พัทยาเดลีนิวส์

30 กันยายน 2553 :: 11:09:49 am 39167

จับตาลุ้น ม็อบป่วน!! มาบตาพุด

กลุ่มเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกกับการชุมนุมหน้าศูนย์ราชการจังหวัดระยองโหมโรงม็อบมาบตาพุด เป้าสัญลักษณ์จี้รัฐ เคารพสิทธิชุมชน "กอร์ปศักดิ์" ลงพื้นที่ ตั้งเป้าแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรมได้ใน 6 เดือน
สนใจโฆษณา

มาบตาพุด – วันนี้ (30 ก.ย. 53) มากันแล้วตามนัดสำหรับกลุ่มเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกกับการชุมนุมหน้าศูนย์ราชการจังหวัดระยอง วันที่ 30 ก.ย.เพื่อประท้วงการประกาศ 11 ประเภทโครงการรุนแรงของรัฐบาล งานนี้แจ้งล่วงหน้ากันหลายวัน ทำเอาฝ่ายรัฐและผู้ประกอบการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมใจเต้น  ทั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ออกมาไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหว มวลชนอีกกลุ่มก็ออกมาแสดงท่าทีคัดค้านการชุมนุม

ขณะที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ลงพื้นที่ไปประชุมกับผู้แทน 32 ชุมชนล่วงหน้าก่อน 1 วัน พร้อมให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง สั่งการอย่างเฉียบขาดทันทีหากเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการจัดเวทีถกปัญหามาบตาพุดระหว่างนายกรัฐมนตรีและตัวแทนองค์กรเครือข่าย ประชาชนภาคตะวันออกนั้น อยู่ระหว่างการประสานงาน แต่ยังไม่สามารถกำหนดเวลาที่ลงตัวได้ เพราะนายกรัฐมนตรีมีภารกิจมาก โดยจะพิจารณาหาเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง หลังจากที่นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากต่างประเทศแล้ว

เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก อธิบายถึงภาพรวมทิศทางการเคลื่อนไหวซึ่งในวันแรกนี้ยังไม่มีอะไร นอกจากตั้งเวทีบริเวณทางเท้าหน้าศูนย์ราชการฯ รวมถึงเส้นทางจราจรอีก 1 ช่องทาง แต่จะไม่มีการรุกเข้าไปในพื้นที่ศูนย์ราชการ หรือเคลื่อนขบวนไปปิดทางเข้านิคมอุตสาหกรรม

หลังจากตั้งเวทีเสร็จเรียบร้อยจะเป็นการประกาศข้อเรียกร้องและให้แกนนำเครือข่ายขึ้นปราศรัยให้ข้อมูลเพื่อให้ผู้ชุมนุมที่มาจากต่างที่เกิดความเชื่อมโยงกัน ก่อนสลับกับการแสดงดนตรีผ่อนคลายอารมณ์ แต่ต้องพิจารณาอีกทีว่าจะได้รับการขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ หากมีเหตุการณ์ลักษณะนี้ก็ต้องมีการเคลื่อนมวลชนเช่นกัน

เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก กล่าวว่า ข้อเสนอหลักของกลุ่มมีเพียงเรื่องเดียวนั่นคือให้รัฐบาลยกเลิกประกาศ 11 ประเภทกิจการรุนแรงตามมาตรา 67 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญแล้วกลับมาทบทวนจัดทำร่างประกาศใหม่โดยนำข้อเสนอของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายซึ่งเสนอไว้ที่ 18 ประเภทกิจการมาพิจารณา รวมทั้ง ให้กำหนดกิจการรุนแรงในมิติของพื้นที่ เช่นนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด พื้นที่ย่านสนามบินสุวรรณภูมิหรือพื้นที่ในจังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนนิคมอุตสาหกรรมต่างๆทั่วประเทศ ให้ทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ด้วยหากจะลงทุนพื้นที่เหล่านี้แม้จะไม่เป็นโครงการที่อยู่ในบัญชีประเภทกิจการรุนแรงก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ให้รัฐผลักดันแก้ปัญหาผังเมือง กำหนดแนวกันชนระหว่างเขตอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัย กำหนดให้มีมาตรการควบคุมมลพิษ เป็นต้น

“หลังจากประกาศข้อเรียกร้องเราจะรอดูท่าทีของรัฐว่าเป็นอย่างไร อาจจะรอจนถึงช่วงบ่ายโมงหากยังไม่มีท่าทีตอบรับก็คงมีการเคลื่อนมวลชนบ้างแต่ไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวใหญ่และรับรองว่าจะไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนแน่นอน”

สำหรับมวลชนที่มาร่วมชุมนุมวันนี้จะมีประมาณ 2,000 คน ส่วนใหญ่มาจากเครือข่ายจังหวัดระยอง ฉะเชิงเทรา สระบุรีและจันทบุรี แม้ผู้ชุมนุมบางส่วนอาจไม่ใช่คนในพื้นที่ก็ตามแต่มีจุดร่วมเดียวกันนั่นคือต้องการให้รัฐใส่ใจกับสิทธิชุมชน เลิกพัฒนาแบบไม่สนใจคนและให้มีมาตรการป้องกับผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

“เราต้องการส่งสัญญาณให้รัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านโดยใช้มาบตาพุดเป็นสัญลักษณ์ เพราะมาบตาพุดเป็นตัวการสะท้อนภาพให้เห็นการพัฒนาโดยไม่มีการป้องกันที่ดี ไม่เคารพสิทธิชุมชนในพื้นที่และสร้างปัญหาให้แก้กันไม่จบไม่สิ้น”

เครือข่ายฯ ไม่ได้หวาดหวั่นกับม็อบต่อต้านและได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิดในการดูแลความปลอดภัยของผู้ชุมนุม รวมทั้งกำชับพี่น้องให้ระมัดระวังตัวอย่าแสดงกิริยาใดที่จะเป็นการยั่วยุให้เกิดการประทะกันและมีการจัดทีมดูแลรักษาความปลอดภัยภายในกลุ่ม

เราเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง และเป็นการดีแล้วที่สังคมจะได้เห็นหน้าตาของคนที่สนับสนุนว่าเป็นอย่างไร แน่นอนว่า นี่เป็นเพียงบทโหมโรงของการชุมนุมวันแรกเท่านั้น ยังมีเวลาอีก 2-3 วันที่สถานการณ์จะพัฒนาไปในทิศทางใดก็ได้ขึ้นอยู่กับท่าทีของรัฐ เช่นเดียวกับฝั่งผู้ชุมนุมจะยกระดับการกดดันอย่างไร จะเคลื่อนตัวไปปิดทางเข้านิคมอุตสาหกรรมหรือไม่ขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์วันต่อวัน

Reporter : โสรยา   Photo : Internet   Category : ข่าวธุรกิจ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com