พัทยาเดลีนิวส์

22 มีนาคม 2552 :: 14:03:47 pm 1681

ฆาตกรรมหญิงไทยโดยชายฝรั่ง

วันนี้อากาศครึ้ม ๆ ประมาณว่าฝนฟ้าอาจจะตกในนาทีใด นาทีหนึ่ง แต่จนแล้วจนรอดก็ยังมืด ๆ ทึม ๆ อยู่เหมือนเดิม..อยู่เมืองพัทยา มันก็เข้าตำรา “คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า” บางวันก็เบื่อ บางวันก็ตื่นเต้น มีเรื่องให้ติดตามมากมาย เฉพาะในกองบก. ที่ต้องเลือกข่าว แปลข่าวก็เวียนศีรษะไปจนถึงบ่ายสี่โมง ไหนจะต้องอ่านข่าวในประเทศ ต่างประเทศอีกเป็น 20-30 ข่าว
สนใจโฆษณา

อย่างเช่นวันนี้… อ่านข่าววันนี้แล้ว หดหู่บอกไม่ถูก…ข่าวฆาตกรรมหญิงไทยโดยชายฝรั่ง เหตุเกิดต่างกรรม ต่างวาระ ลองอ่านดู…..

รายแรกเหตุเกิดที่เชียงใหม่…พาดหัวสะดุดตาโดย ข่าวสดรายวัน
ฝรั่งฆ่าเมียสาวไทย ถุงเท้ายัดปาก

โปรยหัวยิ่งสยดสยอง….
สุดโหดขวดเบียร์ทุบหัว แล้วใช้หมอนกดจนตาย ก่อนหนีกลับเมืองเบียร์ ตร.ประสานสถานทูตตามล่า

ย่อหน้าต่อมาก็ขยายความครบถ้วน ….
ฆ่า สาวหมกทาวน์เฮาส์กลางเมืองเชียงใหม่ ทิ้งศพขึ้นอืดนาน 3 วัน สภาพโดนตีที่หัวเป็นแผลยาว เศษ ขวดเบียร์แตกกระจายเกลื่อนห้อง สภาพศพถุงเท้ายัดปาก สงสัยฝีมือฝรั่งเมืองเบียร์คู่ขาโหด หลังก่อเหตุแล้วหลบหนีกลับประเทศเยอรมัน น้องสาวโทรศัพท์หาไม่ยอมรับสาย จึงรุดมาดูที่บ้าน พบพี่สาวกลายเป็นศพสยอง

เหตุ เกิดประมาณวันที่ 16-17 มีนาคม เดือนนี้เอง แต่กว่าตร. จะได้รับแจ้งก็เป็นวันที่ 20 ฆาตกรก็บินป๋อไปแล้ว รายละเอียดย่อ ๆ มีอยู่ว่า
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 20 มี.ค. ตำรวจได้ รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่บ้านทาวน์เฮาส์เลขที่ 26 / 18 หมู่ 6 ต.ท่าศาลา อ.เมืองเชียงใหม่ จึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยรวมใจ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮาส์หรูสองชั้น ชื่อว่าบ้านบุญสิตา 1 บริเวณชั้นสองเป็นห้องนอน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดประตูเข้าไปภายในถึงกับผงะ กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง บนเตียงนอนพบศพหญิงสาว สภาพนอนหงายตายขึ้นอืด สวมถุงน่องสีดำ โดยขาทั้งสองพาดลงมาบนพื้น มีหมอนปิดบังใบหน้า 1 ใบ เปิดออกดูพบร่องถูกของแข็งตีเข้าบริเวณศีรษะเป็นแผลยาว เศษขวดเบียร์ยี่ห้อหนึ่งสีเขียวแตกกระจายเกลื่อนอยู่บนเตียงนอน

ใน ปากผู้ตายมีถุงเท้ายัดหนึ่งข้าง บนเตียงนอนมีมีดทำครัวยาว 7 นิ้ววางอยู่ 1 เล่ม และมีร่องรอยแทงบนที่นอนจำนวน 2 แห่ง ข้างที่นอนพบกระดาษทิชชู่เช็ดเลือดตกอยู่หนึ่งก้อน ซองบุหรี่ตกอยู่ 2 ซอง และขวดเบียร์วางอยู่จำนวนหนึ่ง บนผนังหัวนอนยังพบรอยเลือดสาดกระเซ็นติดอยู่ อวัยวะเพศมีร่องรอยการร่วมเพศ ผู้ตายคือน.ส.แพรว ด่างเกษี อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ที่ 4 บ้านห้วยโจด ต.โนนขมิ้น อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

