พัทยาเดลีนิวส์

27 มกราคม 2553 :: 15:01:30 pm 4025

คุณรู้เรื่องกาแฟดีแค่ไหน…?

ทำไมปัจจุบันจึงมีร้านกาแฟสด เกิดขึ้นมากมายราวกับดอกเห็ดในฤดูฝน ? คงเป็นไปตามกระแสความนิยมของคนรุ่นใหม่ ที่ใช้เป็นที่นัดพบ คอยเพื่อน มีประชุมเล็กๆ หรือเพราะความลึกที่ไม่ลับที่หลายคนคงทราบดีอยู่แล้ว หรือบางคนอาจจะยังไม่ทราบว่ากาแฟให้ผลมากกว่าการแก้ง่วง
สนใจโฆษณา

กาแฟบำบัดโรค Caffeine กับการวิจัยทางการแพทย์

กาแฟไม่เพียงแต่ปลอดภัยแต่ยังมีประโยชน์ การดื่มวันละ 2 ถึง 4 แก้วอาจลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่างๆดังนี้ มะเร็งลำไส้ใหญ่ ( 25 % ) นิ่วน้ำดี ( 45 % ) โรคตับแข็ง ( 80 % ) โรคพาร์กินสัน ( 25 % ) ลดอาการของโรคหืด ( 25 % )

เพราะสาร theophylline ในกาแฟมีฤทธิ์ในการต่อต้านการเกิดโรคดังกล่าว ที่มากกว่านั้น นักวิจัยยังได้แสดงผลการวิจัยว่าในกาแฟมีสารต้าน anti-oxidants มากกว่าในชาเขียวถึง 4 เท่า และกาแฟยังช่วยให้ความทรงจำดีขึ้น และพัฒนาระดับการใช้พลังงานได้ดีทั้งด้านจิตใจและกิจกรรมทางร่างกาย แต่ละแก้วของกาแฟมีสาร anti-oxidants ประเภท polyphenols เป็นจำนวนมากถึงแม้จะเติมครีมหรือสกัด Caffeine ออกก็ตาม สาร polyphenols ก็จะมีปริมาณคงเดิมไม่ลดลง

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสาร anti-oxidants อาจป้องกัน ยับยั้งหรือจำกัดการแบ่งตัวของเชื้อโรคบางชนิด ซึ่งได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ ( Cardiovascular ) มะเร็ง ต้อกระจก และโรคเกี่ยวกับระบบประสาท กรดคลอโรจินิคเป็นสาร polyphenols ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในผลกาแฟ กาแฟโรบัสต้ามีกรดคลอโรจินิค 7 – 10% ขณะที่อาราบริก้ามีอยู่ที่ 5 – 7% ซึ่งน้อยกว่าโรบัสต้า ในกาแฟ 1 แก้วจะมีกรดคลดโรจินิค 15 ถึง 325 มิลลิกรัม ทั้งนี้ขึ้นกับสัดส่วนและวิธีการเตรียมการด้วยสาร polyphenols ที่พบในกาแฟอีกชนิดคือ Caffeic acid ซึ่งมีฤทธิ์ปกป้องเซลล์อย่างดีเยี่ยมเมื่อมีการ oxidation กับอ๊อกซิเจนที่อยู่ในกระแสเลือด

