พัทยาเดลีนิวส์

31 ตุลาคม 2549 :: 15:10:08 pm 32700

งานประเพณีลอยกระทง 5 พ.ย. 49

ในฐานะที่เราเป็นคนไทย พวกเราน่าจะมีความรู้เรื่องประเพณีการลอยกระทงไว้บ้าง เพราะเป็นประเพณีอันดีงาม ของคนไทยเรามานานมาก และก็ยังเก็บไว้ตอบชาวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในเทศกาลนี้ เพื่อไม่ให้เสียเชิงชาวไทยได้บ้าง
สนใจโฆษณา

ประเพณีลอยกระทง ในประเทศไทยมีการลอยกระทงด้วยความเชื่อและศรัทธาที่หลากหลาย เช่น ภาคอีสาน จะมี “ไหลเรือไฟ” เพื่อบูชาพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากดาวดึงส์ หรือเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมแม่น้ำนัมมทา ในวันเพ็ญ เดือน 11 ซึ่งก็คือวันออกพรรษา ส่วนทางล้านนาจะเรียกว่า “ลอยโขมด” คือ นำเครื่องสักการะและเครื่องอุปโภคบริโภคใส่ในสะเปา (สะเปาหมายถึงสำเภา หรือกระทง) แล้วปล่อยให้ลอยไปตามน้ำในวันเพ็ญเดือนสิบสองหรือวันยี่เป็ง ด้วยเชื่อว่าเป็นการส่งข้าวของให้แก่บรรพบุรุษในอดีตที่หนีโรคอหิวาต์จากเมืองหริภุญชัย (ลำพูน) ไปอยู่เมืองสะเทิม บางแห่งก็เรียก “ลอยผางประทีป” (ผาง คือ ถ้วยเล็ก ๆ) หรือ “ล่องสะเปา” ส่วนที่เรียก “ลอยโขมด” ก็เนื่องจากกระทงหรือเรือที่จุดประทีป แล้วปล่อยลอยน้ำในตอนกลางคืน จะเห็นแสงสะท้อนวับ ๆ แวม ๆ คล้ายโขมด หรือผีป่าที่ออกหากินกลางคืนและมีไฟพะเนียงเห็นเป็นระยะ ๆ 

นอกจากนี้บางแห่ง เช่น จังหวัดตาก ก็ยังมี “ลอยกระทงสาย” คือ การลอยกะลามะพร้าวที่มีไต้จุดไฟแล้วปล่อยให้ลอยตามลำน้ำเป็นระยะ ห่าง ๆ เท่า ๆ กันติดต่อกันเป็นสายยาว ด้วยเชื่อว่าผู้ที่ลอยหรือพบเห็นกระทง ดังกล่าวจะได้บุญกุศลตามที่อธิษฐาน ทุกประการ ส่วนภาคใต้จะไม่มีประเพณีลอยกระทง มีเพียงการ “ลอยแพ” เพื่อสะเดาะเคราะห์ จะทำเป็นครั้งคราว เมื่อมีโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้น ซึ่งบางทีก็เรียกว่า “ลอยเคราะห์” 

สำหรับความเป็นมาของประ เพณีลอยกระทงในบ้านเรา แม้จะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามีมาแต่เมื่อใด แต่จากกฎมนเทียรบาลสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ได้มีการพูดถึง “พระราชพิธีจองเปรียงพระประทีป ลดชุดลอยโคมลงน้ำ” อันเป็นพิธีของพราหมณ์ที่พระมหากษัตริย์จะเสด็จมาประกอบพิธีนำเปรียง (น้ำมันจากไขวัว) มาทาเทียนไขแล้วจุดใส่โคม ชักไปแขวนบนเสา เพื่อบูชาเทพเจ้าสามองค์คือ พระศิวะ พระนารายณ์ และพระพรหม (หรือที่รู้จักในนาม ตรีมูรติ) เมื่อครบเวลากำหนดก็จะลดโคมลงมา แล้วนำไปปล่อยลอยน้ำ ต่อมาเมื่อเรารับพุทธศาสนาเข้ามา จึงได้เปลี่ยนคติดังกล่าว เป็นการทำเพื่อบูชารอยพระพุทธบาทแทน ซึ่งกล่าวไว้ว่าประดิษฐานอยู่ 5 แห่ง คือ อยู่ที่สุวรรณมาลิกบรรพต 1 สุวรรณบรรพต 1 สุมนกูฏบรรพต 1 โยนกบุรี 1 และสายแม่น้ำนัมมทาอีก 1 

