พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
10 กุมภาพันธ์ 2553 :: 13:02:04 pm 5981

คนไทยไอเดียเจ๋ง ผลิตภัณฑ์ไข่ไก่แดงเค็มไร้หวัดนก

ผลงานวิจัยรางวัลดีเยี่ยม นวัตกรรม “ดองไข่แดง” จากไข่ไก่ไร้หวัดนก ยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทย คว้ารางวัลระดับชาติ สุดยอดนวัตกรรมของนิสิตปริญญโท มหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัย เทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี

อีกผลิตภัณฑ์ ที่ประสบความสำเร็จ จากการค้นคว้าวิจัยนานรวม 4 ปี ในด้านอุตสาหกรรมอาหาร ของมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จนประสบความสำเร็จแห่งแรกของประเทศไทย  หรือแห่งแรกของโลก และ ได้รับรางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ ด้าน รางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ปี 2552 ดีเยี่ยม สาขาวิศวกรรมศาสตร์ และ อุตสาหกรรมวิจัย เรื่อง นวัตกรรมกระบวนการดองไข่แดงเค็มทันใจและผลิตภัณฑ์ไข่ไก่แดงเค็มไร้หวัดนก  ( Innovation of Accelerated Brining for Salted Egg Yolk Production and novel Production and Novel Product of Evian Flu-Free Salted Chicken Yolks ) ของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาลักษณ์ ทิพยรัตน์ นางสาววรพินิจ ลิมปภาส และ นายอนนต์ เลาหรัตนาหิรัญ วัย 28 ปี นักศึกษาปริญญาโท สาขาวิศวกรรมศาสตร์ มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย เทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี

คณะกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติ ได้พิจารณาเห็นว่าผลงานประดิษฐ์คิดค้น เรื่อง “นวัตกรรมกระบวนการดองไข่เค็มทันใจและผลิตภัณฑ์ไข่ไก่แดงเค็มไร้หวัดนก” แห่งภาควิชาวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นกระบวนการผลิตไข่แดงเค็ม ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้ระยะเวลาสั้น ปลอดโรคไข้หวัดนก ได้ไข่แดงเค็มที่มีคุณภาพ เสริมแคลเซียมและธาตุอาหาร ช่วยรักษาผู้ป่วยโรคความดัน ผลิตเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เช่น การทำขนมไหว้พระจันทร์ ขนมเปี๊ยะ ขนมโมจิ ร้านอาหาร และโรงแรม เป็นวัตถุดิบภายในประเทศ ส่งเสริมการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศอย่างยั่งยืน และ  ส่งออกตลาดต่างประเทศ เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไข่ไก่ ได้ถึงปีละ 600 – 700 ล้านบาท จนได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ดีเยี่ยม ประจำปี 2552

นายอนนต์ เลาหรัตนาหิรัญ  นักศึกษาปริญญาโท เปิดเผยถึงที่มาของการประดิษฐ์คิดค้น เนื่องคนไทยคุ้นเคยกับการบริโภคขนมวัฒนธรรม มาเป็นเวลาช้านาน เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ ขนมเปี๊ยะไข่เค็ม ขนมโมจิ บ๊ะจ่าง ติ่มซำ ซาลาเปา เป็นต้น ทั้งนี้คนไทยยังนิยมการบริโภคอาหารอีกหลากหลายประเภทที่มี ไข่แดงเค็มเป็นส่วนประกอบ ข้อมูลจากวารสารมองเศรษฐ์กิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปีที่ 10 ฉบับที่ 1525 วันที่10 กันยายน 2547 พบว่า ขนมโมจิมี มูลค่าตลาดประมาณ 500 ล้านต่อปี ขนมไหว้พระจันทร์เองก็มีมูลค่าตลาดสูงถึง 200 ล้านต่อปี ในแต่ละปีอุตสาหกรรมอาหารวัฒนธรรมเหล่านี้มีความต้องการใช้ไข่เค็มเป็นวัตถุดิบจำนวนมากโดยเลือกใช้เฉพาะไข่แดงเค็มเท่านั้นและทิ้งไข่ขาวเค็มอย่างเปล่าประโยชน์ ปัญหาของวัตถุดิบการผลิตไข่แดงเค็มเพื่ออุตสาหกรรม ด้วย

วิธีการดองไข่เค็มคือ

1. ทำให้เกิดผลิตผลพลอยได้ที่อุตสาหกรรมเหล่านี้ไม้ต้องการ คือ ไข่ขาวเค็ม และเปลือกไข่เค็มเป็นจำนวนมาก

2. อุปสรรคในการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบและแหล่งที่มาของไข่เป็ดเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนกลับตามมาตาฐานผลิตสมัยใหม่ เนื่องจากส่วนใหญ่มาจากเป็ดไล่ทุ่ง

3. ปัญหาโอกาสการปนเปื้อนด้วยไข้หวัดนกหรือโรคระบาดอื่นๆ ที่มากับเป็นไล่ทุ่ง

4. ใช้เวลานานในการเองไข่ 21-28 วัน สำหรับการดองปกติ (นิยมใช้ในอุตสาหกรรม) หรือ 7-10 วัน สำหรับการดองด้วยความดัน (เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ยังไม่มีการใช้ในอุตสาหกรรม)

