พัทยาเดลีนิวส์

04 ธันวาคม 2553 :: 11:12:47 am 45972

จ้อง! “เหลือง-แดง” ไล่ขย่ม? ศรีธนญชัยตัวพ่อ หล่อแต่กินไม่ได้!

อึ้งกันไป..แม้คำพิพากษากษา ไม่ยุบพรรค ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของสังคม สิ่งที่ตามมาหลังจากนี้คือ ความขัดแย้งระลอกใหม่ จ่อคิวมาเยือนสังคมไทยอีกครั้ง ทุกความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า บ่งชี้ถึงความร้อนแรงทางการเมือง ที่พร้อมระอุดุเดือด ไม่ว่าจะการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ หรือการชุมนุมยืดเยื้อ มีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง และสร้างความขุ่นมัวในความคิดของประชาชนว่า สุดท้ายกรณีที่เกิดขึ้น “ผิดหรือถูก” คำว่า “ปรองดอง” แม้จะพูดง่ายก็จริง แต่จะทำได้จริงๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
สนใจโฆษณา

ในสภาพสังคมที่เกิดความเห็นต่าง เห็นไม่ตรงนั้น ความจริงใจและการเสียสละของทุกฝ่ายเท่านั้น ที่จะช่วยให้ปรองดองกันได้แต่หากยังเล่นแง่ จ้องแต่จะเอาเปรียบอยู่ตลอดเวลา ใครจะอยากปรองดองด้วย เมื่อปรองดองไม่ได้ บ้านเมืองก็อยู่ในสภาพอึมครึม อย่างที่เป็นมาตลอด ซึ่งแน่นอนว่าบรรยากาศบ้านเมืองที่ไม่รู้ว่า สุดท้ายจะจบอย่างไร ปัญหาจะยุติได้เมื่อไร ประชาชนก็ย่อมกระทบกระเทือน พลอยอมทุกข์ไปตามๆ กัน

 

เมื่อเส้นผมบังภูเขาได้ ปชป.ก็รอด! ไม่ถูกยุบ! ผิดไม่ผิดไม่รู้ รู้แต่ชนะฟาล์ว “ประเทศไทยเปลี่ยนไปแล้ว…และจะเปลี่ยนต่อไป…บนรางเลื่อนแห่งการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล!สับปรับ!จนกว่าความยุติธรรมจะกลับคืนมา ข้างหน้าไม่นานจากนี้” ไม่มีสมญาไหนเหมาะสมกับประเทศไทยเท่าสมญานี้ที่ ขออนุญาติขานดังๆ ให้เป็นที่สุดในโลก คือประเทศของพวกเราทุกคนเพราะอธิปไตยเป็นของปวงชนของไทยทั้งประเทศ แต่ใครก็ตามที่ทำให้เกิดอะไรขึ้นข้างหน้า ด้วยความบริสุทธิ์ใจหรือไม่บริสุทธิ์ใจก็ตาม ต้องรับผิดชอบเรื่องของสองมาตรฐาน ที่จะลามปรามไปจนไม่มีใครขัดขวาง “วิบัติการณ์” ข้างหน้าได้

เพราะการรอด จากบทอวสาน ของพรรคประชาธิปัตย์ จะเป็นหัวเชื้ออย่างดี ให้กลุ่มเสื้อแดง ภายใต้การนำของแม่ทัพคนใหม่อย่าง “ธิดา ถาวรเศรษฐ์” รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ใช้โหมโรงปลุกกระแส การทำหน้าที่สองมาตรฐานของศาลรัฐธรรมนูญ พ่วงไปกับการไล่ขย่มเสถียรภาพรัฐบาลเป็นระลอกๆ ตามมาด้วยคิวของคนเคยรักอย่าง “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ที่จะออกมาเขย่าอำนาจรัฐบาลในวันที่ 11 ธ.ค.ท้าทายอำนาจ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ ความน่าเชื่อถือ ของกระบวนการยุติธรรมไทย หลังจากนี้คนในสังคมบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะไม่ยอมรับและหมดศรัทธาการทำหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม โดยมีไฟแค้นเข้ามาแทนที่เหตุผล สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตการเมืองอย่างรุนแรง หนทางเดินหน้าสู่ความปรองดองถูกปิดตายลงอีกครั้ง เพราะเมื่อการตัดสินคดีความ ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก นั่นหมายถึงทิศทางอนาคตของประเทศไทยเช่นกัน ความขัดแย้งทางการเมืองเลือกข้าง ต่อสู้ห้ำหั่นกันไม่จบสิ้น