ส่วนรูปแบบประเพณีลอยกระทงอย่างกรุงเทพมหานครที่เผยแพร่ไปยังภูมิภาคต่าง ๆ นั้น กล่าวกันว่าเกิดจากนโยบายฟื้นฟูมรดก วัฒนธรรมอันดีงามของประเทศให้เป็นที่แพร่หลายในสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงเกิดการจัดประเพณีลอยกระทงในแบบแผนเดียวกันทั้งประเทศ ซึ่งเจตนาดั้งเดิมก็เพื่อให้มีการสืบทอดประเพณีที่ดีงามไปสู่อนุชนรุ่นหลัง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า มาในระยะหลัง ๆ ประเพณีลอยกระทงได้มีการปรับเปลี่ยนจากจุดมุ่งหมายเดิม มุ่งไปแต่เรื่องสนุกสนานรื่นเริง มีการประกวดนางนพมาศทั้งเด็กสาวและเด็กเล็ก จนกลายเป็นอีกเวทีหนึ่งที่สร้างค่านิยมความฟุ้งเฟ้อ นอกจากนี้ก็ยังมีการแสดงมหรสพ ต่าง ๆ ที่นับวันก็จะเพิ่มความเริ่ดหรูอลังการ และความฟุ่มเฟือยมากขึ้นทุกที โดยเฉพาะการเน้นการท่องเที่ยวที่จะนำรายได้มาสู่จังหวัดและประเทศ ได้กลายเป็นเป้าหมายที่ทำให้หลายแห่งมุ่งจัดกิจกรรมที่เน้น “มูลค่า” โดยละเลย “คุณค่า” ที่แฝงอยู่ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ที่สร้างความเอือมระอาจนหลายคนแทบจะเมินหน้าหนีต่อประเพณีนี้ก็คือ การเล่นดอกไม้ไฟ จุดพลุหรือประทัดอย่างคึกคะนองโดยไม่เลือกเวลา และสถานที่จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญใจไปทั่ว 

เหล่านี้ล้วนเป็นการสอนให้เรารู้จักยึดมั่นและตั้งใจทำความดีทั้งสิ้น ส่วนการประกวดสาวงาม อาจจะปรับเป็นการประกวด “ภูมิทัศน์” ที่งดงามของชุมชนแทน เป็นต้น คุณค่าเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เราจะต้องช่วยกันผดุงรักษาไว้ เพราะจะเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยสร้างความเป็นปึกแผ่นมั่นคงให้แก่ชุมชนและประเทศชาติ ข้อสำคัญ จะทำให้งาน “ลอยกระทง” ของแต่ละท้องถิ่นเป็นประเพณีที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่มาเกิดความประทับใจเพราะมีทั้งสาระและความสนุกสนาน ซึ่ง “คุณค่า” ดังกล่าวก็จะทำให้อนุชนรุ่นหลัง เกิดความรู้ ความเข้าใจ และพร้อมจะ “สืบสาน” ต่อไปด้วยความภาคภูมิใจ

______________________________________________________________________________________________________
งานประเพณีลอยกระทงประจำปี 2549 จะจัดขึ้นที่บริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย) ในวันที่ 5 พ.ย. 49 ภายในงานมีการออกร้านและการแสดงแสง สี เสียง โชว์อย่างตระการตา
– การประกวดนางนพมาศประจำปี 2549 ชิงเงินรางวัลกว่าแสนบาท
– การออกบู๊ธจำหน่ายอาหาร 4 ภาคจำนวน 40 บู๊ธ
– การแสดงจากศิลปินแกรมมี่
– ไฮไลท์ของงานอยู่ที่การสร้างเวทีอย่างยิ่งใหญ่เป็นเวทีรูปกระทง 360 องศา

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com