ต่อมา ทางคณะผู้วิจัยได้ประเมินความสูญเสียเชิงเศรษฐศาสตร์ จากข้อมูลทางด้านการตลาด พบว่าเกิดของเสียในรูปของไข่ขาวเค็มที่แยกออกจากไข่แดงเค็มประเมินเป็นมูลค่าหลาย 100 ล้านบาท ไข่ขาวเค็มที่เกิดขึ้นเหล่านี้หากไม่ถูกปนเปื้อนด้วยความเค็มของเกลือจากกระบวนการดองไข่ จะสามารถใช้ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องขนาดใหญ่อีกหลากหลายประเภทอาทิ เบเกอรี่ ปูอัด ลูกชิ้น ไข่ผง อาหารเสริมและอุตสาหกรรมอาหารและยา ฯลฯ และในรูปแบบอื่น เช่น ไข่ขาวผง ไข่ขาวแช่แข็งพาสเจอไรซ์ ไข่ขาวแช่แข็ง เป็นต้น ใช้เวลารวมทั้งสิ้น 4 ปี ในระดับห้องปฏิบัติการ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการผลิตในอุตสาหกรรมโดยบริษัท บูโอโน่ (ประเทศไทย) จำกัด และยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในระดับอุตสาหกรรมวิจัยและพัฒนา

ส่วนด้าน คุณสมบัติและลักษณะเด่น เป็นครั้งแรกในการผลิตไข่แดงเค็มที่สามารถ ผลิตไข่แดงเค็มได้ภายใน 6 ชั่วโมง (จากวิธีการปกติใช้เวลา 21-28 วัน) ทำให้สามารถผลิตไข่แดงเค็มได้วันต่อวัน, ทำให้สามารถใช้ขาวที่ไม่เค็มเป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมปลายน้ำประเภทอื่นๆ และไม่มีของเสียเกิดขึ้นจากการผลิต สามารถนำน้ำดองเกลือกลับมาใช่ใหม่ได้ทั้งหมด, เป็นนวัตกรรมกระบวนการดองเค็มไข่เค็มที่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญา จดสิทธิบัตรแล้ว และจากการตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลต่างๆ พบว่าไม่มีที่ใดในโลกมีกรรมวิธีกรรมผลิตเช่นนี้, ใช้พลังงานและแรงงานในการผลิตน้อย เหมาะกับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ให้อัตราการผลิตสูงและทำให้การใช้วัตถุดิบเกิดประสิทธิภาพสูงสุด, เป็นครั้งแรกที่สามารถควบคุมความเค็มให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่ต้องการใช้ ซึ่งกระบวนการดองไข่ทั้งใบที่ใช้ในปัจจุบันไม่สามารถควบคุมความเค็มได้, สามารถควบคุมปริมาณโซเดียมคลอไรด์โดยแทนที่ด้วยโพแทสเซียมคลอไรด์สำหรับผู้ป่วย (เช่นโรคความดัน โลหิตสูง) หรือสามารถเสริมสารอาหารอื่นที่มีประโยชน์เชิงโภชนาการ

 

เกิดเทคโนโลยีการผลิตไข่แดงเค็มแบบใหม่ สร้างโอกาสให้เกิดผู้ผลิตไข่แดงเค็มในระดับอุตสาหกรรม เช่น บริษัท บูโอโน่ (ประเทศไทย) จำกัด สามารถผลิตวัตนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามมาตรฐานการผลิตระดับสากลสามารถแปรรูปวัตถุดิบไข่ไก่ภายในประเทศเพื่อการส่งออกจำหน่ายในภูมิภาค สามารถใช้ไข่ไก่เป็นวัตถุดิบในการผลิตไข่แดงเค็มแทนไข่เป็ด ซึ่งไม่เคยมีการผลิตในระดับอุตสาหกรรมมาก่อนได้รับประโยชน์จากต้นทุนการผลิตทุนไม่ต่ำกว่า มีวัตถุดิบเพียงพอทุกฤดูการ ไข่ไก่ผลิตจากฟาร์มเป็ดสามารถคุมวัตถุดิบให้ปลอดจากไข้หวัดนกซึ่งเป็นจุดวิกฤตในการผลิต ช่วยลดการใช้ไข่เป็ดไล่ทุ่งเป็นการลดการ แพร่ระบาดของไข้หวัดนกและเป็นไปตามมาตรการควบคุมของรัฐ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้กับไข่แดงเค็มซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่จากนวัตกรรมการแยกดองเฉพาะไข่แดง เช่น การเสริมแคลเซียมเหล็ก วิตามินอื่นๆ  จนที่มาของการประสบความสำเร็จดังกล่าว ท่ามกลางความยินดี ของคณะวิจัยที่ประสบความสำเร็จในครั้งนี้ และได้รับรางวัล ประกาศเกียรติคุณ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์  2553

Reporter : วีระพันธ์   Photo : วีระพันธ์   Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

สินผู้ใจดี