พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
28 เมษายน 2553 :: 15:04:08 pm 16364

จากถนนหรูสู้วิกฤต ฝ่าธุรกิจม็อบเฟื่องฟู

ย่านธุรกิจหรูที่ราชประสงค์และสีลมเปลี่ยนแปลงไป ด้วยสภาพดังที่เห็นในหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อทีวีอยู่ในขณะนี้ ชีวิตประจำวันของคนที่ต้องมากินมานอนบนถนนเป็นอย่างไร และผลกระทบต่อชีวิตของคนที่ต้องทำมาหากินในพื้นที่เป็นอย่างไร ต่อไปนี้คือบางส่วนของข้อเท็จจริงจากถนนสองสายสำคัญของกรุงเทพฯ

ผ่านมาเดือนกว่าสำหรับการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.แดงทั้งแผ่นดิน) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ขาดไม่ได้ในการชุมนุมทุกครั้ง คือพ่อค้าแม่ค้า สนองตอบความต้องการบริโภคและจับจ่ายใช้สอยในการชุมนุม สำรวจรอบ ๆ บริเวณการชุมนุมที่ราชประสงค์ พบว่ามีร้านค้าเรียงรายอยู่ริมสองข้างถนน 4 เส้นทาง จากเวทีใหญ่ ไม่ต่ำกว่า 40 ร้าน ร้านเล็กบ้างใหญ่บ้างคละกันไป สินค้าหลัก ๆ คือสินค้าสนับสนุนการชุมนุมของคนเสื้อแดง มีสัญลักษณ์ของกลุ่มนปช., รูป พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือ 3 แกนนำหลัก อย่าง “นายหัววีระ” “บิ๊กตู่ จตุพร” หรือ “เสี่ยเต้น ณัฐวุฒิ” ขวัญใจมหาชนคนเสื้อแดง สินค้าประเภทนี้เน้นไปทางเสื้อ กางเกง ผ้าสามเหลี่ยมผูกคอ หมวก ผ้าคาดศีรษะ ปลอกแขนกันร้อน รวมไปถึงอุปกรณ์ประกอบการฟังปราศรัยอย่างตีนตบ หัวใจตบ พัด หรือแตรลม ทุกอย่างจะต้องเป็นสีแดงเท่านั้น

วรรณ หนูแก้ว อายุ 26 ปี แม่ค้าขายสินค้าเสื้อแดง เล่าว่า จับจองพื้นที่ขายตั้งแต่วันแรกที่ม็อบคนเสื้อแดงเข้ากรุง ที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถ.ราชดำเนิน รายได้ดีมาก ลดลงบ้างเมื่อเปลี่ยนมาขายที่แยกราชประสงค์ เนื่องจากทำเล และร้านประเภทเดียวกันมีมากขึ้น

สินค้าขายดีเป็นผ้าคาดศีรษะเขียนประโยคต่าง ๆ เช่น “ไม่ได้จ้าง มาเอง” “รวมพล คนเสื้อแดง” หรือ “ทวงคืน ประชาธิปไตย” วัน ๆ หนึ่งขายได้ไม่ต่ำกว่า 100 เส้น ผ้าผูกคอสามเหลี่ยมก็ขายดีไม่แพ้กัน ชิ้นละ 20 บาท และ 30 บาทตามลำดับ

ช่วงขายดีที่สุดคือเย็นถึงช่วงกลางคืน วันไหนมีการเคลื่อนขบวนไปยังจุดต่าง ๆ จะเพิ่มอีกเท่าตัว หากม็อบเลิกไปคงต้องกลับไปขายของตามกระแสเหมือนเดิม

ยังมีพ่อค้าแม่ค้ารายเล็ก ๆ นำสินค้าที่เป็นของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ขันอาบน้ำ ไม่เว้นแม้แต่ชุดชั้นในทั้งสุภาพสตรี และสุภาพบุรุษ กลายเป็นมินิมาร์ทแบกะดินเป็นขวัญใจคนเสื้อแดง

สอบถามผู้ค้าหลายรายได้คำตอบว่า ถือว่าอยู่ในระดับที่พออยู่ได้ แต่ส่วนมากผู้ขายรายเล็ก ๆ เหล่านี้จะบอกว่ามาชุมนุมด้วยใจ แต่ที่ขายก็เพราะว่าดีกว่าอยู่ว่าง ๆ ไม่ได้หวังกำไรอะไรมากมาย

กาแฟร้อน-แก้โหยยามเช้า ร้านค้าซีดี เหตุการณ์การปะทะ หรือซีดีเพลงคนเสื้อแดงก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กันมีคนมุงดูและเลือกซื้ออยู่ตลอดเวลา

ที่ขายดิบขายดีต่อเนื่อง คืออาหาร มีมากและแทบจะทุกภาค มีทั้งรถเข็น เครื่องดื่มมีชา-กาแฟ แบบรถเข็น ร้านขายข้าวราดแกง ลูกชิ้นทอด เครื่องดื่มประเภทต่าง ๆ ชา กาแฟรถเข็น ของหวานดับร้อนอย่างเฉาก๊วย ลอดช่อง จนถึงตั้งร้านแบบเป็นล่ำเป็นสันทีเดียว ราคาหนึ่งอิ่มไม่แพง อาหารตามสั่งประเภทรถเข็นมีหลายราย รายได้วันหนึ่งเฉลี่ย 500-600 บาท ที่ขาดไม่ได้คือ ร้านส้มตำ อาหารเพิ่มพลังจากนักสู้เสื้อแดงภาคอีสาน ดูจากลีลาการตำก็รู้ว่าเป็นของแท้แน่นอน แม่ค้าไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นผู้ชุมนุมเองที่ใช้เวลาว่าง ใช้เสน่ห์ปลายสากมาหารายได้ในช่วงเวลาว่าง ๆ ของการชุมนุม

