พัทยาเดลีนิวส์

28 กันยายน 2556 :: 09:09:18 am 117083

ชาวบ้านคัดค้านการรื้อสำนักสงฆ์ของเจ้าของที่ดิน

ชาวบ้านคัดคานการรื้อถอนสำนักสงฆ์ เนื่องจากสำนักสงฆ์ สร้างมาหลายปี มีชาวบ้านเข้ามาปฏิบัติธรรมเป็นจำนวนมาก จึงอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนมือเข้ามาช่วยเหลือ
สนใจโฆษณา

พัทยา – วานนี้ (27 ก.ย. 56) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ สำนักสงฆ์อุทัยเมตตาธรรม ธรรมยุต ม.2 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ชาวบ้านกว่า20คนร่วมตัวขัดขวางนายสังขะจาย ขำเขียว ผู้จัดการมรดกในที่ดินที่ก่อตั้งสำนักสงฆ์ หลังนำรถไถมารื้อทำลายรั้วลวดหนาม และประตูสำนักสงฆ์จนพังเสียหาย โดยนายสังขะจายอ้างว่ามีคำสั่งจากกรมบังคับคดี คดีแดงเลขที่ 579/2555 ให้นายชัยยันต์ ขำเขียว รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในโฉนดเลขที่ 71389 เลขที่ดิน 675 ก็คือที่ตั้งสำนักสงฆ์ในปัจจุบัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับพระสงฆ์ที่มาจำพรรษาทีวัดรวม 7 รูป และชาวบ้านที่เข้ามาปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์ดังกล่าว

ด้านนายเมธี จันทโรปกรณ์ อาจารย์มหาลัยแห่งหนึ่งเปิดเผยว่า ตนเองมาปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 50 ซึ่งในแต่ละปีมีประชาชนมาปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์ดังกล่าวจำนวนมาก โดยเจ้าของที่เดิมนางอุทัย บัวภิรมย์ เสียชีวิต และมีเจตตาให้ที่ดังกล่าวตั้งสำนักสงฆ์ โดยมีนายชัยยันต์ ขำเขียว ซึ่งเป็นลูกชายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงตั้งแต่เริ่มต้น คือเมื่อก่อนเป็นป่าจนในปัจจุบันมีสภาพดี และได้เป็นตัวแทนต่อสู้กับนายสังขะจาย ขำเขียว ซึ่งเป็นพี่ชายมาหลายปี พอมาระยะหลัง 1-2 ปี นายชัยยันต์ได้มายื่นขอเสนอให้เช่าที่เดือนละ 15,000 บาท ซึ่งทางตน และชาวบ้านเห็นว่ารายได้ทางสำนักสงฆ์ไม่มีมาก จึงปฏิเสธเกี่ยวกับการเช่าที่ ซึ่งนายชัยยันต์จึงบอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวแล้ว จนมีประกาศจากกรมบังคับคดีมาปิดให้รื้อถอน และวันนี้นายสังขะจายนำรถมาไถรั้วจนพัง ชาวบ้านจึงไม่ยอม และขัดขวาง

3 4

นอกจากนั้นนายเมธียังกล่าวเพิ่มเติมว่า พวกตนและชาวบ้านพยายามเจรจาแล้วซึ่งนายสังขะจายยืนยันว่าจะขายที่ในราคา 25 ล้านบาท ซึ่งที่สำนักสงฆ์ดังกล่าวมีเนื้อที่ 6 ไร่กว่า ซึ่งพวกตนและชาวบ้านก็ยืนยันไม่มีเงินจำนวนดังกล่าว เพราะเจตนาที่แท้จริงของเจ้าของที่เดิมนั้นต้องการให้ก่อตั้งสำนักสงฆ์ ซึ่งตอนแรกนายชัยยันต์ก็ทำตามและเป็นตัวแทนชาวบ้านในการฟ้องร้องกับนายสังขะจาย แต่มาระยะ 1-2 ปี หลังนายชัยยันต์ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวเลย

นอกจากนั้นชาวบ้านต่างๆไม่รู้อะไร และสร้างสำนักสงฆ์มากว่า 8 ปี มีผู้มาปฏิบัติธรรมจำนวนมาก จึงอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนมือเข้ามาช่วยเหลือ เพราะชาวบ้านไม่อยากให้รื้อสำนักสงฆ์ ซึ่งเป็นที่พักผ่อนทางจิตใจของชาวบ้าน และพุทธสากนิชนที่ตั้งใจมาปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์ดังกล่าว

Reporter : สามารถ ทองเสริม   Photo : สามารถ ทองเสริม   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com