สิ่งที่ยังต้องไปลุ้น ครั้งหน้า สังคมคงไม่เครียดลุ้นรอผลกันอีกแล้ว หากแต่จะเปลี่ยนเป็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย หรือว่าจะลงมติออกมาอย่างไร ตรงนี้ถือว่า น่าลุ้นกว่าเยอะ ในสังคมไทยยุค กฎหมาย ปะทะ กฎหมาย เช่นนี้ เมื่อเส้นผมบังภูเขาได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

  

ประเทศไทยยังมีปัญหาอีกมากมาย ที่ต้องปฏิรูปโดยเฉพาะ ปมปัญหาคอร์รัปชั่นที่นานาประเทศกำลังให้ความสนใจกับเรื่องนี้ ความไม่มีเสถียรภาพในนโยบายของภาครัฐ การขาดขีดความสามารถในการแข่งขัน การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ฯลฯ นี่คือสิ่งที่ประชาชนต้องการ การเยียวยาและยกระดับให้ดีขึ้น เช่นเดียวกับภาคธุรกิจที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการขนส่ง กฎหมาย ภาษี ฯลฯ ที่เอื้อต่อการลงทุน สนับสนุนให้ภาคเอกชน สามารถก้าวไปสู่โลกการแข่งขันได้ทุกรูปแบบ

  

แต่ที่แน่ๆ เป้าหมายคือแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อหยุดความไม่พอใจ ของทุกฝ่าย ยังลางเลือนห่างไกลเป้า ซะเหลือเกิน! พอสักทีเถอะพ่อคุณ! เอาเวลาไปแก้ปัญหาบ้านเมืองที่ยังเกลื่อนเต็มไปหมดิ ยาเสพติดก็เยอะ เศรษฐกิจก็แย่ เงยหน้ามองอะไรที่ไกลตัวสักนิด ชีวิตอาจจะดีขึ้น อย่าลืมว่าหมดสมัยนี้แล้ว ต้องเลือกตั้ง หวังเอาพวกมาก มาดันตูดขึ้นเป็นใหญ่อีกครั้ง มันยากส์  เพราะไม่รู้อะไรนักหนา แค่หยิบปัญหาส่วนรวม มาแก้ไขใช้เวลาเป็นปี แล้วมาบอกว่า รัฐบาลนี้ดี ฝีมือขั้นเทพ แค่เจรจาต่อรองกันเอง ยังไม่ลงล็อค เตะสกัดขากันหัวคะมำ ก้นจ้ำเบ้า เขียวไปถึงเป้า หรือยังไม่แน่ใจ

ประชาชน รอเห็นชาติก้าวไปข้างหน้า ด้วยมันสมองและสองมือ ของคณะบริหารที่เรียกกันว่า ครม. “คณะรัฐมนตรี” มิใช่ ครม. “คนริบงบประมาณบ้านเมือง” หากงานนี้อภิสิทธิ์คุมขบวนไม่ได้ ไม่ต้องสาธยาย อภิสิทธิ์จะกลายเป็น “ไอ้หล่อ กะหล่อน เอ๊ยละอ่อน” อีกตามระเบียบ แก้รัฐธรรมนูญไม่กี่ข้อ หากตกลงกันไม่ได้ “เป่ายิงฉุบ” กันไปเลยดีไหม จะได้จบๆ

  

ในละครตอนจบมักจะสรุปเอาไว้แค่ Happy Ending ประเภทได้แต่งงานกัน ประเภท “ศรีทนได้” เป็นผู้ชนะใจ”แม่ผัว” และพบ”ปานแดง”ข้างหลัง จนสามารถได้สมบัติเจ้าคุณปู่ เอาชนะได้ในที่สุด แต่ในชีวิตจริง ก็เป็นเพียงแค่การผ่านปัญหา ณ จุดนั้นของชีวิตจริงเท่านั้น เพราะชีวิตจริงต้องดูกันยาว อย่ารีบด่วนสรุปตัดสินใจ ว่านี่คือชัยชนะ กาลเวลาที่เนิ่นนายออกไป อาจจะพลิกเปลี่ยนผัน สิ่งที่คิดว่าชนะในวันนี้ ให้กลายเป็นความพ่ายแพ้ในวันหนึ่งวันใดก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากสิ่งที่คิดว่าเป็นชัยชนะในวันนี้ ได้มาแบบค้านความรู้สึกของสังคม

