พัทยาเดลีนิวส์

12 มิถุนายน 2552 :: 11:06:36 am 1071

คุณเป็นมั้ย..โรคชอบเปรียบเทียบ?

การเอาตัวเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเป็นเรื่องปกติธรรมดา เรามักจะอยากรู้ว่าคนอื่น โดยเฉพาะเพื่อนฝูงของเรา ได้ดิบได้ดีไปถึงไหนแล้ว ตอนนี้เค้าขับรถอะไร..ได้ตำแหน่งไปถึงไหนแล้ว..ลูกๆของเค้าสอบเข้าโรงเรียนอะไร..สอบเข้าอะไรได้ แล้วนำมาเปรียบเทียบกับตัวเราเองว่าเราดีกว่าหรือด้อยกว่า และก็เป็นธรรมดาที่ใครๆก้อยากจะดีกว่าคนอื่น
สนใจโฆษณา

แต่หลายๆครั้ง การเปรียบเทียบทำให้เรารู้สึกว่าเราด้อยกว่าคนอื่น ความรู้สึกแบบนี้มักเกิดขึ้นเมื่อเราเอาตัวไปเปรียบเทียบกับคนอื่นที่มีดีมากกว่าเรา โดยเฉพาะเป็นการมีในสิ่งที่เราอยากมีแต่ยังไม่มี..หรือ ยังมีไม่พอ และโดยเฉพาะเมื่อเรารู้สึกว่าคนๆนั้นเป็นคู่แข่งของเราด้วย เช่น เราคงไม่รู้สึกด้อยเมื่อได้ข่าวนักเรียนไทยได้เหรียญทองชีวะโอลิมปิค เราชื่นชมว่าเค้าเก่ง แต่ความรู้สึกอาจต่างกันถ้านักเรียนคนนั้น..เป็นลูกของญาติของเราและเรียนชั้นเดียวกับเรา 

            เราเปรียบเทียบตัวเราในปัจจุบันกับอดีตที่เคยรุ่งโรจน์ แต่ก่อนเราอาจจะเป็นนักกีฬาที่เก่งกาจ แต่เดี๋ยวนี้ร่างกายอาจจะไม่ไหวแล้ว แต่ก่อนเราอาจเคยเรียนเก่งมาก แต่เดี๋ยวนี้ด้วยปัญหาต่างๆทำให้เราเรียนได้แค่ปานกลาง แต่ก่อนเราเคยมีเงินมากมาย แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ทำให้เรามีหนี้มากมาย ถ้าเราหมกมุ่นครุ่นคิดเรื่องเหล่านี้ เราก็จะรู้สึกแย่ รู้สึกว่าเราตกอับ และมักจะคิดไปเองว่าคนอื่นก็มองว่าเรากำลังตกอับด้วย 

            เราเปรียบเทียบปัจจุบันกับความฝันที่ยังไม่เป็นจริง เช่น อยากมีบ้านสวยๆแต่ยังไม่มีสักที ทำให้รู้สึกว่าตนเองไม่ประสบความสำเร็จเป็นคนที่ด้อยกว่าคนอื่น 

            หลายๆครั้ง เราก็อยู่ของเราดีๆ แต่คนอื่น ชอบเอาเราไปเปรียบเทียบกับอีกคนหนึ่งแล้วก็มาตัดสินว่าเราด้อยกว่า และมาพูดให้เราได้ยินด้วย เช่น บรรดาแม่ๆ มักจะเอาลูกของคนอื่นที่เรียนเก่งมาเปรียบเทียบกับลูกของตัวเองแล้วบ่นให้ลูกฟังเพราะหวังจะกระตุ้นให้ลูกเกิดความมานะเอาอย่างคนเก่งๆนั้น แต่..ลูกกลับเกิดความรู้สึกต่ำต้อยด้อยกว่าคนอื่น บางครั้งการที่คนอื่นเอาเราไปเปรียบเทียบแล้วมาพูดให้เราได้ยิน อาจเป็นการเหน็บแนมไม่ใช่ความหวังดีแบบนี้ก็ได้ 

            การเปรียบเทียบนั้น บางครั้งก็ช่วยให้เราพัฒนาตนเองขึ้นมาก ถ้าเรารู้สึกด้อยกว่า..แล้วเราพยายามปรับปรุงตนเอง หรือเมื่อเราอยากเป็นแบบบุคคลที่เราชื่นชมแล้วพยายามพัฒนาตนเอง หรือพยายามเอาชนะคำสบประมาทของคนอื่น แต่ถ้าการเปรียบเทียบทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดยอมแพ้ เลิกพยายามต่อหรือเกิดความคิดหาทางกลั่นแกล้งทำลายคู่แข่ง แทนที่จะพยายามปรับปรุงตัวเอง หรือยอมทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อให้มีอย่างคนอื่นเค้า แบบนี้..ถ้าทางเราจะเกิดภาวะเปรียบเทียบที่เป็นพิษเสียแล้ว.. 

