พัทยาเดลีนิวส์

13 มกราคม 2553 :: 15:01:32 pm 2922

คนสนิท “เสธสนั่น” ถูกตุ๋น สูญเงิน เกือบครึ่งล้าน

นายเกรียงฤทธิ์ พาณิชศรี นักธุกิจดังคนสนิท “เสธสนั่น” ถูกแก๊งต้มตุ๋น หลองกด ATM สูญเงินเกือบครึ่งล้าน ร้องกองปราบตามล่ายกแก๊ง เจ้าตัวประกาศกร้าว ยกเงินทั้งหมดให้ตำรวจที่ลากคอได้
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันนี้ (13 ม.ค. 53) เมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.ป.กก.2 (ตำรวจกองปราบปราม) ได้รับร้องเรียน จาก นายเกรียงฤทธิ์ พาณิชศรี อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 138 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เจ้าของอพาร์ทเม้นต์หลายแห่งในเมืองพัทยา และเจ้าของคอกม้าพัทยา ว่า ถูกแก๊งต้มตุ๋นหลอกกดระบบตู้เอทีเอ็ม สูญเงินเกือบครึ่งล้านบาท

นายเกรียงฤทธิ์ พาณิชศรี ให้การว่า ในวันที่ 11 ม.ค. 53 เวลาประมาณ 10 โมงเช้า ได้รับโทรศัพท์มือถือ จากหมายเลข +8613774657614 โดยมีหญิงสาวเป็นคนต่อสายพูดคุย ซึ่งได้แจ้งกับตนว่า ตนได้ใช้เครดิตการ์ดรูดซื้อสินค้า ที่ห้างพารากอน เป็นเงินกว่า 58,000 บาท แต่ปรากฏว่าวงเงินดังกล่าวไม่ได้รับการอนุมัติ ตนจึงเป็นหนี้กับธนาคารกรุงเทพ ตามวงเงินดังกล่าว

ซึ่งภายหลังทราบเรื่อง ตนได้ตอบปฏิเสธทันที เนื่องจากเงินส่วนใหญ่ในการใช้จ่าย จะใช้บัญชีของลูกสาว คือ นางสาวบุษรา พาณิชภักดี ของธนาคารกสิกรไทย แต่หญิงสาว โอเปอร์เรเตอร์ จึงอ้างว่า คงเป็นการเข้าใจกันผิด จึงทำการขอหมายเลขบัญชีของลูกสาวไป เพื่อตรวจสอบระบบ จากนั้นก็พักสายประมาณ 5 นาที หญิงสาว โอเปอร์เรเตอร์ จึงต่อสาย แล้วบอกว่า คงมีบุคคลไม่พึ่งประสงค์ นำชื่อของตน ทำเครดิตการ์ด แล้วไปรูดซื้อสินค้า ทำให้ตนต้องเป็นหนี้อย่างไม่รู้ตัว ซึ่งแนวทางการแก้ไขคือ หญิงสาว โอเปอร์เรเตอร์ บอกว่า จะต้องประสานกับ ธนาคารกรุงเทพ ให้ประสานกับธนาคารแห่งชาติ เพื่อป้องกันการฟ้องร้อง อีกทั้งยังจะต้องไปทำรายการหน้าตู้เอทีเอ็ม เพื่อทำการล้างระบบ ป้องกันการถูกโกงอีกครั้งหนึ่ง 

 

นายเกรียงฤทธิ์ พาณิชศรี ยังให้การต่ออีกว่า เมื่อได้ฟังสาวโอเปอร์เรเตอร์ในเรื่องราวต่าง ๆ จึงเกิดความหลงเชื่อ จากนั้นได้ขับรถออกบ้าน ไปยังตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกสิกรไทย หน้าตู้ยามตำรวจทางหลวงพัทยา หมู่ 9 ต.หนองปรือ จากนั้นก็เริ่มดำเนินทำรายการตามระบบ ที่หญิงสาว โอเปอร์เรเตอร์ สั่งการ โดยเข้าเมนูภาษาอังกฤษ ซึ่งทำรายการอยู่นานประมาณ 5 นาที จึงเสร็จสิ้น สาวโอเปอร์เรเตอร์ จึงบอกว่า ได้ทำขั้นตอนสำเร็จเรียบร้อย ระบบจะถูกส่งไปยังธนาคารแห่งชาติ แล้วจะมีการติดต่อกลับมาภายหลัง จากนั้นก็วางสายไป ต่อมาตนได้ตรวจสอบยอดเงินในบัญชี พบว่าเงินสูญหายไป 418,058 บาท จึงมั่นใจว่าตัวเองถูกหลอกแล้ว จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ต.พัทยา จ.ชลบุรี

นอกจากนั้นยังได้ทำการประสานกับ ธนาคารกสิกรไทย สาขาสุทธิสาร กทม. รีบตรวจสอบว่าเงินจำนวนดังกล่าว ถูกโอนไปยังเลขหมายใด พบว่าเงินถูกโอนไปยัง หมายเลขบัญชี 6912018529 ธนาคารกสิกรไทย สาขาคาร์ฟูร์ รัชดา กรุงเทพ ซึ่งเป็นของ นายหิรัญ ภาคีวุฒิ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 / 1 ม.8 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ก่อนจะรวบรวมเอกสารทั้งหมด ส่งมอบให้ตำรวจกองปราบปราม ช่วยสืบสวนติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งประกาศว่าเงินที่สูญไป หากนำกลับมาได้ จะมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถจับกุมได้ทั้งหมด พร้อมทั้งอยากให้เป็นคดีตัวอย่างของสังคมต่อไป

สำหรับ นายเกรียงฤทธิ์ พาณิชศรี เป็นนักธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ชื่อดังของเมืองพัทยา ซึ่งเป็นเศรษฐีระดับต้น ๆ ของเมืองพัทยาอีกด้วย และที่สำคัญยังเป็นคนสนิท ของ พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และยังเป็นที่นับถือ ของ นายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ และ นักการเมือง ผู้นำท่องถิ่นของจังหวัดชลบุรี และ ภาคตะวันออก

พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ผกก.ป.กก.2 กล่าวว่า ในคดีรูปแบบดังกล่าว ตำรวจกองปราบปราม กองสืบสวน อยู่ในขั้นตอนสืบสวนสอบสวนขบวนแก๊งต้มตุ๋นรายนี้ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลง วิธีการหลอกเหยื่อให้หลงเชื่อในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งก่อนหน้านี้จะหลอกเหยื่อในเรื่อง ของเป็นผู้โชคดีได้รับเงินรางวัล และ ค้างเงินภาษีอากร และ ล่าสุดเป็นในเรื่องของ การเป็นหนี้สินเครดิตการ์ด ซึ่งทางกองปราบปรามจะเร่งดำเนินการติดตามตัว โดยเชื่อว่าเป็นขบวนการแก๊งต้มตุ๋นที่กำลังอาละวาดอย่างหนักในตอนนี้

Reporter : วีระพันธ์   Photo : วีระพันธ์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com