พัทยาเดลีนิวส์

26 กรกฎาคม 2553 :: 13:07:19 pm 28267

ชนวนบึ้ม! บิ๊กซีราชดำริ ดับแล้ว 1

เหตุระเบิดบริเวณหน้าป้ายรถประจำทางหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถนนราชดำริ เหยื่อเสียชีวิตแล้ว 1 ราย โดยเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบและเก็บชิ้นส่วนต้องสงสัย ร่วมกับพยานบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุ
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (26 ก.ค. 53) นสพ.ไทยรัฐ รายงาน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 กล่าวว่า ในที่ประชุมชุดสืบสวนคดีระเบิด บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี สาขาราชดำริ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดได้นำแบบจำลองวัตถุระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุมาให้ผู้ เชี่ยวชาญชี้แจงเกี่ยวกับวิธีการต่อวงจรระเบิด

ซึ่งพบว่า ระเบิดที่ใช้ก่อเหตุเป็นระเบิดชนิดขว้าง เอ็ม 67 จำนวน 1 ลูก ดัดแปลงเป็นระเบิดแสวงเครื่องจุดชนวนด้วยการตั้งเวลา ลักษณะการประกอบระเบิด

เป็นการต่อชนวนค่อนข้างละเอียด รัศมีทำลายล้าง 15 เมตร ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับที่เคยพบในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลโคกคราม เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา และสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่สามารถเก็บกู้ได้ทัน แต่ไม่เหมือนกับระเบิดที่มีการใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ เปิดเผยว่า เหตุที่เกิดเป็นการสร้างสถานการณ์จากกลุ่มผู้ไม่หวังดี ระเบิดดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้ว 2 เหตุการณ์ คือ พื้นที่ สน.นางเลิ้ง และ สน.โคกคราม ตอนนี้เรามีกลุ่มต้องสงสัยอยู่แล้ว โดยจะนำข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีตทั้งช่วงก่อนที่มีการชุมนุม และช่วงหลังที่มีการชุมนุม มาตรวจสอบเปรียบเทียบ และนำคดีระเบิดที่เกิดขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด โดยมอบให้พลต.ต.สุเมธ เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากบริเวณที่เกิดเหตุทั้งหมด เพื่อจะนำข้อมูลทุกส่วนที่ได้มาประมวลเข้ากัน โดยที่ประชุมได้แบ่งงานกันอย่างชัดเจน

จากเหตุระเบิดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถนนราชดำริ ทำให้มีผู้บาดเจ็บถูกนำแยกส่งโรงพยาบาลตำรวจ โรงพยาบาลจุฬาฯ และโรงพยาบาลหัวเฉียว รวม 9 ราย ได้แก่นายสมชาย เอี่ยมประชา อายุ 31 ปี,นายสมใจ พันทิมา อายุ 30 ปี ,นางสาวชานุ สัญชาติพม่า อายุ 24 ปี ,นายชนาภัทร ตั้งศิริพานิช อายุ46 ปี ,นายวีระศักดิ์ แซ่แต้ อายุ40 ปี ,นายธวัชชัย ทองมาก อายุ 51 ปี, นางสาวมุฑิตา เฉลิมประพาส อายุ 46 ปี,นายบุญเรือง แก้วสมบัติ อายุ 51 ปี และนายปวร พรนิเพท อายุ 17 ปี

ล่าสุด นายธวัชชัย ทองมาก อายุ 51 ปี ได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง หลังจากได้นำตัวเข้ารักษาในห้องไอซียู โรงพยาบาลตำรวจ

นสพ.มติชน รายงานว่า นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนพระราม 4 ถึงเหตุระเบิดที่ป้ายรถเมล์ หน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถนนราชดำริว่าพรรคเพื่อไทยขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และขอประณามกลุ่มบุคคลที่สร้างสถานการณ์จนทำให้ประชาชนต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บช่วงวันพระใหญ่วันเข้าพรรษา ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำของคนที่ใจบาป โดยคณะทำงาของพรรคเพื่อไทย ที่มีทั้งอดีตนายทหารและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ได้วิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วว่ามีความผิดปกติอย่างมาก โดย 1.เหตุที่เกิดนนั้นเกิดในช่วงเวลา 17.45 น. ที่กำลังมีคนพลุกพร่าน จึงเป็นการกระทำที่อุกอาจ

และ 2.บริเวณที่เกิดเหตุนั้นปรากฎว่ากล้องวงจรปิดได้เสียหาย ซึ่งเสียหายมาตั้งแต่ช่วงของการชุมนุมคนเสื้อแดง และผู้ก่อเหตุน่าจะทราบเป็นอย่างดี และ 3.เป้าหมายของผู้ก่อเหตุนั้นต้องการสร้างสถานการณ์ให้เป็นข่าว จึงมีการก่อเหตุในที่ชุมนุมชนแต่เหตุดังกล่าวกลับไปตรงกับความต้องการของคนในรัฐบาลที่ต้องการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เอาไว้ พรรคเพื่อไทยจึงคิดว่าเหตุที่เกิดขึ้นนั้นน่าจะเป็นฝีมือของผู้สนับสนุนรัฐบาล ที่สร้างสถานการณ์เพื่อให้รัฐบาลได้คง พรก.ฉุกเฉินเอาไว้ เพราะเมื่อมีเสียงระเบิดขึ้นมา นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็ถือโอกาสแถลงข่าวว่ารัฐบาลจะเรียกร้องให้คง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เอาไว้จนถึงสิ้นปี 2553

“ระเบิดที่เกิดขึ้นนั้นเป็นระเบิดการเมือง ที่สร้างความเสียหาย ความเจ็บปวดให้กับคนไทยทั้งประเทศ เพราะเมื่อนายปณิธานระบุว่ารัฐบาลจะต้องคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปได้สร้างผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและการลงทุน พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาการจะคงพรก.ฉุกเฉิน เอาไว้ดีๆ เพราะสุดท้าย พรก.ฉุกเฉิน ฉบับนี้จะเป็นผลเสียกับรัฐบาล เอง เนื่องจากจะทำให้เกิดอาการดื้อยาในประชาชนบางส่วน ซึ่งขณะนี้เริ่มมีมากขึ้นแล้ว”นายพร้อมพงษ์ กล่าว

ที่มา มติชน , ไทยรัฐ , เดลินิวส์
วิดีโอ Voice Tv

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com