นาย พรหมมินต์ ยืนสุข อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของทาวน์เฮาส์หลังดังกล่าว ให้การว่าทาวน์เฮาส์หลังนั้นตนให้นายเพสเชล โทมัช เดิร์ช อายุ 45 ปี นักท่องเที่ยวชาวเยอรมันเช่ามานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยนายเพสเชลได้เดินทางกลับบ้านไปทำธุระที่ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 17 มี.ค.52 และปิดบ้านล็อกประตูไว้ จนมาในวันเดียวกันนี้ชาวบ้านใกล้เรือนเคียงได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจาก ทาวน์เฮาส์ ตนจึงเปิดประตูไปดูพบศพคนตายบนห้องนอนชั้น 2 จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว

นายพรหมมินต์กล่าวว่า ผู้ตายและนายเพสเชล คบหาเป็นแฟนกันอยู่พักหนึ่งและเลิกกัน เพราะฝ่ายชายหึงหวงผู้ตายทะเลาะกันบ่อยครั้ง จนมาเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2552 ได้กลับมาคบกันอีกครั้ง เพราะฝ่ายชายขอคืนดีโดยได้ซื้อรถมอเตอร์ไซต์ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นคลิกสีดำแดงให้ เป็นของขวัญ จนเมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 มี.ค.52 นายเพสเชลได้พาน.ส.แพรวมาที่ห้อง ซึ่งต่อมาเธอก็กลายเป็นศพดังกล่าว

จาก การสอบสวน น.ส.ปาริฉัตร ภูกอบไชย อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168 ม.4 บ้านห้วยโจด ต.โนนขมิ้น อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู น้องสาวของผู้ตายให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พบกับผู้ตายอยู่กับนายเพสเชล เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 มี.ค.52 ที่ผ่านมา จากนั้นก็ไม่ได้พบกันอีก ตนโทรศัพท์หาเมื่อวันที่ 17 มี.ค.ก็ไม่รับสาย จึงตามหา จนกระทั่งมาที่บ้านเกิดเหตุในวันที่ 20 มี.ค.52 ก็พบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายจอดอยู่ จึงพยายามตะโกนเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงไปสอบถามนายพรหมมินทร์ เพื่อขอให้เปิดบ้านให้ กระทั่งพบน.ส.แพรวกลายเป็นศพดังกล่าว

เจ้า หน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายคดีนี้น่าจะเป็นนายเพสเชล เพราะหลังก่อเหตุได้หนีกลับบ้านที่ประเทศเยอรมนี และบ้านหลังดังกล่าวมีการปิดล็อกไว้ โดยนายเพสเชลอาจจะมีเซ็กซ์กับผู้ตายแบบวิตถารแล้วเกิดทะเลาะกัน หรือจะวางแผนมามีเพศสัมพันธ์กันแล้วฆ่าทิ้ง โดยการใช้มีดปลายแหลมจ้วงแทงแต่คนตายหลบได้ จึงคว้าขวดเบียร์ที่อยู่ริมขอบเตียงมาฟาดหัว แล้วใช้หมอนกดทับซ้ำจนหายใจไม่ออกขาดใจตาย ซึ่งจะประสานสถานทูตไทย ที่ประเทศเยอรมนีเพื่อนำตัวนายเพสเชลมาสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

อีกรายหนึ่งเกิดขึ้นที่ขอนแก่น จาก สำนักข่าวเนชั่น

ฝรั่งคลั่งเผาตัวเองกับเมีย อาการสาหัส

หนุ่ม ฝรั่งเศสคลั่ง จับหัวเมียโขกกับพื้นสลบ เอาน้ำมันราดเมียกับตัวเอง จุดไฟเผาทั้งเป็น ตัวเองสาหัส ส่วนเมียฟื้นวิ่งหนีเข้าห้องน้ำก่อนถูกไฟคลอกรอดหวุดหวิด เผยเพิ่งรู้จักอยู่กินด้วยกันแค่ 4 เดือน ที่ผ่านมามักคลุ้มคลั่งเข้าทำร้ายร่างกายอย่างไม่ทราบสาเหตุ

เมื่อ เวลา 10.00 น.วันที่ 20 มีนาคม 52 ร.ต.อ.สุรชัย ขำทัพน้ำ ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้หอพักไม่มีชื่อ ภายในซอยราษฎร์คนึง 7 หน้าค่ายทหาร มฑบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ ถนนกสิกรทุ่งสร้าง อ.เมือง จ.ขอนแก่น และมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและหญิงชาวไทยติดอยู่ภายในห้องพัก จึงรีบแจ้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครขอนแก่น และหน่วยกู้ชีพเข้าให้การช่วยเหลือ

