีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ช่างภาพต่างประเทศบันทึกภาพเหตุการณ์ช่วงแรกที่มีการเผาห้างไว้ได้ โดยพบกลุ่มควันพวยพุ่งมาจากชั้นที่ 8 ของห้างก่อน จากนั้นคนที่อยู่ข้างล่างก็เริ่มโยนยางรถยนต์เข้าไปข้างใน จนไฟลุกลามไปทั่วห้าง ลักษณะมีการเตรียมการมาอย่างดี หลังจากนั้นไม่มีการจับกุมผู้ก่อเหตุได้เลยแม้แต่คนเดียว จึงขอเรียกร้องรัฐบาลรีบประกันตัวชาวบ้านเหล่านี้ออกมาต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว เพื่อลดความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้นได้อีก

“มาร์ค”พร้อมรับคำตัดสินคดียุบพรรค มั่นใจสมาชิกยังเหนียวแน่น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีมีแผนรองรับหรือไม่ต่อการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณายุบพรรคว่า ตนไม่ทราบ ถ้าศาลวินิจฉัยว่าไม่ผิดเรา ก็เดินหน้าทำงานต่อ ถ้าศาลวินิจฉัยว่าผิดเราก็ต้องดูว่าศาลตัดสินลงโทษใครอย่างไร เราก็ต้องยอมรับการตัดสิน คนที่ถูกตัดสิทธิ์ก็ต้องหมดสิทธิ์ไป คนที่ไม่ถูกตัดสิทธิ์ก็ต้องตัดสินใจอนาคตทางการเมือง แต่ตนมั่นใจว่าสมาชิกพรรคที่ไม่ถูกตัดสิทธิ์ ก็ต้องรวมตัวกันเพื่อทำงานในทางการเมืองต่อไป

   

เมื่อถามว่ามีความกังวลว่าถ้าตัดสินแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหารจะเกิดสูญญากาศและอาจเป็นเหตุผลให้อำนาจนอกระบบกลับเข้ามาอีกครั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็พยายามป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าว และยืนยันมาตลอดว่าทุกฝ่ายต้องเคารพการตัดสินและบางปม เช่น เรื่องรัฐธรรมนูญที่เพิ่งผ่านไปก็เป็นปมปัญหาง่าย ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็พยายามจะลดในทุกๆเงื่อนไข อย่างไรก็ตาม กรณีการตัดสินคดียุบพรรคหากฝ่ายบริหารต้องพ้นจากตำแหน่งไป คนถูกตัดสิทธิ์ก็ยังมีกลไกของรัฐสภาก็ต้องเลือกนายกฯคนใหม่ และดำเนินการต่อไป ทุกคนต้องยอมรับกติกา

เมื่อถามว่า ความวุ่นวายจะเกิดขึ้นได้ในช่วงดังกล่าวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็อยู่ที่แต่ละฝ่าย ตนก็เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับกระบวนการ การตัดสิน ซึ่งตนได้ย้ำแล้วว่าบ้านเมืองต้องอาศัยกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ตามระบอบประชาธิปไตยและกระบวนการยุติธรรมในการหาข้อยุติ ตรงไหนบกพร่องก็มาแก้ไข

เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com