การออกฤทธิ์ของสาน Caffeine ซึ่งมีผลต่อระบบประสาท ไต กล้ามเนื้อ และหัวใจ

ผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง Caffeine มีผลกว้างขวางต่อร่างกาย แต่ที่เด่นชัดมาก คือผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยมีผลทำให้เกิดการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง กลไกที่สำคัญของ Caffeine ในการกระตุ้นสมองคือ สกัดกั้น adenosine receptor ขนาดของ Caffeine ที่ใช้ในทางการแพทย์คือ 100-200 มิลลิกรัม ซึ่งผลในการกระตุ้นนี้ทำให้ร่างกายรู้สึกมีกำลังวังชา กระปรี้กระเปร่า และไม่ง่วงนอน จากการศึกษาหลายกรณีเกี่ยวกับผลของ Caffeine ต่อการทำงานของสมอง พบว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและปริมาณงานสำหรับการทำงานที่ต้องใช้ความอดทนของร่างกาย เช่น การทำงานผลัดกลางคืนที่ต้องอดนอน รวมทั้งประสิทธิภาพการทำงานในขณะที่ร่างกายเริ่มอ่อนล้าได้โดยคุณภาพของงานอาจไม่ดีขึ้นเสมอไป แต่ในสภาวะปกติ Caffeine จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวและเพิ่มความทนทานในการทำงานได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนในการทำงานที่ต้องมีการประสานของอวัยวะหลายส่วนการได้รับ Caffeine กลับทำให้ทำงานได้เลวลง เช่น ในผู้ที่ดื่มกาแฟ 2-3 ถ้วย อาจสนเข็มหรือทำงานการฝีมือไม่ได้ดีเพราะอาจทำให้มีอาการมือสั่น

การวิจัยผลของ Caffeine ต่ออารมณ์และความรู้สึกนั้นได้ผลไม่ชัดเจน และมีข้อขัดแย้งกันอยู่ จากการศึกษาโดยให้ Caffeine ขนาดสูงในคนปกติ และในคนเป็นโรคจิตประสาท พบว่าจะทำให้เกิดความรู้สึกตึงเครียด และวิตกกังวลได้ ส่วนผลของ Caffeine ต่อความจำและความสามารถของสมองจากการศึกษาวิจัยต่างๆ สรุปได้ว่า Caffeine ในขนาดปกติจนถึงขนาดค่อนข้างสูง ไม่น่าจะมีผลเพิ่มหรือลดความจำหรือความสามารถทางสมองอื่นๆ ผลต่อการนอนหลับพบว่า Caffeine จะเพิ่มระยะเวลาที่ใช้ก่อนหลับให้ยาวนานขึ้นและลดระยะเวลาในการนอนหลับให้สั้นลง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาวิจัยของนักวิทยาศาสตร์หลายกลุ่มเกี่ยวกับผลของ Caffeine ต่ออาการเจ็บปวด พบว่าการใช้ Caffeine เพียงอย่างเดียวไม่มีผลในการบำบัดรักษาอาการเจ็บปวดได้เลย แต่เมื่อใช้ผสมกับยาแก้ปวดอื่นๆ ( adjuvant ) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยาแก้ปวดได้

ผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต มีผลทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น แรงบีบตัวของหัวใจเพิ่มขึ้นและหลอดโลหิตหดตัว เป็นผลทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น กลไกการออกฤทธิ์ในการกระตุ้นหัวใจที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุด น่าจะเกิดจากการยับยั้งเอนไซม์ฟอสโฟไดเอสเตอเรส โดยเฉพาะเมื่อได้รับ Caffeine ในขนาดสูง

ผลต่อระบบทางเดินอาหาร การดื่มกาแฟอาจทำให้ผ้ดื่มบางรายที่ไวต่อสารบางอย่างในกาแฟ หรือผู้ที่มีหูรูดส่วนล่างของหลอดอาหารทำงานผิดปกติอยู่ก่อนแล้ว เกิดอาการแสบยอดอกได้ และการดื่มกาแฟอาจทำให้ผู้ดื่มบางรายเกิดอาการท้องผูกหรือท้องเสียได้โดยเชื่อว่าสาร tannin ในกาแฟทำให้เกิดอาการท้องผูก และน้ำมันบางชนิดที่มีอยู่ในกาแฟทำให้เกิดอาการท้องร่วงได้