            การพบว่าจริงๆแล้วเราด้อยกว่าคนอื่นนั้นเป็นความเจ็บปวด แต่การเปรียบเทียบที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เกินความจริง และเป็นไปในแง่ลบนั้นเจ็บปวดยิ่งกว่า ดังนั้น เมื่อรู้สึกตัวว่ากำลังเจ็บปวดจากการเปรียบเทียบอยู่ให้ลองถามตัวเองว่ากำลังเปรียบเทียบอะไร เช่น ความสวย ความเก่ง ความรวย ความเด่นดัง ฯลฯ เพราะบางครั้งเราจะ ” มึน ” แยกประเด็นไม่ออกแล้วสรุปรวมว่าตัวเราโดยรวมทั้งหมดนั่นแหละ ที่ด้อยสู้เค้าไม่ได้ ข้อมูลแน่นแค่ไหน รู้แน่หรือเดาเอา เรารู้แน่แล้วเหรอ? รถที่เค้าขับ..ใช่ของเค้าหรือไม่ เพื่อนเราไปเรียนเมืองนอก เพราะเก่ง หรือ เค้าสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ 

            เรารู้หมดทุกแง่ทุกมุมหรือยัง หรือเห็นแต่แง่ดีของเขาเพียงด้านเดียว เวลาเห็นคนร่ำรวยเรามักจะคิดว่าเค้าคงจะมีความสุข ที่จริงแล้วคนที่ร่ำรวยไม่จำเป็นจะต้องมีความสุขเสมอไป คนที่มีแฟนแล้ว หรือ คนที่ “ ขายออก “ แต่งงานแล้ว ก็ไม่จำเป็นว่าเค้าจะต้องมีความสุขมากกว่าคนโสด คนที่มีเงินเหลือเก็บมาก เพราะประหยัดมากๆ ก็ไม่น่าจะมีความสุขเท่าไหร่ โดยเฉพาะ คนที่เป็นลูกเป็นภรรยา 

            เมื่อพิจารณาความเป็นจริงแล้ว ลองคิดต่อไปว่า เค้าดีกว่าเราแล้วมันจะเป็นอะไรไป ถึงเค้าจะมีเงินมากกว่า แต่เราก็ยังมีเงินเท่าเดิม เงินที่เรามีอยู่มันไม่ได้หดหายไป ถึงคนข้างบ้านจะสวยกว่าเรา..มันก็ไม่ได้ทำให้เราสวยน้อยลง เราก็ยังคงเป็นคนสวยคนหนึ่งเหมือนเดิม 

            ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ เราพร้อมที่จะแลกด้วยอะไรบางอย่างเหมือนที่เค้าทำหรือเปล่า? เพื่อนของเราอาจจะต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำจนไม่มีเวลาดูแลลูก ไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัว ไม่มีเวลาไปว่ายน้ำหลังเลิกงานจึงมีเงินขนาดนั้นได้..แล้วคุณยังจะทำอย่างนั้นอยู่หรือไม่..? 

            เปลี่ยนวิธีเปรียบเทียบเสียใหม่ แทนที่จะจมอยู่กับความสิ้นหวังต่อไป เราอาจจะเปลี่ยนได้โดย เปรียบเทียบตัวเราตอนนี้ กับในอีกหนึ่งปีข้างหน้า ถ้าเราทำอะไรบางอย่าง เช่น ออกวิ่งสัปดาห์ละ 3 ครั้ง 1 ปี ผ่านไป เราน่าจะหุ่นดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่ดีอย่างคนข้างบ้านก็ตาม

ขอขอบคุณข้อมูลสนับสนุนจาก : เวปไซต์กรมสุขภาพจิต

Reporter : สิริ กัลยา   Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com