พัทยาเดลีนิวส์

07 ธันวาคม 2553 :: 12:12:51 pm 46549

จร.ดีเดย์ ใบสั่งออนไลน์ “จับปุ๊บรู้ค่าปรับปั๊บ” 7 ธ.ค.นี้

"ใบสั่งออนไลน์"นวัตกรรม ปราบรถผิดกฎ จับเร็วออกเร็วปรับเร็ว!วันที่ 7 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำใบสั่งจราจรออนไลน์ หรือ e-ticket มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านจราจรให้มากขึ้นสามารถจัดเก็บข้อมูล ตรวจสอบประวัติข้อมูลรถ และผู้ขับขี่ได้สะดวกรวดเร็ว คาดจับกุมผู้กระทำความผิด และรถหายได้มากขึ้น สังคมก็จะปลอดภัย
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วานนี้ (7 ธ.ค. 53) สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำใบสั่งจราจรออนไลน์ หรือ e-ticket มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานด้านจราจรให้มากขึ้น อาทิ ลดเวลาการบันทึกใบสั่ง สามารถจัดเก็บข้อมูล ตรวจสอบประวัติข้อมูลรถ และผู้ขับขี่ได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ฯลฯและจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป

รู้จักกับใบสั่งโฉมใหม่ชนิดนี้ ที่จริงแล้วนวัตกรรมชิ้นนี้มีใช้แล้วในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และญี่ปุ่น เป็นต้น สำหรับประเทศไทยนั้น เดิมทีกองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) มีแนวคิดที่จะนำมาใช้เมื่อหลายปีก่อน จึงได้เรียกบริษัทเอกชน ที่มีความชำนาญด้านอุปกรณ์สื่อสารมาเจรจาทว่า…ราคาของเครื่อง e-ticket สูงมาก โครงการจึงพับไป ต่อมากองบัญชาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นำมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง โดยพัฒนาระบบให้สามารถเชื่อมโยงกับโครงการ Police ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยเครื่อง e-ticket มีลักษณะคล้ายโทรศัพท์มือถือ สามารถบันทึกและพิมพ์ ข้อมูลได้ เมื่อป้อนข้อมูลเครื่องจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุม หรือศูนย์ระบบ Police เพื่อตรวจสอบข้อมูลบุคคลและข้อมูลยานพาหนะจากกรมการขนส่งทางบก แล้วส่งกลับมายังเครื่องอีกครั้ง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องใส่รหัสของตัวเอง พร้อมกับรหัสผ่าน เมื่อเครื่องตอบรับ เจ้าหน้าที่จะกดประเภทรถ หมายเลขทะเบียน จังหวัดที่จดทะเบียน และนำใบอนุญาตขับขี่ของผู้กระทำผิดมารูดที่เครื่อง ก็จะปรากฏข้อมูลของผู้ขับขี่ จากนั้นให้เลือกข้อหากระทำผิด เลือกถนนที่เกิดเหตุ แล้วยืนยันข้อมูล จากนั้นเครื่องจะออนไลน์ข้อมูลไปยังศูนย์ Police พร้อมกับพิมพ์ใบสั่งจราจรออกมาลักษณะของใบสั่งออนไลน์นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ออกระเบียบใหม่ โดยแก้ไขให้มี ความกว้าง 5.4 ซม. ยาว 35 ซม. แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ยาว 28 ซม. สำหรับให้กับผู้ขับขี่ ระบุทะเบียนรถ จังหวัด ยี่ห้อ ชื่อผู้ขับขี่ ประเภทใบอนุญาต ข้อหาที่ทำผิด ค่าปรับ วันที่ทำผิด ที่เกิดเหตุ และชื่อผู้ออกใบสั่ง ส่วนที่ 2 ยาว 7 ซม. เป็นสำเนาเก็บไว้เป็นหลักฐาน สำหรับผู้ออกใบสั่ง

พล.ต.ท.สมเดชกล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร บก.น.5 และบก.จร.เป็นพื้นที่นำร่องใช้งานใบสั่งจราจรออนไลน์มาแล้วระยะหนึ่ง ในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ จะเริ่มใช้จริงกับประชาชน โดยตำรวจที่มีเครื่องออกใบสั่งออนไลน์จะเป็นตำรวจจราจรสังกัด บก.น.5และ บก.จร.จำนวน 20 เครื่อง และ ตำรวจจราจรในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 10 เครื่อง รวม 30 เครื่อง คาดว่าภายใน 1 ปี จะใช้ได้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด

พล.ต.ท.สมเดชกล่าวต่อว่า ตำรวจจราจรผู้ออกใบสั่งจะป้อนข้อมูลในระบบสัมผัส ใช้เวลาไม่เกิน 1 นาที และสามารถตรวจสอบประวัติอาชญากรและข้อมูลรถหายได้ภายในไม่เกิน 30วินาที เนื่องจากเป็นข้อมูลบุคคล หรือข้อมูลยานพาหนะจะไปเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลในระบบPolis ซึ่งเป็นฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งขาติ และข้อมูลยานพาหนะที่เชื่อมโยงจาก กรมการขนส่งทางบกโดยอัตโนมัติ จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจับกุม คนผู้กระทำความผิดและรถหายได้มากขึ้น สังคมก็จะปลอดภัย นอกจากนี้ เชื่อว่าจะสามารถตัดตอนการเรียกรับผลประโยชน์ จากตำรวจจราจรได้อีกด้วย ซึ่งอาศัยความร่วมมือทั้ง 2 ฝ่าย คือ ทั้งตำรวจ และผู้ขับขี่รถ ซึ่งผู้ที่ได้รับใบสั่งจากเครื่องนี้ สามารถไปจ่ายค่าปรับออนไลน์ได้ที่ ไปรษณีย์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ที่ถูกจับปรับ

ข้อดีของระบบใบสั่งจราจรออนไลน์ จะลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากระบบจะทำงานอัตโนมัติเพียงปลายนิ้วสัมผัส ข้อมูลจะถูกส่งไปยังศูนย์เก็บข้อมูล สำนักงานตำรวจแห่งชาติทันที จากเดิม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเสียเวลามาคัดลอกข้อมูลจากใบสั่งส่งไปจัดเก็บ

ไม่ว่าเทคนิคจะล้ำยุคแค่ไหน ตำรวจจราจรฝากมาว่า อยากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนขับตามกฎ ช่วยลดอุบัติเหตุมากกว่า

เรียบเรียง  สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com