พัทยาเดลีนิวส์

28 มิถุนายน 2549 :: 19:06:18 pm 3197

ชาติหน้าก็แล้วกัน

เบนซ์สีบรอนซ์คันหรูจากยุโรปกำลังเคลื่อนตัวออก จากคฤหาสน์หลังงาม ราคาหลายสิบล้าน ที่ตั้งเด่นตะหง่านอยู่ในเนื้อที่หลายสิบไร่ แล่นผ่านสระ ว่ายน้ำขนาดใหญ่โค้งวนก่อนจะถึงประตู ระบบรีโมทคอลโทรลเริ่มทำงาน ประตูค่อย ๆ เปิดออก รถเลี้ยวพ้นผ่านประตูคฤหาสน์กำลังจะทะยานตัวออกไปพลันต้องหยุดชะงัก คนใช้ในบ้านกำลังวิ่งหน้าตั้งมา
สนใจโฆษณา

รถหยุดนิ่ง…

ชายวัยกลางคนผมเกรียนถือกระเป๋าสีดำเดินเข้ามา กระจกติดฟิล์มกรองแสงค่อย ๆ เลื่อนต่ำลง

“เจ้านายลืมกระเป๋าเอกสารครับ”

“อ้อ…ขอบใจมาก เอกสารสำคัญด้วย”

“แม่บ้านฝากถามว่า เย็นนี้เจ้านายจะกลับมาทานอาหารที่บ้านไหมครับ”

“ทำไมรึ?”

ชายผมเกรียนเกาหัวเบา ๆ

“ไม่มีอะไรครับ คือแม่บ้านจะได้จัดเตรียมอาหารไว้ครับ”

“ฉันยังไม่รู้เลย ไม่ต้องเตรียมไว้ให้ฉันหรอก เตรียมให้คุณผู้หญิงก็พอ” สิ้นเสียง กระจกค่อย ๆ เลื่อนขึ้น ชายผมเกรียมยืนโค้งนอบน้อม

รถเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ วันนี้เขาออกสายกว่าทุกวันเพราะไม่มีประชุมด่วน เหลือบมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ เกือบ ๆ จะ 11 โมง วันนี้มีประชุมตอนบ่ายสองคงไม่ต้องขับรถเร่งรีบอะไรมากมาย เพราะยังเหลือเวลาอีกเกือบสามชั่วโมงในการเดินทาง สัญญาณไฟแดงสว่างขึ้นตรงแยกข้างหน้า เขาค่อย ๆ ผ่อนคันเร่งลง หยุดรถเป็นคันแรกถ้าไม่นับมอเตอร์ไซด์สามสี่คันที่เพิ่งแทรกเบียดรถเขาไป รถบีเอ็มฯสีเลือดหมูแล่นมาจอดแนบข้าง ๆ คนขับเป็นชายหนุ่มหน้าตาตี๋นั่งคู่มากับหญิงสาวเสื้อสีฟ้ารัดรูป ผมของหล่อนสีดำขลับปกไหล่ขาว อกอวบอิ่มของหล่อนเบียดกับเสื้อแน่นเหมือนจะล้นทะลักออกมา ปากเล็กเรียวได้รูปแต่งแต้มด้วยลิปสติกบาง ๆ เขาและเธอกอดจูบกันนัวเนียโดยที่ไม่อายสายตาของใครหลาย ๆ คน เขาต้องหันหน้ากลับ เพราะมันจะเป็นการเสียมารยาทเกินไป

สัญญาณไฟเขียวสว่างโร่รถเคลื่อนตัวออกไป เขาตัดสินใจเลี้ยวขวาแทนที่จะตรงไปเหมือนเช่นทุกวัน นั่นเพราะไม่ได้ตามรถบีเอ็มฯ สวาทคันนั้น เพราะเขารู้สภาพการจราจรข้างหน้าเป็นอย่างดี เลี้ยวขวาแม้ว่ามันจะอ้อมไกลแต่ก็ยังดีกว่ารถไม่เคลื่อนที่ไปไหนเลย เขาขับรถเรื่อย ๆ ยังไม่ลืมภาพหญิงสาวในรถคันเมื่อครู่ เขาอาจจะเคยผ่านผู้หญิงมาบ้าง หรือเคยทำกับผู้หญิงอย่างนั้นบ้าง แต่ว่าเขาไม่เคยเปิดเผยขนาดนั้น มันคงเป็นรสนิยมของคนรุ่นใหม่ กล้าพูด กล้าคิด กล้าทำ

เขาถอนใจ หรือว่าเขามันคนรุ่นเก่าไปแล้ว….

