พัทยาเดลีนิวส์

25 ธันวาคม 2552 :: 11:12:07 am 921

จับตา อย่ากะพริบ พิษ คดีกล้ายาง ข้ออ้าง นปช.ลุกฮือ?

จากคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ยกฟ้องคดีทุจริตการจัดซื้อต้นกล้ายาง 90 ล้านต้น มูลค่า 1,440 ล้านบาท ซึ่งมี ผู้นำเงาพรรคภูมิใจไทยและอดีตรัฐมนตรี ตลอดจนข้าราชการในยุครัฐบาลทักษิณ ตกเป็นจำเลยส่อเค้าว่าอาจกลายเป็นประเด็นร้อน ที่ส่งผลสะเทือนจนอาจเป็นชนวนนำไปสู่วิกฤติทางการเมือง จากการเคลื่อนไหวของม็อบ นปช.
สนใจโฆษณา

ข้อน่าสังเกตก็คือ ได้มีการปล่อยข่าวออกมาเป็นระยะๆ จนล่าสุดก่อนที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีคำพิพากษาได้เพียงวันเดียว ก็มีข่าวลือสะพัดตกเป็นข่าว ตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่า สส.ที่สนับสนุน เตรียมเลี้ยงฉลองเพราะเชื่อว่า ผู้นำเงาพรรคภูมิใจไทย จะหลุดคดีทุจริตกล้ายาง จน รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องออกมาแก้เกี้ยวกับผู้สื่อข่าวว่า งานเลี้ยงฉลองสส.พรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 22 ก.ย.เป็นงานเลี้ยงธรรมดาของพรรคตามปกติไม่เกี่ยวกับผลคำพิพากษาของศาล

สำหรับ ผู้นำเงาพรรคภูมิใจไทยนั้นในอดีตเคยเป็นคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จนต่อมา ขัดแย้งกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และแยกตัวออกจากพรรคพลังประชาชน ซึ่งปัจจุบันก็คือพรรคเพื่อไทย แล้วมาร่วมกับ อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย จัดตั้งพรรคภูมิใจไทย ในการเปลี่ยนขั้วหันมาจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลชุด ปัจจุบัน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การเปลี่ยนขั้วจัดตั้งรัฐบาลใหม่ครั้งนั้นมีกองทัพให้การสนับสนุน โดย ผู้นำเงาพรรคภูมิใจไทย มีบทบาทสำคัญที่ประสานงาน ติดต่อกับผู้นำในกองทัพบางคนมาตลอด

นอก จากนี้ยังมีข่าวว่า พรรคภูมิใจไทยร่วมกับผู้นำกองทัพบางคนยังมีแผนที่จะสถาปนากลุ่มอำนาจใหม่ เพื่อสร้างพรรคภูมิใจไทยให้ยิ่งใหญ่ในอนาคต ท่ามกลางข่าวหนาหูว่า ผู้นำเงาพรรคภูมิใจไทย คิดการณ์ใหญ่ไปถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในอนาคต ผลจากคำพิพากษาในคดีต้นกล้ายางครั้งนี้ สิ่งที่ทำให้เป็น ที่น่าสังเกตการณ์ทางการเมืองวิตก เป็นอย่างมากก็คือ ปฏิกิริยาของ นปช.คนเสื้อแดง เพราะเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าหนี่งในเงื่อนไขสำคัญ ที่ นปช.คนเสื้อแดง ที่ใช้อ้างในการชุมนุมมาตลอด ก็คือ “กรณีที่กระบวนการยุติธรรมมี 2 มาตรฐาน “