นอกจากนี้ การดื่มกาแฟทั้งชนิดธรรมดาและชนิดที่สกัด Caffeine ออก จะเพิ่มการหลั่งกรดและน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารสูงขึ้น จึงควรแนะนำให้ผู้ที่เป็นโรคแผลในกระเพาะและลำไส้ งดเว้นจากการดื่มกาแฟ ผลต่อระบบสืบพันธุ์ แม้จะมีรายงานว่า Caffeine อาจทำให้เกิดความพิการของตัวอ่อนในสัตว์ทดลองได้ แต่ไม่พบผลดังกล่าวในคน ผลของ Caffeine ต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ การทำให้ตั้งครรภ์ยาก การแท้งบุตร การทำให้ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักต่ำ ความพิการของทารกแรกคลอด รวมทั้งผลต่อพัฒนาการของเด็กยังไม่มีข้อมูลชัดเจน แต่ผลวิจัยส่วนใหญ่ชี้ว่า Caffeine ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อการตั้งครรภ์

Caffeine กระตุ้นให้สมองตื่นตัว ซึ่งจะเร่งความเร็วของการประมวลผลข้อมูลในสมองและย่นระยะเวลาในการตอบสนอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงานที่ต้องการสมาธิการใช้เหตุผลและความจำ Caffeine ในปริมาณที่พอเหมาะช่วยลดความหงุดหงิด อารมณ์ซึมเศร้าและความเครียดได้ ทำให้ผู้ดื่มรู้สึกพิงพอใจและมีความสุข

ข้อดีและข้อเสียของการดื่มกาแฟแก้ปวดหัว

ล่าสุดนักวิจัยมีรายงานว่า ชนิดของสาร Caffeine ที่อยู่ในกาแฟสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวเพราะความเครียดให้กับคนจำนวนมากได้ ปกติแล้วสาร Caffeine ถูกใช้ในการรักษาทางการแพทย์อยู่แล้วรวมทั้งใช้เป็นสารประกอบทางเคมีด้วย และล่าสุดมีรายงานการวิจัยที่ยืนยันแล้วว่า Caffeine มีคุณค่าเพราะช่วยต่อต้านอาการปวดหัวได้ นักวิจัยแห่งคลีนิคปวดศีรษะไดมอนด์ในชิคาโกพบว่าการรับประทานสาร Caffeine เพียวๆ ออกฤทธิ์พอๆกับการทานแบบผสม ทั้งนี้ 58% ของผู้ที่ทุกข์ทรมานเพราะปวดหัวกล่าวว่าการทาน Caffeine เป็นเมล็ดแคปซูลให้ผลแก้โรคได้ดีมาก แต่ถ้าทาน Caffeine ในสัดส่วนเดียวกันโดยทานแบบผสมในยาหลายคนบอกว่าพวกเขารู้สึกหายเร็วกว่า

ความเจ็บปวดมักมาจากความตึงเครียดของกล้ามเนื้อบริเวณไหล่และต้นคอ ซึ่งมีอาการปวดเมื่อยนานหลายวัน ทีมนักวิจัยของไดมอนด์พบว่า เมื่อเพิ่มสาร Caffeine ในตัวยามาตรฐาน ผู้ป่วยประมาณ 70% รายงานว่าอาการปวดหัวบรรเทาลงจนหายแต่อีก 58% ไม่หาย

โดยเฉลี่ยแล้ว คนอังกฤษจะดื่มชา กาแฟกัน 3.5 ถ้วยต่อวัน ทั้งนี้มีงานวิจัยอื่นอีกหลายชิ้นแนะนำว่าสารเคมีในเครื่องดื่มชนิดอื่นอาจจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพก็ได้ อย่างไรก็ตามประโยชน์ของ Caffeine ที่มีต่อร่างกายในด้านอื่นๆ ยังไม่เป็นที่แน่ชัด ส่วนงานวิจัยบางชิ้นแสดงความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภค Caffeine จำนวนมากกับปริมาณการปวดศีรษะมากขึ้นเพราะ Caffeine ก็สามารถเป็นเหตุให้ปวดหัวได้หากบริโภคเข้าไปมากๆ ซึ่งจะทำให้ความดันเลือดสูงชั่วคราว แพทย์บางคนแนะนำว่า คนที่มีปัญหาเรื่องการเต้นของหัวใจควรหลีกเลี่ยงสาร Caffeine ไว้ก่อน

สนับสนุนบทความโดย : Hi coffee 

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : กินดื่ม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com