พัทยาเดลีนิวส์

03 ธันวาคม 2559 :: 08:12:18 am 200982

ความคืบหน้ากรณีหนุ่มพนักงานห้าง อ้างถูกยัดปืนรีดเงิน 4,000

ความคืบหน้ากรณีหนุ่มพนักงานบริษัทในห้างย่านพัทยากลาง อ้างถูกชายฉกรรจ์แต่งกายคล้ายตำรวจ จับยัดข้อหาพกพาอาวุธปืนแล้วรีดเงิน 4 พันแลกอิสรภาพ ล่าสุดคาดว่าน่าจะโอละพ่อ หลังทีมสืบสวนได้หลักฐานมัดตัวว่าน่าจะกุเรื่องเพราะกลัวเมีย
สนใจโฆษณา

กรณีเมื่อกลางดึกวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีนายสัญจร คำวิลัย อายุ 43 ปี พนักงานบริษัท ยูนิลิเวอร์ ประจำอยู่ที่ห้างบิ๊กซีเอ็กซ์ตร้า พัทยากลาง แจ้งความกับ ร.ต.ท.ปฐมพงษ์ กรันฑ์พิสุทธิ์ รอง สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์รวม 4 คน แต่งกายคล้ายตำรวจเรียกตรวจค้นที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท 36/1 หน้ามูลนิธิคุณพ่อเรย์ ย่านพัทยากลาง หลังเลิกงานที่ห้างดังกล่าวและกำลังจะเดินทางกลับบ้าน ก่อนโดนยัดข้อหาพกพาอาวุธปืนและถูกข่มขู่เอาเงินสดจำนวน 4,000 บาท เพื่อแลกกับอิสรภาพและรถจักรยานยนต์ที่ถูกยึดเอาไว้

 

ในเวลาต่อมาตำรวจชุดสืบสวน โดยการนำของ พ.ต.ท.สมพาน สุขสำราญ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา พานายสัญจร ไปดูภาพถ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจและตำรวจอาสา แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวไม่ได้ชี้ภาพเจ้าหน้าที่คนใด และเมื่อไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดที่ผู้เสียหายอ้างว่าถูกพาตัวไปเอารถจักรยานยนต์ในซอยบ่อบำบัดน้ำเสีย เขตเทศบาลเมืองหนองปรือ ก็ไม่พบว่ามีภาพนายสัญจร และกลุ่มชายฉกรรจ์ ไปยังสถานที่ดังกล่าวในวันและเวลาตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น

 

เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 ธ.ค.59 พ.ต.ท.สมพาน สุขสำราญ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า คดีนี้มีแนวโน้มว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องจริงตามที่นายสัญจร ให้การไว้ตั้งแต่ตอนแรก เพราะหลังจากพาไปดูกล้องวงจรปิดในซอยบ่อบำบัดน้ำเสีย เขตเทศบาลเมืองหนองปรือ ก็ไม่มีภาพเหตุการณ์ใดๆ เมื่อสอบถามไปยังบริษัทต้นสังกัดที่เจ้าตัวทำงานอยู่ทำให้ทราบว่า ไม่มีเพื่อนพนักงานชื่อตั้มที่อ้างว่าเป็นคนหาเงินจำนวน 4,000 บาท มาช่วยไถ่ตัว อีกทั้งวันเกิดเหตุนายสัญจร ไม่ได้ไปทำงานแต่อย่างใด แต่กลับให้การว่าถูกกลุ่มชายฉกรรจ์เรียกตรวจค้นและยัดข้อหาพกพาอาวุธปืนในขณะที่กำลังขับขี่รถ จยย.กลับที่พักหลังจากเลิกงาน จึงเป็นคำให้การที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริง

 

ซึ่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามพูดจาหว่านล้อมและโน้มน้าวให้พูดความจริง นายสัญจร ถึงกับเกิดอาการเครียดจนแทบจะเอาศีรษะตัวเองโขกกับผนัง จนต้องรีบช่วยกันห้ามปราม ซ้ำยังเจ้าตัวยังเอ่ยปากบอกว่าหากต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จก็จะผูกคอตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย นอกจากนี้จากการสังเกตพบว่า ลักษณะนิสัยของนายสัญจร ค่อนข้างจะเป็นคนกลัวภรรยา และตัวภรรยาเองก็ค่อนข้างจะปากไวพูดจาโผงผาง ทำให้คาดว่านายสัญจร น่าจะทำเงินหรือสิ่งของสำคัญหายและกลัวว่าจะถูกภรรยาด่า จึงกุเรื่องขึ้นมาเพื่อตบตาเมียรัก อย่างไรก็ตาม ทีมสืบสวนได้รายงานข้อมูลทั้งหมดไปยัง พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา ให้ทราบแล้ว และรอคำสั่งอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับนายสัญจร แต่เบื้องต้นในขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ ทั้งสิ้น

Reporter : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Photo : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com