รถวิ่งผ่านตลาดสด คนขายล็อตเตอรี่เดินย่ำต๊อก ๆ อยู่ริมฟุตบาท ชายชราขอทานนั่งทำมือเงอะงะของเศษเงินจากผู้คนที่เดินผ่านไปมา แผงลอยข้างถนนยังเกลื่อนด้วยข้าวของ เครื่องใช้ มองเข้าไปในตลาดร้านขายปาท่องโก๋ร้านนั้นก็ยังอยู่เหมือนเดิม ติดกันไปเป็นร้านป้าเยาว์ขายปลา ถัดกันมาเป็นร้านยายพาขายผัก แวบหนึ่งเขาคิดถึงสมัยตอนเป็นเด็ก นานมากทีเดียวที่เขาไม่ได้แวะผ่านเข้ามาที่ตลาดสดแห่งนี้ เขาคิดไม่ผิดที่เลี้ยวรถเข้ามาที่นี่อีกครั้ง

ชายหนุ่มถอนใจ…

นึกถึงตอนเป็นเด็กทุกซอกซอยในตลาดแห่งนี้ตรงไหนบ้างที่เขาไม่เคยเข้าไป ตรงไหนบ้างที่เวลาเล่นซ่อนหากับเพื่อน ๆ แล้วหาไม่เจอ บอกได้ว่าเขาแทบจะหลับตาเดินก็ยังได้ นึกถึงเพื่อน ๆ หลายคน ไอ้จ้อน ไอ้น้อย เจ๋งอ้วน แขกดำ เจ้าขนุน แล้วก็มะลิ นึกถึงหน้าเจ้าขนุนเวลาโดนเพื่อนแกล้งก็อดขำไม่ได้ ไอ้จ้อน ไอ้น้อย กับแขกดำชอบล้อว่าเป็นกระเทย พอเผลอก็ดึงกางเกงเจ้าขนุนลง มันอายหน้าแดงเหมือนผู้หญิง แล้วนั่งร้องไห้ คิดแล้วยังขำไม่หาย ส่วนเจ๋งอ้วนลูกเจ้าของร้านขายหมู เพื่อน ๆ จะเรียกไอ้หมูตอน เวลามันโกรธหน้าจะแดง หูจะแดง พวกเราหัวเราะชอบใจ โดนพ่อไล่ตีทุกวัน มันไม่กล้าไปช่วยพ่อขายหมู เพราะพวกเราชอบล้อมันว่า ‘หมูตอนขายหมูสับ‘

มะลิเด็กหญิงร่างผอม เป็นหญิงเดียวในก๊วนอยากเล่นอะไรเธอเล่นได้หมด ยิงปืน ตำรวจจับโจร เล่นซ่อนหา เธอเล่นได้โดยไม่บ่นสักคำแต่มีข้อแม้ว่าทุกวันเสาร์ตลอดทั้งวันต้องเล่น กระโดดยางกับเธอ ไม่งั้นเธอจะงอนไม่ยอมพูดกับใคร บางครั้งก็ทำเป็นไม่สนใจเธอ แต่ก็ทำได้ไม่นาน สุดท้ายต้องไปเล่นกระโดดยางอยู่ดี

ชายหนุ่มยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงอดีต สายตาเหลือบไปริมฟุตบาทข้างโรงจำนำ เขานึกถึงใครบางคนที่เคยอยู่แถว ๆนี้ บางทีอาจจะเจอเขาอีกครั้ง

“ลุงหนวด” เขาเผลอเรียกชื่อชายชราคนนั้นออกมาเบา ๆ

เขาชะลอรถ มองดูชายชราผิวคล้ำ หนวดสีดำแซมเทากำลังนั่งดูดวงให้เด็กชายสองสามคน เด็กหัวเราะชอบใจ แกยังยิ้มง่ายเช่นเดิม เป็นที่รักของเด็ก ๆ เหมือนเดิม

