พัทยาเดลินิวส์ ข่าวพัทยา

28 ตุลาคม 2559 :: 04:10:58 am 199221

คสช.จัดหนักเตรียมสนธิกำลังกว่า 600 นาย จัดระเบียบที่จอดเรือพัทยา

คสช.จัดหนักเตรียมสนธิกำลังกว่า 600 นายจัดระเบียบที่จอดเรือพัทยาวันดีเดย์ 1 พฤศจิกายน นี้ ประกาศชัดย้ำต้องคืนพื้นที่สาธารณะในแผ่นดินหากพบฝ่าฝืนพร้อมดำเนินการเด็ดขาด
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันที่ 27 ต.ค.59 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี พันเอกภพอนันต์ เหลืองภานุวัฒน์ รองผู้บัญ ชาการมณฑลทหารบกที่ 14 เป็นประธานการประชุมร่วมกับตัวแทนภาคส่วนราชการ ประกอบด้วย จังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง เมืองพัทยา สำนักงานเจ้าท่าพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานขนส่ง เพื่อร่วมหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ โดยเฉพาะกรณีของการย้ายจุดจอดเรือท่องเที่ยวจำนวนกว่า 1,200 ลำออกจากพื้นที่สาธารณะ 17.89 ไร่

 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนองนโยบายของภาครัฐในการทวงคืนพื้นที่สาธารณะ อีกทั้งยังเป็นการจัดเตรียมความพร้อมในการรองรับการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2560 ซึ่งถือเป็นกิจกรรมระดับนานาชาติ ที่มีทัพเรือจากกว่า 40 ประเทศเข้าร่วม โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการติดตามผลความคืบหน้า หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีประกาศให้ผู้ประกอบการเคลื่อนย้ายเรือออกจากพื้นที่ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 31 ตุลาคมนี้

 

พันเอกภพอนันต์ กล่าวว่าการดำเนินการในครั้งนี้ต้องเกิดผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานานให้หมดไป อีกทั้งยังต้องเตรียมความพร้อมในการจัดสถานที่รองรับการจัดงานระดับชาติซึ่งยังเหลือระยะเวลาการทำงานอีกเพียง 1 ปีเท่านั้น ซึ่งในการนี้มีเป้าหมายที่จะต้องนำพื้นที่สาธารณะส่งมอบให้เมืองพัทยาให้ได้ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน เพื่อทำการออกแบบและเตรียมความพร้อมเพื่อปรับปรุงอย่างเร่งด่วน

 

ด้วยเหตุนี้จึงต้องหารือร่วมเพื่อกำหนดกรอบแนวทางการปฏิบัติ ซึ่งปัจจุบันได้ประสานขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานต่างๆในการเข้าไปดำเนินการ โดยมีการตอบรับการสนธิกำลังพลแล้วกว่า 600 นาย ภารกิจนี้ยืนยันว่าจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่ต้องจัดการทวงคืนที่สาธารณะที่มีปัญหากลับมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นการดำเนินการเพื่อส่วนร่วมเป็นหลักไม่ได้หวังกลั่นแกล้งใคร แต่หากพบว่ามีกระแสการต่อต้านหรือผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่ง ก็พร้อมที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาดทันที

 

ขณะที่นายชวลิตร แสงอุทัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวเสริมว่าสำหรับเรื่องพื้นที่จอดเรือบริเวณแหลมบาลีฮายนั้น จากผลสรุปในการหารือยืนยันว่า คงจะไม่สามารถผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการใช้ในการขึ้นลงเรือในบริเวณดังกล่าวได้อีกต่อไป โดยหลังจากส่งมอบพื้นที่ให้กับเมืองพัทยาก็จะทำการทุบทำลายท่าขึ้นลงเพื่อปรับปรุงใหม่ทันที และให้โยกย้ายจุดขึ้นลงมาใช้พื้นที่ใหม่บริเวณที่กำหนดไว้ คือ ริมชายหาดช่วงซอยจอมเทียน 11 และจอมเทียน 14 ซึ่งไม่ไกลจากท่าเรือบาลีฮายมากนัก

 

03 04

 

ในอนาคตจะมีการพิจารณาเพิ่มจุดท่าเรือขึ้นอีก 2 แห่งเพื่อลดความแออัด ก่อนจะขนย้ายเรือไปยังจุดจอดแห่งใหม่ที่ภาคเอก ชนไปจัดหากันไว้ โดยได้กำหนดระยะเวลาให้ลากจูงเรือขึ้นลงจากน้ำได้ในช่วง เวลา 20.00 น.-05.00 น.ในแต่ละวันเท่านั้น ซึ่งหากมีการดำเนินการนอกเหนือจากเวลาที่กำหนดก็ได้สั่งการให้ทาง สภ.เมืองพัทยา และสำนักงานขนส่งดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

 

นายชวลิตร กล่าวต่อไปว่าก่อนหน้านี้ได้นำคณะเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจพื้นที่จอดเรือของเอกชน ที่ผู้ประกอบการติดต่อขอเช่าไว้เพื่อนำเรือมาจอดบริเวณซอยกอไผ่ พัทยาใต้ ในพื้นที่กว่า 14 ไร่ ซึ่งพบว่าหลังการปรับปรุงสถานที่คงจะสามารถรองรับเรือได้จำนวนกว่า 500-700 ลำ

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับพื้นที่ดังกล่าวพบว่าอยู่ใจกลางชุมชนเมือง อีกทั้งยังมีแนวถนนสาธารณะที่ค่อนข้างคับแคบแออัด และมีระยะทางห่างจากจุดขึ้นลงเรือมากกว่า 7 กิโลเมตร ซึ่งหากจะใช้พื้นที่แห่งนี้ในการจอดเรือก็อาจส่งผลกระทบต่อการจราจรและความเป็นอยู่ของประชาชนในการเคลื่อนย้ายได้ จึงเห็นว่าไม่มีความเหมาะสม ซึ่งกรณีดังกล่าวได้มอบหมายให้ทางผู้ประกอบการไปทำการจัดหาพื้นที่จอดแห่งใหม่แทน ซึ่งควรจะอยู่ใกล้เคียงกับจุดขึ้นลงเรือ ใหม่ โดยเฉพาะที่ดินว่างเปล่าในเขตจอมเทียนเพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้น

 

พร้อมกันนี้จังหวัดชลบุรียังได้มอบหมายให้สำนักงานเจ้าท่าพัทยา ร่วมกับเมืองพัทยาและ สภ.เมืองพัทยา ทำการเร่งปรับปรุงพื้นที่รองรับจอดเรือบริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้ เพื่อให้สามารถรองรับการเทียบเรือรับส่งได้เพิ่มขึ้นจากเดิมและจัดระเบียบการขนส่งทางทะเลใหม่พร้อมกันไปด้วย

 

ทั้งนี้เพราะหลังจากวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป จะได้มีการออกคำสั่งเป็นระเบียบเพื่อยกเลิกห้ามไม่ให้มีการรับส่งนักท่องเที่ยวขึ้นลงเรือบริเวณชายหาดเมืองพัทยาอย่างเด็ดขาด เพื่อลดปัญหาการจราจรบนท้องถนน และภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่เสียหาย ซึ่งจะต้องเป็นแผนงานที่ต้องดำเนินการไปในคราวเดียวกันโดยจะอนุญาตให้มีการรับส่งนักท่องเที่ยวเฉพาะบริเวณท่าเทียบเรือได้เท่านั้น โดยทุกนโยบายจะต้องดำเนินการไปพร้อมกันและมีผลการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนต่อไป

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com