พัทยาเดลีนิวส์

20 พฤษภาคม 2555 :: 12:05:21 pm 82281

จับเพิ่มอีกแก๊งโคลัมเบีย ลักทรัพย์บ้านหรู

ตำรวจชุดศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติจับเพิ่มอีกแก๊งโคลัมเบีย 2 คนร่วมกันกับเม็กซิโก 2 คน ลักทรัพย์ในบ้านหรู
สนใจโฆษณา

พัทยา-วานนี้ (19 พ.ค. 55) เมื่อเวลา 14.00 น. พ.ต.อ.ธรรมนูญ มั่นคง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จว.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ศุภชัย ผุยแก้วคำ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง สวป.สภ.เมืองพัทยา ช่วยราชการ ศปอช.ภ.จว.ชลบุรี,ร.ต.อ.จำรัส ทองจินดา,ร.ต.อ.เสกศักดิ์ อาทรกิจวัฒน์ รอง.สว.ป ด.ต.ศุภวิชญ์ วัฒนพันธ์ ด.ต.ชวาล วัชรวารี , ด.ต.พุทธพจน์ คำห่อ, จ.ส.ต.สัญญา ชะมะที และ จ.ส.ต. ประกิต หล่อทอง จ.ต.ส.ทวีศักดิ์ จุไรย์ ผบ.หมู่งานศูนย์ประสานงาน ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติตำรวจธูธรจังหวัดชลบุรี ส่วน หน้า สภ.เมืองพัทยา ได้รับการประสานงานจาก ตำรวจ สภ.บางแก้ว ภ.จว.สมุทรปราการและตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ ว่ามีกลุ่มแก๊งชาวต่างชาติก่อเหตุลักทรัพย์ในบ้านหรู คาดว่าได้หลบหนีมากบดานอยู่ที่เมืองพัทยา ขอให้ช่วยสืบสวนจับกุมตัวให้ด้วย

หลังได้รับการประสานงานแล้ว จึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจำนวนหนึ่ง ได้ทำการสืบสวนติดตามตัวคนร้ายทันที พบนาง คัทลีน่า โคลิน คอร์เนส อายุ 32 ปี มีลักษณะตรงกับที่ได้รับแจ้งกำลังยืนอยู่ด้านหน้า บริษัท เฟดเอ็กซ์ สาขาพัทยาเหนือ จึงเข้าทำการตรวจสอบทันที พบกล้องถ่ายรูปยี่ห้อ แคนนอน รุ่นเอส 95 จำนวน 1 ตัว อยู่ในกระเป๋าสะพาย และทรัพย์สินมีค่าอีกหลายรายการบรรจุยู่ในกล่องพัสดุ ขนาดเล็กจึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะทำการสอบสวนขยายผลและให้พาไปยังที่พัก

หลังการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาผู้ต้องหาทั้ง 4 คนไปตรวจค้นภายในห้องพักที่ วิลาวัลย์ หมายเลขห้อง 306 ภายในซอย 13 ริมถนนสายเทพประสิทธิ์ หมู่ 12 ต.หนอปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทันที พบว่ามี นาย วิลเมอร์ เฟอร์เรล คาโน ชานเชซ ( Wilmer Ferrel Cano Sanchez) อายุ 38 ปี สัญชาติ โคลัมเบีย นาย อเลจานโดร เมเจีย วาลเดส ( Alejandro Mejai Valdes) อายุ 33 ปี สัญชาติ เม็กซิโก นาย วิลเลี่ยม เฟอร์นานโด้ ราบาโย่ ริโค ( William Fernando Robayo Rico) อายุ 38 ปี สัญชาติ โคลัมเบีย รวมผู้ต้องหาทั้ง หมด 4 คนพร้อมได้ทำการตรวจค้นภายในห้องพัก