นายสุเทพ เคย กล่าวว่า ขบวนการและบริวารของคนเหล่านี้ กำลังเป็นอันตรายกับประเทศ ตนทำบ้านเมืองสงบมาดีๆ นายสนธิ และพล.ต.จำลอง ประกาศว่าวันที่ 11 ธันวาคม จะชุมนุมใหญ่อีกแล้ว เป็นหน้าที่ของพวกเรา จะต้องแสดงพลัง แสดงความเป็นปึกแผ่นของเรา พลังประชาชนถึงแม้เป็นพลังเงียบ แต่ถ้าไม่สนับสนุน ก็ให้สนธิ–จำลองไปเดินสองคนดูว่าจะไปสักกี่ มาวันนี้เราต้องมาพัฒนาความสามารถของเรา จะให้พวกนี้มาทำปู้ยี้ปู้ยำบ้านเมืองไม่ได้

    

พูดกันลักษณะ ในสไตล์แบบนี้ ไม่แปลก ถ้าจะปรองดองไม่สำเร็จ และถ้าคนไทยจะมีความสุขลดลงเพราะลึกๆนายสุเทพเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่า สิ่งที่พูดไปนั้นเหมาะสมเพียงใด กระทบใครหรือไม่ นั่นย่อมสะท้อนได้ว่า นายสุเทพรู้ดีทุกอย่าง ถึงผลที่จะเกิดตามมา หลังจากการพูดสไตล์  เอาดีใส่ตัว ชั่วโยนให้คนอื่น  เช่นนี้ เจอการเมืองที่จมปลักกับอำนาจหัวโขนและผลประโยชน์เช่นนี้ ประชาชนคนไทยก็ความสุขลดลงต่อไปเรื่อยๆ

และแล้วบทสรุปของ ละคอนลวงโลก โดยการจัดฉากสร้างเรื่องราว  ก็ต้องมีอันเป็นไป เพราะประชาธิปัตย์นั้น สามารถเอาชื่อพรรค เป็นใบเบิกทางหาเสียงได้ ในฐานะพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อดีตที่ได้ต่อสู้กันมาอย่างโชกโชนกับอำนาจเผด็จการ จะกี่ปีของการเป็นพรรคฝ่ายค้าน นานแค่ไหนของการรอคอย ความวิบัติของจอมเผด็จการทั้งหลาย แต่ประชาธิปัตย์ไม่เคยเปลี่ยน ความเป็นประชาธิปัตย์

   

กระทั่งถึงยุคไม้ผลัดใบ ประชาธิปัตย์ เปลี่ยนไป มากมายเหลือเชื่อ กลมเกลียวกับกองทัพ และสั่งการให้ทหารออกมาเข่นฆ่าประชาชน อย่างคาดไม่ได้ คิดไม่ถึง ผู้นำยุคใหม่ ปิดซอยทั้งซอย เพื่อความปลอดภัย โดยไม่ใส่ใจ กับเสียงร้องของผู้อยู่อาศัย และการทำมาหากินของเพื่อนบ้าน

เราได้ศรีธนญชัยตัวพ่อ หล่อแต่กินไม่ได้ พูดอย่าง อธิบายไปอีกอย่าง เป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์ ของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทวงถาม เรื่องรัฐบาลโกงกิน แต่ทั้งสิ้นทั้งปวงนั้นมันก็ยังไม่น่าเวทนาเท่ากับการ สร้างละคอนลวงโลกขึ้นมา ยอมย่ำยีความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ที่ห้ามชุมนุมกันในทางการเมือง สร้างดับเบิ้ลสแตนดาร์ด สีหนึ่งทำได้ แต่อีกสีหนึ่งทำไม่ได้ แยกคนไทย ออกจาก คนไทย..ฯลฯ

 

ทุกความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า บ่งชี้ให้เห็นถึงความร้อนแรงทางการเมืองที่พร้อมระอุดุเดือดได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ หรือการชุมนุมยืดเยื้อ ซึ่งยังอยู่ภายใต้การใช้พระราชกำหนด บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือแม้กระทั่งกลุ่มสุดท้ายที่เป็นอันตรายที่สุด “มือที่สาม” ที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เปิดเผยว่าหวั่นเกรงเหตุร้ายช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้ด้วย

เรียบเรียง สิทธิศักดิ์

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com