พัทยาเดลีนิวส์

15 เมษายน 2554 :: 10:04:47 am 61015

จับตาย! หนุ่มคลั่งไล่ฆ่า ตร. แท็กซี่ สยองกลางกรุง

หนุ่มคลั่งก่อเหตุสยองกลางกรุงบุกจี้ชิงรถ อาละวาดฆ่าแหลก แทงดับด.ต.จราจรแล้วชิงซ้ำ พร้อมโชเฟอร์แท็กซี่ชะตาขาดขับรถขวางดับคาพวงมาลัย จับพญ.เป็นตัวประกัน ก่อนไอ้คลั่งไปจนมุมไฟแดงอนุสาวรีย์ชัยฯ เจอตร.ล้อมวิสามัญฯจนพรุนไปทั้งคัน
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วานนี้ (14 เม.ย. 54) เมื่อเวลา 10.30 น. ร.ต.อ. ระพีพงศ์ จิตต์บุญธรรม ร้อยเวร สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี พร้อมด้วยพ.ต.ท.ประกิจ ช่างอาวุธ สวป.สภ.บางกรวย รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธจี้ชิงรถหลบหนีไป ที่บริเวณถ.เทิดพระเกียรติ หมู่ 3 ต.วัดชลอ อ.บางกรวย หลังรับแจ้งจึงรีบ รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียหายยืนรอเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตระหนก สอบสวนทราบชื่อว่าร.ต.วิชัย วิไลรัศมี อายุ 53 ปี อดีตนายทหารนอกราชการ อยู่บ้านเลขที่ 60/23 หมู่ 8 ต.กระทุ่มล้ม อ. สามพราน จ.นครปฐม ใกล้กันพบรถเก๋งโตโยต้า โคโรลล่า สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ภท.-7646 กรุงเทพ จอดอยู่ ด้านหน้ามีรอยเฉี่ยวชน

จากการสอบสวนร.ต.วิชัยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ขับรถเก๋งโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฏก 6345 กรุงเทพ เพื่อไปส่งแม่และพี่สาวที่ร.พ.อนันต์พัฒนา ย่านบางกรวย หลังจากนั้นก็ขับรถออกมาจากร.พ. มาได้ไม่ไกล ก็มีรถเก๋งโตโยต้า โคโรลล่า ขับมาชนท้ายรถตนเอง พอลงจากรถมาดู คนขับรถดังกล่าวที่เป็นชายก็วิ่งเข้ามาหา ใช้อาวุธมีดพับจี้เข้าที่เอวตนบอกว่า “ขอยืมรถไปใช้หน่อย” แล้ววิ่งไปที่รถตน พอตนวิ่งตามไป คนร้ายก็หันกลับมาจ้วงแทงด้วยมีดพับ แต่ตนหลบทัน แต่ก็ไม่สามารถขวางคนร้าย ขึ้นรถของตนขับไปทางถ.สิรินธร ตนจึงแจ้งตำรวจให้วิทยุสกัดจับ

ระหว่างนั้น ด.ต.ลิขสิทธิ์ พิลาศรี ผบหมู่จร. สน.ดุสิต อายุ 40 ปี กำลังปฏิบัติหน้าหน้าที่อยู่บริเวณตู้สัญญาณไฟแยกขัตติยานี ถ.สุโขทัยตัดถ.พิชัย แขวง-เขตดุสิต พบเห็นรถคนร้าย ขับติดไฟแดงอยู่ จึงเรียกให้จอด ปรากฏว่าคนร้ายลงจากรถ ถืออาวุธมีดเดินเข้าไปแทง ด.ต.ลิขสิทธิ์ภายในป้อมจราจรทันที ทางด.ต. ลิขสิทธิ์พยายามต่อสู้ ด้วยการใช้มือปัดป้อง จนถูกมีดบาดที่มือหลายแผล ทั้งคู่กอดรัดต่อสู้กันจนกระเด็นออกมานอกป้อม แต่ด.ต.ลิขสิทธิ์พลาดท่าถูกคนร้ายล็อกตัวไว้ ก่อนจะกระหน่ำแทงที่บริเวณด้านหลังและลำตัวจนพรุน 18 แผล แล้วยังแย่งอาวุธปืนพก .38 ประจำกายของ ด.ต.ลิขสิทธิ์ ยิงเข้าที่บริเวณเหนือหูขวา 1 นัด กระสุนฝังใน เสียชีวิตคาที่ เสร็จแล้วทิ้งอาวุธมีดพับยาว 4 นิ้วไว้ที่บริเวณที่เกิดเหตุ แล้วขับรถหนีต่อไปพร้อมปืน