ที่ เกิดเหตุเป็นห้องเช่าไม่มีชื่อ สุดซอยราษฎร์คนึง 7 ภายในห้องพักเลขที่ 17 พบไฟกำลังโหมลุกไหม้ขึ้นภายในห้อง มีเสียงร้องโอดโอยของชายชาวต่างชาติดังลั่น และมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือของผู้หญิงชาวไทย ในขณะที่ประตูห้องถูกปิดล็อคจากด้านใน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ชีพจึงได้พังประตูห้องเข้าไปเพื่อช่วยเหลือ ผู้ติดภายในทั้งสองคน พร้อมกับระดมฉีดจากรถดับเพลิงเข้าสกัดกั้นไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่ ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ พร้อมกับนำตัวหญิงชาวไทยและนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติผู้บาดเจ็บทั้งสองคน ที่ติดอยู่ภายในห้องออกมาได้

จากการตรวจสอบผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง สองคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติ ทราบชื่อคือ นายลาวา อายุ 52 ปี เป็นชาวฝรั่งเศส ถูกไฟไหม้ทั่วทั้งตัวหมดสติอาการสาหัส เหลือเพียงกางเกงขาสั้นตัวเดียวที่นุ่งอยู่ที่ถูกไฟไหม้ไม่หมด เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพรีบนำตัวนักท่องเที่ยวชายชาวต่างชาติส่ง รพ.ศูนย์ขอนแก่น เพื่อให้การช่วยเหลือ

ส่วนหญิงชาวไทยทราบชื่อ คือ น.ส.สมจิตร อินทรีย์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 ม.6 ต.โนนสะอาด อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ถูกไฟไหม้ที่บริเวณแขนทั้งสองข้าง และได้รับบาดเจ็บมีรอยเขียวช้ำที่ใบหน้าและบริเวณริมฝีปาก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพรีบนำตัวส่ง รพ.ศูนย์ขอนแก่น เพื่อให้การช่วยเหลือเช่นกัน

การ สอบสวน น.ส.สมจิตร ให้การว่า รู้จักกับนายลาวา ที่จังหวัดสุโขทัย เมื่อประมาณ 4 เดือนที่แล้ว ระหว่างไปท่องเที่ยวกับเพื่อน กระทั่งคบหากัน แต่ไม่รู้ว่าเขาทำอาชีพอะไร ต่อมาได้ชวนกันมาเที่ยวที่ขอนแก่น โดยมาเช่าห้องพักที่เกิดเหตุ ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา นายลาวามักอาละวาดอยู่เสมอ พูดจาพร่ำบ่นและตรงเข้าตบตีทำร้ายโดยไม่ทราบสาเหตุ

น.ส.สมจิตร กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ขณะนอนหลับในห้องเช่า ก็ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อถูกนายลาวา จับหัวโขกกับพื้นห้องและผนังหน้าต่างอย่างแรง จนสลบไปชั่วครู่ เมื่อฟื้นขึ้นมาก็เห็นนายลาวา กำลังเปิดเอาน้ำมันจากรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ในห้อง นำมาเท ราดที่ตัว น.ส.สมจิตร และราดตัวเอง แล้วจุดไฟเผาทันที จนเกิดไฟไหม้ไปทั่วห้อง ส่วน น.ส.สมจิตร ได้วิ่งหนีตายเข้าไปในห้องน้ำ จึงรอดจากถูกไฟคลอกไปได้

เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น ตร.กล่าวว่าน่าจะเป็นการทำร้ายและจุดไฟเผาตัวเองของชาวต่างชาติ ซึ่งก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการตรวจเก็บพิสูจน์หลักฐานเอาไว้เรียบ ร้อยแล้ว ส่วนสาเหตุอื่นๆที่เกิดขึ้นคงต้องรอสอบสวนพยานอีกครั้งก่อนถึงจะสรุปได้ อีกทั้งขณะนี้ชาวต่างชาติที่ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสยังไม่สามารถให้การได้

ในขณะที่ แพทย์ด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินและวิกฤติบำบัด รพ.ศูนย์ขอนแก่น ที่ให้การรักษา นาย ลาวา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ถูกไฟไหม้ทั่วร่าง เปิดเผยถึงอาการของนายลาวาว่า สาหัสมากทั่วทั้งร่างกายถูกไฟไหม้เกรียม ผิวหนังหลุดลอกหมด กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นถูกไฟเผาไหม้ตึงไปทั่วตัว แพทย์กำลังให้การช่วยชีวิตอย่างเต็มที่

ลองอ่านอีกซักข่าวหนึ่ง..