พบว่ามีทรัพย์ที่ก่อเหตุลักมามาจากเคหสถาน มีของกลางจำนวนมาก ได้แก่ 1.กำไรเงิน หัวมังกร จำนวน 1 วง 2.สร้อยข้อมือเงินลายหลุยส์วิตอง จำนวน 1 อัน 3.กล้องถ่ายรูปยี่ห้อ แคนนอน รุ่น เอส 95 จำนวน 1 ตัว 4.คอมพิวเตอร์ ยี่ห้อ เดล สีแดง จำนวน 1 เครื่อง 5.แหวนเงินหัวอัญมณี จำนวน 1 วง 6.นาฬิกายี่ห้อ แทคฮอยเออร์ จำนวน 1 เรือน 7.นาฬิกายี่ห้อ ดีเคเอ็นวาย จำนวน 1 เรือน 8.กำไรข้อมือทองคำ จำนวน 1 อัน 9.แหวนเพชร 1 วง 10.แหวนหัวมังกร จำนวน 1 วง 11.แหวนเงิน 1 วง 12.เข็มขัดเงิน 1 เส้น 13.เครื่องบันทึกปาล์ม จำนวน 2 เครื่อง 14.เครื่องบันทึกเสียงยี่ห้อโซนี่ สีแดง จำนวน 1 เครื่อง 15.กล้องถ่ายรูปยี่ห้อแคนนอน รุ่น เอส 100 จำนวน 1 เครื่อง รวมของกลางมีมูลค่ากว่า 1 ล้านบาทโดยไม่รวมกันกับที่ส่งกลับไปบ้านเกิดแล้วอีกกว่า 7 ล้านบาท

 

ต่อมาเจ้าหน้าท่ตำรวจได้ทำการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนแล้วพบว่ามีความผิดจริง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 66(2) ซึ่งเชื่อว่ามีหลักฐานตามสมควรว่าผู้ถูกจับทั้งสี่คนน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับได้ทัน จึงได้แจ้งข้อหาตั้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือ รับของโจร ให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบแล้วควบคุมตัวพร้อมยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป

หลังการจับกุม พ.ต.ท ชิดเดชา สองห้อง สว.ป ช่วยราชการศูนย์ประสานงานและปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ส่วนหน้า สภ.เมืองพัทยา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ของ สภ.บางแก้ว ภ.จว.สมุทรปราการ ว่า มีเหตุคนร้ายซึ่งเชื่อว่า เป็นชาวต่างชาติจำนวนหลายคนก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านพักตามหมู่บ้านต่าง ๆ แล้วหลบหนีไป โดยคนร้ายใช้รถยนต์เก๋งแบบ 5 ประตู และน่าจะมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา

จึงสืบสวนหาตัวกลุ่มคนร้ายดังกล่าว ซึ่งจากการสืบสวนและเฝ้าติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้ถูกจับกุมกับพวกก็พบว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัยโดยเชื่อว่า น่าจะเป็นกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์สินตามที่ได้รับการประสานงานมาจริงเนื่องจากมีการส่งทรัพย์สินจำนวนหลายรายการไปยังต่างประเทศ ผ่านทางบริษัทรับส่งไปรษณีย์ต่างประเทศ ( เฟดเอ็ก สาขาพัทยาเหนือ ) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เข้าไปพบผู้ถูกจับกับพวกพร้อมกับแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอตรวจสอบทรัพย์สินที่กลุ่มผู้ถูกจับกับพวกกำลังดำเนินการจัดส่งไปยังต่างประเทศและขอตรวจสอบทรัพย์สินของกลุ่มผู้ถูกจับที่มีไว้ในครอบครองทั้งที่อยู่ภายในตัวผู้ถูกจับและทรัพย์สินที่อยู่ที่ห้องพักของผู้ถูกจับ ซึ่งกลุ่มผู้ถูกจับกับพวกก็ยินดีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม

ตรวจสอบทรัพย์สินของกลุ่มผู้ถูกจับกับพวกทั้งหมด โดยจากการตรวจสอบพบทรัพย์สินซึ่งตรวจยึดได้จากผู้ต้องหาทั้ง 4 คน แล้วพบว่ามีทรัพย์ของกลางซึ่งเป็นทรัยพ์สินของ น.ส.กนิษฐ์ กิจธรร กิจธรรม ผู้เสียหาย ซึ่งถูกคนร้ายลักเอาทรัพย์สินภายในบ้านพักซึ่งอยู่ในเขตรับผิดชอบของ สภ.บางแก้ว ภ.จว.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2555 โดยมีการแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วจึงได้เรียกให้ผู้เสียหายมาตรวจสอบ ซึ่งเมื่อผู้เสียหายมาตรวจสอบแล้วก็ยืนยันทรัพย์ของกลางดังกล่าวข้างต้นนั้นเป็นทรัพย์สินของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายลักเอาไปจริงเชื่อว่า ผู้ถูกจับกับพวกทั้งหมดจำนวน 4 คนได้ร่วมกันลักเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายแล้วหลบหนีไปจริง อันเป็นเหตุที่จะออกหมายจับผู้ถูกจับกุมทั้งสี่คนได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 66(2) ซึ่งเชื่อว่ามีหลักฐานตามสมควรว่าผู้ถูกจับทั้งสี่คนน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี แต่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับได้ทัน จึงได้จับกับและแจ้งข้อหาให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบแล้วควบคุมตัวพร้อมยึดของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป

ต่อมา พ.ต.ท ชิดเดชา สองห้อง ได้ทำการประสานงาน ไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรววจ สภ.บางแก้ว ภ.จว.สมุทรปราการ เจ้าของท้องที่พื้นที่ถูกแก๊ง 4 คนร้ายข้ามชาติก่อเหตุให้เดินทางมารับตัวผู้ต้องทั้ง 4 คน ไปโดยมี พ.ต.ท.วีรฤทธิ์ ดิษเจริญ สว.สส.สภ.บางแก้ว , ร.ต.ท.ชัชพงศ์ โสดา , ด.ต.ถวิล โพธิ์พา , จ.ส.ต.บัญชา รัตนพลแสน , จ.ส.ต.พงษ์ศักดิ์ สีแก้ว , ส.ต.อ.เกรียงศักดิ์ มหานิล

และยังได้ประสานงานไปยัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นิมิตรใหม่ ประกอบด้วย ร.ต.อ.วรา พงษ์ศิริ ร.ต.อ.วัชรชัย คู่สันทียะ ร.ต.อ.ทศพร ประพามณเฑียร ด.ต.อภิชาติ แก้วเขียว ด.ต.สมยศ เรือนเจริญ ด.ต.วีระ ศรีสังข์ จส.ต. ทนงค์ ทรัพย์สิน จส.ต.นริศ กุ้งทอง จ.ส.ต.ธงชัย คานพรหม จ.ส.ต.ณัฐวุฒิ อัครนาวา ผบ.หมี่งานสืบสวน สน.นิมิตร์ใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ที่ถูกทั้ 4 แก๊งคนร้ายโคลัมเบีย ก่อเหตุลักทรัพย์มา ให้เดินทางมาทำการอายัดตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนด้วย ต่อไป


จับโจรโคลัมเบีย ลักทรัพย์บ้านเศรษฐีได้กว่า 10 ล้านบาท

ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติจับโจรโคลัมเบีย ลักทรัพย์บ้านเศรษฐีได้กว่า 10 ล้านบาท ก่อนที่จะส่งทรัพย์กลับบ้านเกิด กว่าตำรวจจะตามจับได้ใช้เวลากว่า 2 เดือนได้ทรัพย์สินกว่า 10 ล้านบาท ตรวจสอบพบกวาดทรัพย์ในตู้เซฟกว่า 10 แห่ง

Reporter : ก้อง สิบทิศ   Photo : ก้อง สิบทิศ   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com