ต่อมาคนร้ายขับรถมาถึงบริเวณแยกเสาวณี คนร้ายได้ขับรถย้อนศร โดยมีสายตรวจสน. ดุสิตขับรถไล่ตาม กระทั่งมาถึงบริเวณแยก ถ.ศรีอยุธยาตัดถ.พระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี ก็มีรถแท็กซี่โตโยต้า โคโรลล่า สีชมพู ของสหกรณ์ปทุมวันแท็กซี่ หมายเลขทะเบียน ทว 3087 กรุงเทพ มีนายอำนาจ พวงสูงเนิน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 9 ต.ศรีชมพู อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย เป็นคนขับ แล่นสวนมาเจอรถคนร้าย โดยในรถแท็กซี่ มีผู้โดยสารเป็นชาย-หญิง ชาวอังกฤษ 2 คนนั่งมาด้วย นายอำนาจต้องหักหลบรถของคนร้ายจนปีนข้ามเกาะ แต่คนร้ายซึ่งกำลังคลุ้มคลั่ง ใช้ปืนยิงถูกนายอำนาจที่ขมับขวา 1 นัด เสียชีวิตคาที่

จากนั้น คนร้ายทิ้งรถโตโยต้า คัมรี่ วิ่งลงมาจากรถ ใช้ปืนจะไล่ยิงนักท่องเที่ยวคนที่โดยสารมากับรถแท็กซี่ ก่อนจะปรี่เข้าไปจี้ชิงรถเก๋ง โตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ฌส 131 กรุงเทพฯ ซึ่งติดไฟแดงอยู่บริเวณแยกศรีอยุธยาขาออกพอดี มีพ.ญ.พิภัทรา สายโลหิต อายุ 28 ปี แพทย์ประจำร.พ.ค่ายสุรนารี เป็น ผู้ขับขี่ มาพร้อมกับมารดา คนร้ายไล่แม่ของ พ.ญ.พิภัทราลงจากรถ แล้วขับรถคัมรี่คันดังกล่าว ก่อนจะขับรถมุ่งหน้าไปตามถ.ศรีอยุธยา โดยจับพ.ญ.พิภัทราเป็นตัวประกันไปด้วย

จังหวะนั้น ด.ต.จิโรจน์ บุญทองคำ ผบ.หมู่. จร.สน.พญาไท ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในป้อมควบ คุมสัญญาณไฟจราจรที่แยกดังกล่าว พยายามเข้ามาขวางรถไว้ แต่ถูกนายธาดาขับรถพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บแขนขาหัก ฝ่ายคนร้ายก็ขับรถหนีต่อไป เลี้ยวซ้ายเข้าถ.พญาไท มุ่งหน้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ขณะนั้นพ.ญ.พิภัทราตัดสินใจเปิดประตูรถวิ่งหนีออกมา แต่ก็ถูกคนร้ายยิงเข้าที่บริเวณลำตัวและแขนซ้ายรวม 3 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส

กระทั่งเวลา 11.00 น. รถคนร้ายมาจอดติดสัญญาณไฟจราจร บริเวณเลนขวาสุด ก่อนจะเข้าวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถ.พญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี ขณะนั้นพล.ต.ต. วิชัย สังข์ปะไพ ผบก.น.1 พร้อมด้วยกำลังของ พ.ต.ท.กฤษณะ สุกันทะ สว.สส. พ.ต.ต.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ สว.สส. สน.พญาไท เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.พญาไท และเจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 ติดตามรถคันดังกล่าวมาทันทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่จราจรปิดการจราจรที่จะเข้าวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไว้ทุกด้าน เพื่อบล็อกรถคนร้ายเอาไว้ไม่ให้หนีได้ ก่อนจะสั่งให้คนร้ายยอมมอบตัว แต่คนร้ายไม่ยอม พยายามจะขับรถหลบหนีต่อ เจ้าหน้าที่จึง ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ยางรถแตกทั้ง 4 ล้อ

 

แทนที่จะยอมจำนน คนร้ายกลับใช้ปืนยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเกิดการยิงปะทะกันสนั่นหวั่นไหวนานถึง 5 นาที หลังเสียงปืนสงบลง ทางเจ้าหน้าที่เข้าเคลียร์พื้นที่ พบว่ารถเก๋งคัมรี่ ยางแตกทั้ง 4 ล้อ ตามตัวถังรถรอบคัน โดนกระสุนพรุนประมาณ 35 รู ภายในรถพบศพคนร้าย ทราบภายหลังคือนายธาดา อินทมาศ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/3 หมู่ 4 ต.นาเหรง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช สภาพศพสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน รองเท้าแตะ ถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะและท้ายทอยจำนวน 5 นัด เสียชีวิตคาพวงมาลัย ข้างลำตัวพบอาวุธปืนขนาด .38 ตกอยู่