ข่าวนี้เกิดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ครึกโครมพอสมควร (ใช้ คำว่า “พอสมควร” เพราะว่า หากผู้ตายเป็นผู้หญิงฝรั่ง และฆาตกรเป็นชายไทย ก็มีหวังครึกโครมทั่วโลก ชนิดการท่องเที่ยวสั่นสะเทือนได้เหมือนกัน)

หนุ่ม เกาหลีวิปริต ฆ่าเปลือยสุดโหดสาวไทยคาห้องพักคอนโดฯ หรู ลงมือแบบซาดิสต์แทงคอด้วยมีด ฟันท้ายทอยจนคอหวิดขาด กรีดหน้ายับ แถมยังเอาขวดพลาส ติกยัดใส่อวัยวะเพศด้วย หลังก่อเหตุแล้วยังคลั่งไม่หยุด พยายามปีนหนีจากคอนโดฯทั้งเปลือยกาย แต่โดนรปภ.จับไว้ได้ติดต่อตร.มาคุมตัว แต่ยังเลอะเลือนให้การไม่รู้เรื่อง พบเหยื่อเป็นสาวบริการ โดยหนุ่มเกาหลีเคยติดต่อใช้บริการมาแล้ว ตร.คาดสาเหตุที่ลงมือโหดเพราะเมายา หรือเกิดทะเลาะกัน

เหตุเกิด เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 31 ต.ค. ที่เกิดเหตุเป็นอาคารที่พักอาศัย บริเวณทางเดินชั้น 46 กลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย กำลังยืมคุมตัวชายสภาพเมาสุรา พูดจาไม่รู้เรื่อง นอนเปลือยกายอยู่หน้าห้องพักตามลำตัวพบคราบเลือด หัวเข่าขวามีบาดแผลเลือดไหล และที่แขนซ้ายมีร่องรอยขีดข่วน ทราบชื่อต่อมาคือ นายลี วู ฮัน อายุ 29 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ เจ้าของห้องพักหมายเลข 1055/1221 ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ บริษัท ชิน ดอง อา จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 481/2 ถ.สาทรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาทร กทม. ซึ่งประกอบธุรกิจขายของชำร่วยส่งออกต่างประ เทศ

ต่อมาเจ้า หน้าที่ตรวจในห้องพัก พบภายในห้องมีร่องรอยการต่อสู้ ข้าวของกระจัดกระจาย บนพื้นและผนังห้องมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนจำนวนมาก และยังพบมีดดาบซามูไรเปื้อนเลือด อุปกรณ์การเสพยาจำนวนมากวางอยู่บนโต๊ะ บนเตียงนอนมีมีดคัตเตอร์ และคีมหนีบสีเหลืองวางอยู่ ส่วนที่ระเบียงหลังห้องพบศพหญิงสาว ทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.ธิติมา ศรีตุลา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 341/1 ถนนอารีราษฎร์ อ.เมือง จ.ระยอง ในสภาพสยดสยอง นอนคว่ำหน้าเปลือยกาย สวมกางเกงในแบบจีสตริงสีขาวเพียงตัวเดียว ลำคอด้านซ้ายมีมีดปอกผลไม้ ยาวประมาณ 10 นิ้ว ปักคาอยู่ ส่วนที่ศีรษะด้านซ้ายมีบาดแผลถูกฟัน ที่ท้ายทอยมีบาดแผลถูกฟันจนกระดูกคอด้านหลังขาด ใบหน้ามีรอยมีดกรีด 4 แผล ที่สะโพกมีบาดแผลถูกแทงด้วยมีด ที่อวัยวะเพศมีขวดน้ำพลาสติกยัดอยู่ แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายลีไปสอบสวน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่สถานทูตเกาหลีใต้เข้าร่วม

จากการสอบสวนทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่รปภ.ของอาคาร พบนายลี ซึ่งอยู่ในสภาพเปลือย กำลังปีนจากระเบียงห้องพัก ลงมาที่ระเบียงชั้น 45 ซึ่งเป็นระเบียงของห้องพักหมายเลข 1055/1182 ซึ่งเจ้าของห้องคือนายวีเจย์ ทัก ชาวอินเดีย มีตำแหน่งเป็นประธานบริษัท โคลอมบิน สโตนส์ จำหน่ายเครื่องเพชรย่านสุรวงศ์ เมื่อนายวีเจย์เห็นจึงนำตัวนายลี เข้ามาภายในห้องพัก ก่อนแจ้งรปภ.ให้มาตรวจและพบศพผู้หญิงเสียชีวิตอยู่ในห้องพักของนายลี