มณีพร แจ่มกระจ่าง อายุ 37 ปี ชาวรามอินทรา กทม. ยึดการขายของชำประเภทเครื่องดื่มร้อน กาแฟร้อน เล่าว่า แต่ละวันจะมีรายได้ประมาณ 2,000 บาท ขายดีที่สุดคือช่วงเช้ามืด ชาวม็อบจะโหยหากาแฟ เพื่อเติมพลังในการชุมนุม

ไม่เฉพาะอาชีพค้าขายเท่านั้น อาชีพบริการและรับจ้างก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน “นวดคลายปวดเมื่อย” ของ นายสมชาย ใจกล้า บริการนวดตัว และฝ่าเท้า โดยทีมงานหมอนวดฝีมือดีกว่า 10 ชีวิต จับจองพื้นที่ไม่ห่างจากเวที เป็นซุ้มคลายความปวดเมื่อยรวมถึงความเครียดให้กับผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ไม่น่าแปลกใจที่ซุ้มนี้มีคนจับจองคิวแน่นขนัดตลอดทั้งวัน นายสมชายเผยว่า การชุมนุมจะมีคนปวดเมื่อย หรือเครียดจากอากาศร้อน ความกดดันต่าง ๆ การนวดจึงเป็นการผ่อนคลายที่ดี มีคนมานวดทั้งวัน รายได้ของหมอนวดทั้ง 10 คนมีรายได้คนละ 500-600 บาทต่อวันเลยทีเดียว

ส่วน “อำนาจ อิ่มเอม” อายุ 32 ปี เจ้าของแผงซ่อม ขาย แลก-เปลี่ยนมือถือ แผงเล็ก ๆ ที่เปลี่ยนจากสถานที่ประจำในตลาดนัดบางบอน มาปูผ้านั่งซ่อมและขายโทรศัพท์อยู่ภายในม็อบสีแดงนี้ รายได้ไม่มาก แต่ดีกว่าอยู่เฉย ๆ แต่ยังแอบกระซิบว่า ดีกว่าขายที่ตลาดนัดมาก โดยคิดค่าซ่อมมือถือเครื่องละ 100-200 บาท ถ้าซ่อมไม่ได้ไม่คิดเงิน

อีกอาชีพที่ขาดไม่ได้คือ รถจักรยานยนต์รับจ้าง ตั้งเป็นวินในม็อบขึ้นมา ส่วนใหญ่มาฟังปราศรัย แต่ขับรถรับจ้างไปด้วย

ผู้ที่ต้องการสัญจรเข้า-ออก ต้องพึ่งพารถประเภทนี้ เนื่องจากหลบหลีกได้เป็นอย่างดี รถอื่นเข้าไม่ได้ หรือหากจะออกจากม็อบไปขึ้นรถโดยสารประจำทางหรือรถแท็กซี่ จะต้องนั่งจักรยานยนต์รับจ้างไปลงแยกประตูน้ำ แยกปทุมวัน แยกชิดลม หรือแยกศาลาแดง รายได้เช้าถึงดึกประมาณ 500-600 บาทต่อวัน ไม่มากเนื่องจากจักรยานยนต์มากันมาก และยังมีทั้งวินถูกกฎหมาย และวินเฉพาะกิจ

งานฝีมือจากวัตถุดิบในม็อบ สานเปลขวดน้ำพลาสติก อีกอาชีพหนึ่งที่แตกต่างออกไป คือใช้ขวดน้ำพลาสติกสานเป็นเปลนอน เจ้าของความคิดนี้ คือ นายบุญมี รักษาเมือง อายุ 40 ปี ชาวหนองคาย

บุญมีเผยว่า ทำไม่ยาก แต่ต้องใช้เวลา เริ่มจากหาขวดน้ำเปล่าที่มีมากภายในม็อบ ตัดตามกว้างให้เป็นวงขนาด 1.5 นิ้ว พับแล้วนำมาสานขึ้นรูป กว้าง 50 ซ.ม. ยาว 170 ซ.ม. ใช้เชือกสานหัวท้าย สามารถผูกเป็นเปลนอนในม็อบได้เลย ราคาขายเปลขวดน้ำ 250 บาทต่อหลัง ต้นทุนมีเพียงเชือก ส่วนขวดน้ำหาได้ฟรีอยู่แล้ว ต้นทุนอีกอย่างคือเวลา เนื่องจากเปล 1 หลังใช้คนทำ 3 คน กับเวลา 1 วัน มีผู้ชุมนุมที่สนใจมาขอศึกษาวิชาสานเปล และฝึกสานอยู่ หลังจากจบสิ้นม็อบครั้งนี้หลายคนอาจจะยึดอาชีพสานเปลขายเป็นอาชีพหลักก็ได้

นอกจากอาชีพต่าง ๆ แล้ว ยังมีช่องทางหารายได้อีกหลายแบบ เช่น เก็บขยะขาย ให้เช่าเก้าอี้ หรือเสื่อนั่งฟังปราศรัย ให้เช่าหนังสืออ่านคลายเครียด รับชาร์จโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ เป็นชีวิตปากกัดตีนถีบที่หาเลี้ยงตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรี เหมือน ๆ คนไทยอีกมากมายในประเทศนี้

ที่มา ข่าวสด
ภาพประกอบ ชวลิต ปานยงค์, ไทยรัฐ และ นิวส์สกายไทยแลนด์

Category : ไลฟ์สไตล์

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com