พล.ต.ต.วิชัยเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่านายธาดา คนร้าย เป็นช่างซ่อมคอมพิวเตอร์ อยู่จ.นครศรีธรรมราช ก่อนเกิดเหตุ ขึ้นมาหาพี่สาว ที่ทำงานอยู่ย่านบางใหญ่ จ.นนทบุรี และมีพี่เขยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

ด้านพล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติของนายธาดานั้น พบว่าทำงานเป็นช่างซ่อมคอม พิวเตอร์ อยู่ที่อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เพิ่งขึ้นมาเยี่ยมพี่สาวที่กทม.เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา จนกระทั่งวันนี้ ก็เอารถเก๋งโตโยต้า โคโรลล่า ของพี่สาวไปใช้ก่อเหตุจี้ชิงรถโตโยต้า คัมรี่ ของ ร.ต.วิชัย จนกระทั่งมาถูกวิสามัญฯดังกล่าว ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติไม่พบว่าเคยมีประวัติทำผิดกฎหมาย หรือมีประวัติเคยเข้ารับการรักษาอาการทางประสาทมาก่อน

พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ร.ต.วิชัย เจ้าของรถโตโยต้า คัมรี่ คันแรก แจ้งว่านายธาดามีอาการคล้ายกับคนเมายาเสพติดนั้น หลังจากนี้จะรอผลการชันสูตรศพจากทางแพทย์นิติเวชว่าในร่างกายมีแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดชนิดใดหรือไม่ แต่การตรวจสอบสภาพศพของนายธาดา เบื้องต้นพบว่าที่ข้อมือทั้งสองข้างมีรอยเย็บ เนื่องจากถูกกรีดจำนวนหลายแผล แพทย์ระบุว่าบาดแผลดังกล่าวไม่น่าจะเกิน 7 วัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำญาติของนายธาดา เพื่อหาที่มาที่ไปของบาดแผลดังกล่าวต่อไป

พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวด้วยว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งสองนายนั้น ทางพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ได้กำชับว่าให้ช่วยเหลือตามสิทธิใน กฎระเบียบข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ การตรวจสอบที่เกิดเหตุในวันนี้ มีพนักงานสอบสวน แพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน อัยการ และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง เข้ามาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุตามขั้นตอนของกฎหมายด้วย เพื่อทำให้เกิดความกระจ่างและให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

รายงานข่าวแจ้งว่า ประวัติของนายธาดา เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราชจับกุม ในข้อหาขับรถขณะมึนเมาสุรา ที่บริเวณสามแยกประตูลอด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นคร ศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. น.ส.ธันยพัต อินทมาศ พี่สาวของนายธาดา พร้อมกับพี่เขย เดินทางที่มาสน.พญาไทเพื่อให้ปากคำ โดยมีพล.ต.อ. ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. ร่วมสอบสวน ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

น.ส.ธันยพัต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา น้องชายเดินทางจากจ.นครศรีธรรมราช ขึ้นมาที่กทม. และมาหาตนที่บ้านพักย่าน อ.บางใหญ่ โดยน้องชายได้โทรศัพท์ไปขอเงินจากพี่สาวที่อยู่ทางใต้จำนวน 3,000 บาท ให้โอนเข้าบัญชี แต่พี่สาวยังไม่โอนมาให้ ตนจึงให้เงินไปจำนวน 1,000 บาท พอช่วงเช้าของวันนี้ น้องชายได้ขอยืมรถยนต์ของตนไป แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปไหน จนกระทั่งได้ทราบข่าวว่าน้องชายนำรถไปก่อเหตุ และถูกยิงเสียชีวิตแล้วดังกล่าว ทั้งนี้ปกติน้องชายเป็นคนเครียด และได้ข่าวจากพี่สาวทางใต้ว่าน้องชายติดยาบ้าด้วย

ส่วนพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ทางสำนัก งานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คดีดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่คนร้ายก่อเหตุดังกล่าว เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาสังคมต่อไป ส่วนผู้ที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน ทางสำนัก งานตำรวจแห่งชาติจะเร่งเยียวยาช่วยเหลืออย่างเต็มที่ต่อไป

Credit by: www.khaosod.co.th

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com