นาย ลี พักอาศัยอยู่ที่อาคารแห่งนี้มา 3 ปีแล้ว โดยเช่าห้องพักต่อจากคนไทย และอยู่เพียงลำพัง ส่วนผู้ตายทราบว่า ทำงานเป็นสาวบริการย่านห้วยขวาง และรู้จักกับนายลีมาได้ประมาณ 1 ปี โดยนายลีเคยเรียกมาให้บริการแล้ว 2-3 ครั้ง และคาดว่านายลีน่าจะมีพฤติกรรมทางเพศแบบซาดิสต์ เพราะในห้องพักพบเชือกจำนวนมาก สาเหตุที่นายลีก่อเหตุครั้งนี้น่าจะมาจากเมายาเสพติด และมีปากเสียงกับผู้ตายอย่างรุนแรง

พนักงาน สอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานทูตสอบปากคำนายลีแต่ยังให้การไม่รู้เรื่อง จึงส่งตัวไปตรวจสารเสพติดยังร.พ.ตำรวจ ก่อนแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และวันที่ 1 พ.ย.นี้ จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


จบข่าว..ต้องพักสายตา…. มันไม่ธรรมดาแล้ว…ความ รู้สึกที่ลึกลงไปในจิตใจของผู้หญิงไทยด้วยกันมันกระตุ้นเตือนให้สำนึกว่า สังคมนี้มันอันตรายมาก และมันใกล้ตัวผู้หญิงในเมืองพัทยา เมืองที่มีอาชญากรข้ามชาติเดินกันขวักไขว่..ใกล้ตัวจริง ๆ

ผู้หญิง ไทยบางกลุ่ม ถูกจัดว่าเป็นกลุ่มระดับล่างที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ทั้งเรื่องปากท้อง เรื่องความยากจน เธอเดินกันขวักไขว่ เธอถูกประชดประชันแบ่งชั้นว่า “สาวบริการ” (ไม่ ต้องอื่นไกลหรอก แค่ง่าย ๆ ในบอร์ดเว็บนี้ก็พอจะมองเห็นการแบ่งชั้นวรรณะ อยู่หลาย ๆ กระทู้) บางกลุ่มที่ว่านี้ บังเอิญเป็นกลุ่มใหญ่ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วตามผลกระทบของเศรษฐกิจเสียด้วย

นี่ไม่ใช่ประเด็นที่จะพูด ณ.ชั่วโมงนี้…เรากำลังพูดถึงสิทธิมนุษยชน สิทธิความเท่าเทียมกันของมนุษย์ ไม่ว่าเพศใด คำว่าเลือกเกิดไม่ได้ ไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่จะเอามาเป็นสาเหตุของการเลือกอาชีพเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ขายเซ็กซ์ (ไม่ขอใช้คำว่า “โสเภณี” เพราะเคยมีคนเรียกนักการเมืองที่ขายตัว ย้ายไปอยู่พรรคโน้น พรรคนี้ก็ถูกเรียกด้วยคำ ๆ นี้เหมือนกัน)

ค่า ของชีวิตทุกชีวิต ควรจะเท่ากัน ไม่ว่าเป็นรัฐมนตรีหรือผู้ค้าประเวณี หากเป็นคนไทยเมื่อถูกฆาตกรรมในเมืองไทย โดยใครก็ตาม ภายใต้กฎหมายไทยก็ต้องถูกลงโทษเหมือน ๆ กัน

ที่บอกว่า มันไม่ธรรมดา ก็เพราะว่าสถิติในการทำร้ายร่างกายและเอาชีวิต จี้ปล้น ฆ่ารายวัน ส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้หญิง และเป็นผู้หญิงที่มีอาชีพเสี่ยงอย่างที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นส่วนใหญ่ จึงอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้กวดขันและดูแลพี่น้องเราเท่า ๆ กับฝรั่งเช่นกัน

เมื่อไม่สามารถออกกฎหมายห้ามการค้าประเวณีก็ควร ให้การศึกษาแก่ผู้ขายบริการ เสียด้วย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการมีเซ็กซ์อย่างปลอดภัยเท่านั้น แต่รวมไปถึงการให้ข่าวสารข้อมูลที่ถูกต้อง การปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนในเมืองนี้ ประเทศนี้อย่างเสมอภาคกัน มาตรฐานเดียว!!

วารีนา ปุญญาวัณน์

Reporter : วารีนา ปุญญาวัณน์   Photo : Internet   Category : จดหมายถึง บก.

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com