นปช.คนเสื้อ แดง เพิ่งจะสลายการชุมนุมไปเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมาโดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆ แต่ล่าสุด หนึ่งในแกนนำ นปช.คนเสื้อแดง ประกาศย้ำชัดเจนว่า นปช.คนเสื้อแดง เพียงแค่ยุติการเคลื่อนไหวชั่วคราว โดยเงื่อนไขที่ นปช.คนเสื้อแดง จะกลับมาชุมนุมอีกหรือไม่อยู่ที่ปัญหา 2 มาตรฐาน ซึ่งคดีที่ นปช.คนเสื้อแดง กำลังเฝ้าจับตาดูอยู่ในเบื้องต้นมี 4 คดี ก็คือ

1. คดีทุจริตต้นกล้ายางที่มี นายเนวิน เป็นจำเลยคนสำคัญ
2. คดีเขาพระวิหารซึ่งคณะรัฐมนตรียุค นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลย
3.การ ทุจริตและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในคดีหวยบนดิน ซึ่ง นักโทษชายแม้วและบุคคลสำคัญจำนวนมากทั้งรัฐมนตรี ข้าราชการ และผู้บริหารรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องตกเป็นจำเลย และ
4.คดีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง

จาก ผลคำพิพากษาที่ออกมาจึงคาดว่าจะทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงใช้เป็นข้ออ้างในการออก มาชุมนุมรอบใหม่ ด้วยการอ้างว่ากระบวนการยุติธรรมมี 2 มาตรฐาน โดยจะมีการนำกรณีที่ ก่อนหน้านี้ อดีตนายกทักษิณ ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาลงโทษจำคุก 2 ปี ในคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก มาเปรียบเทียบ

สิ่ง ต้องจับตา อย่ากะพริบสำหรับความเคลื่อนไหวของ นปช.คนเสื้อแดง ในอนาคตอันใกล้นี้ ก็คงไม่พ้นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐาน

“นายก รัฐมนตรีเป็นสุภาพบุรุษมากเกินไป บ้านเมืองจึงวุ่นวายยุ่งเหยิง” “นายกรัฐมนตรีบริหารประเทศไม่ได้เพราะไร้ความเด็ดขาด” ประโยคทำนองนี้กำลังพรั่งพรูออกมาจากปากของประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ทุ่มเทใจและ ฝากความหวังไว้กับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน เพราะเชื่อว่าจะสามารถนำพาประเทศชาติให้รอดพ้นวิกฤติต่างๆ นานาได้

ต้อง ยอมรับโดยดุษณีว่านายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือความหวังอันเรืองรองของสังคมไทยในยามที่ประเทศชาติกำลังตกอยู่ในสภาวะ ซึ่งไม่น่าไว้วางใจอย่างสุดๆ เพราะถูกรุมเร้าจากปัญหาใหญ่นานัปการทั้งภายในและภายนอก

สิ่ง หนึ่งที่สังคมต้องการให้นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันพึงกระทำโดยฉับไวก็คือ ใช้อำนาจการบริหารโดยชอบธรรมที่มีอยู่ จัดการกับปัญหาสำคัญของบ้านเมืองให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว หลายเดือนที่ผ่านมานี้ สังคมเริ่มวิจารณ์ว่า นายกฯเป็นคนดีก็จริง แต่ไม่มีความเด็ดขาด และความกล้าหาญ ที่จะจัดการกับนักโกงบ้านกินเมือง ไม่ใช้อำนาจโดยชอบธรรมที่มี เพื่อจัดการกับแก๊งอาชญากร ไม่กล้าแม้กระทั่งจัดการขั้นเด็ดขาดโดยอาศัยกระบวนการยุติธรรม กับมือที่สามที่คอยปลุกระดมยั่วยุให้คนไทยเข่นฆ่ากันเอง

นายก รัฐมนตรีคงเคยทราบดีอยู่แก่ใจว่า การมีอำนาจโดยชอบธรรมแล้วไม่สามารถใช้มันได้อย่างเหมาะสม นับเป็นสิ่งน่าเสียดาย และยิ่งเมื่อมีโอกาสแล้วกลับไม่ใช้ ก็อย่ามีเสียดีกว่า เพราะมีก็เหมือนไม่มี

Reporter : โสรยา   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com