ทว่าดูแกแก่ลงไปมาก…

“ใช่สินะ..นั่นมันยี่สิบปีก่อน” ชายหนุ่มคิดในใจ

ตอนเป็นเด็กเขาก็เคยมาดูดวงกับลุงหนวดคนนี้ แกดูให้ฟรีไม่คิดเงิน แถมยังได้ฟังเรื่องตลก ๆ จากแกอีกเป็นของแถม ลุงหนวดแกดูดวงให้เฉพาะเด็ก ๆ ส่วนผู้ใหญ่แกจะไม่ดูให้ หรือว่าพวกผู้ใหญ่เขาไม่อยากจะให้แกดูก็ไม่รู้ บางทีเขายังเคยคิดว่าแกคงดูไม่แม่น เขากับเพื่อน ๆ เคยรวบรวมเงินกันไปซื้อปาท๋องโก๋มาให้แกกิน เพื่อตอบแทนการที่แกดูดวงให้ ถ้าเขาจอดรถลงไปหาแกตอนนี้แกจะจำเด็กชายตัวดำ ๆ ผมสั้นเกรียนคนนั้นได้ไหม? เด็กชายที่ถูกพ่อแม่เอามาปล่อยทิ้งไว้ในตลาดตั้งแต่สี่ขวบ เด็กชายที่มีตลาดเป็นบ้าน และมีลุงหนวดคนนั้นเป็นเพื่อนบ้าน

บางทีแกอาจจะจำไม่ได้แล้ว……เขาคิด

แต่เขายังจำคำที่แกพูดไว้ครั้งนั้นได้แม่นยำ

“เอ็งนี่สงสัยจะไม่ได้เป็นเจ้าเป็นนายใครหรอกว่ะ” แกพูดพลางพลิกฝ่ามือไปมา

“ฮ้า..ทำไมล่ะลุง”

“ไม่ต้องฮ้า…ข้าว่าไปตามลายมือเอ็ง”

“ทีเพื่อน ๆ ผมทำไมลุงทำนายได้ดิบได้ดีกันหมดล่ะ”

“นี่ไงเส้นวาสนาของเอ็ง แค่เนี้ย” แกเอานิ้วจิ้มลงกลางฝ่ามือ

“ลุงมั่วหรือเปล่า?”

“บ๊ะ! ไอ้นี่ข้าดูมาอายุปูนนี้แล้ว”

“แล้วจะต้องทำไงล่ะลุง?”

ชายชราลูบหนวดเบา ๆ “ต้องแก้เคล็ด”

“เคล็ดขัดยอกน่ะเรอะลุง”

“เหอ ๆๆ ฮ่า ๆๆ ตลกคาเฟ่ว่ะ หรือว่าเอ็งจะลองไปเป็นตลกคาเฟ่ดู มีแวว ๆ”

“แววรุ่ง”

“แวว อดอยากน่ะสิ เฮ้อ…ข้าล่ะเหนื่อยที่จะพูดกับเอ็ง ในบรรดาเพื่อนเอ็งทั้งหมดก็มีเอ็งนี่แหละที่ข้าเป็นห่วง เอางี้เอ็งจำคำพูดของข้าไว้ ข้าดูให้ใครไม่เคยพลาด ชะตาของเอ็งมันขึ้น ๆ ลง ๆ ว่ะเอ็งไม่ได้เรียนหนังสือมาใช่ไหม?”

เด็กชายพยักหน้า หมอดูว่าต่อ “ถ้าเอ็งไม่ได้เรียนหนังสือ อืมห์…เส้นนี้ผ่านเส้นนี้ ไปตัดเส้นนั้น แล้วกลับมาเส้นนี้อีก อืมห์..อืมห์….”

“ถึงเส้นที่จะไปสนามหลวงหรือยังลุง?”

“อย่าเพิ่งขัดสิวะ”

ชายชราทำสีหน้าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ “เหมือนเดิมอย่างที่ข้าบอก ถ้าเอ็งไม่แบกข้าวสารอยู่ท่าเรือฯ เอ็งก็ไปเป็นตังเกออกทะเลไปโน้นแหละ หรือบางทีนะเอ็งอาจจะมาขายปาท๋องโก๋อยู่ในตลาดนี้แหละว่ะ”

“ฮ้า…ไม่มีอาชีพที่ดีไปกว่านี้หรือลุง”

“ไม่ต้องฮ้า ต้อง เฮ้อหรอก”

“ใจคอลุงจะไม่ให้ผมร่ำรวยบ้างเลยหรือ?”

