พัทยาเดลีนิวส์

15 กันยายน 2553 :: 13:09:12 pm 36753

ครม.ไฟเขียวกม.สกัดโหด ทวงหนี้

คณะรัฐมนตรี คลอดร่างพ.ร.บ.การติดตาม ทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม ห้ามคุกคาม ดูหมิ่นถากถาง ห้ามเปิดเผยประวัติลูกหนี้ ให้บุคคลไม่เกี่ยวข้อง รวบรวมผู้ทวงหนี้ทั้งหมดอยู่ภายในกฎหมายต้องได้รับการอนุญาต พร้อมกำหนดเวลาในการโทรทวงหนี้ ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. วันหยุดไม่เกิน 18.00 น.
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ-วานนี้ (14 ก.ย. 53) ครม.มีมติเห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.การติดตามทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม ตามที่กระทรวงการคลังเสนอนายวัชระ  กรรณิการ์  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.การติดตามทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม พ.ศ.. ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง  สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การติดตามทวงถามหนี้อย่างเป็นธรรม  เป็นการ รวบรวมผู้ทวงหนี้ทั้งหมดอยู่ภายในกฎหมายฉบับใหม่ มีการจดทะเบียนติดตามการทวงหนี้  เมื่อกฎหมายออกบังคับใช้ ผู้ทวงหนี้ต้องได้รับการอนุญาติจากหน่วยงานทั้งสิ้น

ข้อห้ามต่างๆ มีการกำหนดเวลาติดต่อ ทางโทรสาร โทรศัพท์ จดหมาย ที่ชัดเจน โดยห้ามคุกคามใช้ภาษาดูหมิ่นถากถางดูหมิ่น ห้ามเปิดเผยประวัติลูกหนี้ให้บุคคลไม่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้ตามร่างกฎหมาย ห้ามมิให้ผู้ติดตามทวงหนี้กระทำการติดตาม จนเข้าใจผิดว่าเป็นการกระทำของศาล  พร้อมกับมีการกำหนดโทษทางอาญาสำหรับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามพรบ.นี้ โดยปรับไม่เกินหนึ่งแสน จำคุกไม่เกินหนึ่งปี  หรือทั้งจำทังจับ และจำคุกไม่เกินสามปีทั้งจำทั้งปรับ

นายวัชระ กล่าววว่า นายกรณ์  จติกวณิช  รมว.คลังรายงานครม.ว่าปัจจุบันมีการทวงหนี้ไม่เป็นธรรมหลายลักษณะ ส่งจดหมายไปสำนักงาน ข่มขู่ใช้วาจาสร้างความอับอาย ข่มขู่ สร้างความรำคาญให้บุคคลที่สามที่ไม่ใช่ลูกหนี้  รมว.คลังรายงานครม.ว่า ปัจจุบันกฎหมายที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดครอบคลุมเฉพาะสถาบันการเงิน แต่การทวงหนี้ต่างๆสถาบันการเงินว่าจ้างบริษัทภายนอกไม่ใช่สถาบันการเงินไปทวงหนี้ ซึ่งอยู่นอกเหนือกฎหมายธนาคารแห่งประเทศไทย  กระทรวงการคลังจึงนำเสนอร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว

“พฤติกรรมการติดตามทวงหนี้ ยังคงมีการทวงหนี้ ที่กดดัน และสร้างความอับอาย เพราะบุคคลติดตามหนี้ไม่มีเงินเดือนได้รับค่าคอมมิชชั่นประมาณ 30 % ดังนั้น ยอมทำทุกวิธีทางที่จะเรียกหนี้คืนโดยไม่มีมนุษยธรรม โดยเฉพาะกลุ่มรับจ้างติดตามหนี้ ส่วนเจ้าหน้าที่ติดตามสถาบันการเงินสุภาพมากกว่าเพราะมีกฎระเบียบแบงก์ชาติควบคุมอยู่”

ตามร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ประกอบด้วย

1. กำหนดให้ผู้ที่รับจ้างจากผู้ให้สินเชื่อเป็นการค้าปกติ ในการติดตามทวงถามหนี้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจะต้องจดทะเบียนการประกอบ ธุรกิจติดตามทวงถามหนี้ หากเป็นการติดตามหนี้โดยเจ้าหนี้ผู้ให้สินเชื่อโดยตรงไม่ต้องจดทะเบียน

2. ห้ามไม่ให้ผู้ติดตามหนี้ติดต่อผู้ใดที่ไม่ใช่ลูกหนี้เพื่อทวงถามหนี้ โดยการติดต่อบุคคลอื่นให้ทำเพื่อสอบถามสถานที่ติดต่อลูกหนี้เท่านั้น โดยกำหนดวิธีปฏิบัติในการติดต่อกับบุคคลอื่นไว้ เช่น จำกัดช่วงเวลาการติดต่อทั้งทางโทรศัพท์ โทรสาร หรือบุคคล โดยต้องไม่ก่อให้เกิดความรำคาญ เป็นต้น

3. กำหนดวิธีการปฏิบัติติดต่อกับลูกหนี้ และข้อห้ามในการติดตามทวงถามหนี้ เช่น จำกัดช่วงเวลาติดต่อไม่ว่าจะติดต่อทางโทรศัพท์ โทรสาร หรือบุคคล โดยให้ติดต่อกับผู้บริโภคได้ตามสถานที่ที่ลูกหนี้แจ้งไว้ เป็นต้น ส่วนข้อห้าม เช่น ห้ามกระทำในลักษณะที่ต้องเป็นการละเมิด และคุกคามรวมถึงห้ามผู้ติดตามหนี้ ติดตามทวงถามหนี้ในลักษณะที่ไม่เป็นธรรม และ

4. กำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับการติดตามทวงถามหนี้ มีอำนาจและหน้าที่ในการกำกับดูแลการติดตามทวงถามหนี้ของผู้ติดตามหนี้ ออกประกาศหรือคำสั่ง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการปฏิบัติในการติดตามทวงถามหนี้ รับเรื่อง ร้องเรียน เป็นต้น

Reporter : โสรยา   Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com