พัทยาเดลีนิวส์

08 สิงหาคม 2555 :: 11:08:27 am 85775

จับ “เซียลารีโอล” แก๊งเงินดำตุ๋นสาวทางเน็ตหลอกเงิน‏

กองปราบจับหนุ่มเซียลารีโอล แก๊งเงินดำลวงเหยื่อสาวใหญ่ทางเน็ตหลอกโอนเงิน‏ หลวงเชื่อ 7 ราย เงินในบัญชีสะพัดกว่า 20 ล้านบาท
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ-วานนี้ (7 ส.ค.55) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.นิคม ชัยเจริญ สว.กก.1 บก.ป.แถลงจับกุมนายโคโนม่า ไดเอคซ่า หรือเคน หรือสมศักดิ์ เดวิด อายุ 34 ปี สัญชาติเซียลารีโอล ตามหมายจับศาลแขวงธนบุรี ที่ 336/2555 ลงวันที่ 2 ส.ค.55 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง จับกุมได้ที่ร้านอาหาร “บ้านมิสเตอร์แซนวิช” เลขที่ 374/11 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก น.ส.สุวิมล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ก่อนหน้านี้ว่า ถูกผู้ต้องหาหลอกลวงให้โอนเงินทางบัญชีธนาคารกว่า 4 แสนบาท หลังจากรู้จักและติดต่อกันทางเว็บไซต์ไฮไฟว์ ต่อมาผู้ต้องหาอ้างว่าอยากจะซื้อบ้านในเมืองไทย แต่น.ส.สุวิมล บอกว่าไม่สามารถทำได้เพราะเป็นบุคคลต่างด้าว จากนั้นก็ยังคงติดต่อกันมาตลอดจนเริ่มไว้เนื้อเชื่อใจกัน กระทั่งผู้ต้องหาอ้างว่าจะส่งของขวัญมาให้แต่อ้างว่านำออกจากสนามบินไม่ได้ ต้องมีค่าธรรมเนียม 2 หมื่นบาท ขอให้ น.ส.สุวิมล ช่วยเหลือค่าใช้จ่าย ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ทางบัญชีธนาคาร แต่กลับไม่ได้รับของตามที่กล่าวอ้าง

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นผู้ต้องหาหลอกลวงอีกว่า มีเงินดอลล่าร์อยู่ในตู้เซฟ หากจะนำออกมาต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้เสียหายก็ยินดีช่วยเหลือได้โอนเงินไปให้อีกหลายครั้ง ภายหลังจึงแน่ใจว่าน่าจะถูกหลอกลวงแล้ว จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะตามแกะรอยการกระทำความผิดจากบัตรเอทีเอ็มของบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 361-251-3455 มีชื่อนายจรูญ ไม้สน อายุ 32 ปี เป็นเจ้าของบัญชี เมื่อเชิญตัวมาสอบปากคำจึงทราบว่าถูก น.ส.นาถลดา คำอ้ายอาจ อายุ 33 ปี อดีตแฟนสาว นำข้อมูลไปเปิดบัญชีธนาคารดังกล่าว

ผบก.ป.กล่าวอีกว่า เมื่อสืบสวนต่อไปจึงพบว่า น.ส.นาถลดา เป็นน้องสาว น.ส.เบญจมาศ คำอ้ายอาจ อดีตภรรยาผู้ต้องหาโดยเป็นผู้นำบัตรเอทีเอ็มใบนี้ไปให้ผู้ต้องหาใช้กระทำผิดหลอกเหยื่อให้โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 20 ล้านบาท และเมื่อตรวจสอบแน่ชัดแล้วพนักงานสอบสวนจึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานก่อนขออนุมัติศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ไว้ได้

“จากการตรวจสอบพฤติการณ์กระทำความผิดผู้ต้องหาจะใช้วิธีหลอกลวงเหยื่อที่เป็นหญิงสาวที่รู้จักกันทางเว็บไซต์หาคู่ โปรแกรมแชทยาฮูแมสเซนเจอร์ (Yahoo Messenger) หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ อาทิ เฟซบุ๊ก ไฮไฟว์ โดยติดต่อพูดคุยกันและอ้างตัวว่าเป็นชายผิวขาวชาวอเมริกัน อิตาลี และอีกหลายสัญชาติจนผู้เสียหายหลงเชื่อ จากนั้นก็อ้างว่าจะส่งของขวัญมาให้จำเป็นต้องมีค่าดำเนินการเมื่อเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้ก็จะหลอกลวงอีกว่าภายในมีเงินดอลล่าร์และหากจะนำออกมาต้องมีค่าใช้จ่าย ที่ผ่านมามีผู้เสียหายประมาณ 7 ราย ที่หลงเชื่อโอนเงินให้กับผู้ต้องหา” พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าว

และว่า จากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดมาตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา โดยเดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 5 ปี นอกจากนี้ยังมีชายชาวต่างชาติอีกรายที่ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้ด้วย

ผบก.ป.กล่าวด้วยว่า สำหรับการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่าเคยถูก บก.ป.จับกุมมาแล้วครั้งหนึ่งหลังจากพบว่าการกระทำความผิดฐานหลอกลวงผู้เสียหายโดยมีพฤติการณ์กระทำความผิดในลักษณะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ครั้งนั้นพยานหลักฐานที่พบยังไม่สามารถเอาผิดได้ ชุดจับกุมจึงดำเนินคดีกับผู้ต้องหาเพียงข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ก่อนจะเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมกระทำความผิดที่เหลือมาดำเนินคดีต่อไป

ที่มา : เดลินิวส์

Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com