หมอดูโคลงศรีษะ “ข้ามองไม่เห็นหนทางเลยจริง ๆ เอ็งไม่มีความรู้เลือกงานได้รึ เขาไม่รับคนไม่ได้เรียนหนังสือไปทำงาน ตำแหน่งใหญ่ ๆ โต ๆ หรอก”

“เอางี้ ผมให้ลุงดูฟรีอีกรอบ” เด็กชายแบมือ

แต่ชายชราส่ายหน้า “ข้าดูกี่รอบก็เหมือนเดิมแหละ”

“โธ่..ลุง”

“ชาตินี้เอ็งคงได้แค่นี้แหละว่ะ แต่ชาติหน้าเอ็งต้องได้เป็นเจ้าคนนายคนแน่นอน”

“ลุงดูดวงได้ถึงชาติหน้าเลยหรือ?”

หมอดูยิ้มกริ่ม “พูดแล้วจะหาว่าคุย เอ็งไม่เชื่อรึ”

เด็กชายนิ่งไปครู่เม้มปาก“เมื่อคืนผมฝันว่ามีรถคันใหญ่ ๆ ขับ มีบ้านหลังเบ้อเริ้มอยู่” เด็กชายกางแขนทำท่าทาง

“วาสนาของเอ็งก็พอมีอยู่ แต่มันไม่ปรากฏในชาตินี้ มันไปปรากฏในชาติหน้า”

เด็กชายทำหน้าเศร้าเสียงอ่อย “แล้วถ้าชาติหน้าไม่มีจริงล่ะลุง”

“เอ็งก็ต้องทำชาตินี้แหละให้ดีที่สุด รู้ไหม?”

เด็กชายยิ้ม ก้มหน้า คอตก……

รอยยิ้มยังฉายอยู่เต็มใบหน้า เขาเกือบจะจอดรถลงไปแล้ว แต่มันคงไม่เหมาะสำหรับวันนี้ เขาค่อย ๆ ขับรถผ่านชายชรากับเด็กกลุ่มนั้นไป เหลือบมองกระจกหลัง เขาบอกกับตัวเองไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไร มันดีใจระคนสะเทือนใจ เขาน่าจะมาหาลุงหนวดตั้งนานแล้ว น่าจะมาหาเพื่อนบ้านที่แสนดีกับเขา น่าจะรับลุงหนวดไปอยู่ด้วย หรือบางทีแกคงไม่อยากจากที่นั่นไปไหน แกคงอยากจะเป็นหมอดูใจดี ที่ดูดวงให้เด็ก ๆ เป็นที่รักให้เด็ก ๆ ซึ่งจะว่าไปแล้วแกก็ดูดวงแม่นเหมือนกัน แต่ยังไงซะถ้าเสร็จงานวันนี้เขาจะมาหาลุงหนวดแน่นอน

รถเลยตลาดแห่งนั้นมาไกล ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าตึกสูงเกือบสามสิบชั้นย่านใจกลางเมือง รปภ.สองนายยืนตรง รถแล่นเข้ามาจอดนิ่งในอาคาร ประตูรถถูกเปิดออกเขาเดินอ้อมมาเปิดประตูเบาะหลัง ชายใส่สูทเข้ม พับหนังสือพิมพ์ ขยับแว่นนิดหนึ่ง ก้าวออกมา

“พงษ์กลับก่อนเลยนะ เย็นนี้ไม่ต้องมารับ ฉันนัดกับเพื่อนไว้ ไม่รู้จะกลับกี่โมง”

“วันนี้ดูท่านนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เงียบเลยนะครับ”

ชายใส่สูทยิ้ม “ก็วันนี้มีประชุมตอนบ่ายสองเลยต้องดูประกอบข้อมูลไว้ ไปได้แล้วดูแลรถให้ดีล่ะ”

“ครับ”

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : ผู้หญิง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com