พัทยาเดลีนิวส์

24 สิงหาคม 2559 :: 11:08:10 am 195061

ชาวบ้านเมืองพัทยาค้าน พัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 กระทบสิ่งแวดล้อม

เปิดสัมมนาความคิดเห็นร่วมพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ด้านชาวบ้านเมืองพัทยาออกมาค้าน ชี้มีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันที่ 23 ส.ค.59 ที่โรงแรมชลจันทร์พัทยารีสอร์ท อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เรือโทยุทธนา โมกขาว ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ในการปฐมนิเทศโครงการศึกษาความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม และออกแบบรายละเอียดสำหรับการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 ซึ่งการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดโครงการ ขอบเขตการดำเนินงาน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยมีหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน สถาบันการศึกษา ตลอดจนตัวแทนภาคประชาชนและสื่อมวลชนในพื้นที่เข้าร่วมงานกว่า 200 คน

 

โดยการท่าเรือ นำเสนอว่า การก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 จะดำเนินงานในพื้นที่ ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่พัฒนาโครงการที่ตั้งอยู่ติดกับท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 2 ที่ได้ประกาศเป็นเขตท่าเรือแหลมฉบังเมื่อปี 2539 ทางทิศเหนือติดกับเขาบ่อยา ทิศตะวันออก ติดกับถนนสุขุมวิท (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3) และนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ทิศตะวันตก ติดกับอ่าวไทย และทิศใต้ ติดกับคลองบางละมุง มีความยาวท่าเทียบเรือรวมทั้งสิ้น 4,920 เมตร ความลึกแอ่งจอดเรือ 18.5 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง มีท่าเทียบเรือประเภทตู้คอนเทนเนอร์ขนาดความยาวหน้าท่า 750 เมตร จำนวน 2 ท่า และ 1,000 เมตร จำนวน 2 ท่า สามารถรองสินค้าประเภทตู้คอนเทนเนอร์ได้รวม 7 ล้านตู้ต่อปี ท่าเทียบเรือชายฝั่งยาว 500 เมตร สามารถรองรองรับตู้สินค้าได้ 1.0 ล้านตู้ต่อปี และท่าเทียบเรือขนส่งรถยนต์ยาว 920 เมตร รองรับการขนส่งรถยนต์ได้ 1.0 ล้านคัน/ปี รวมทั้งสิ้น 6 ท่า และมีสถานีขนถ่ายตู้สินค้าทางรางที่สามารถขนถ่ายตู้สินค้าทางรางได้ 1.4 ล้านตู้ต่อปี

 

หากการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 แล้วเสร็จ จะทำให้ท่าเรือแหลมฉบังสามารถรองรับปริมาณตู้สินค้ารวมทั้งสิ้นได้ไม่ต่ำกว่า 18 ล้านทีอียูต่อปี ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการขนส่งทางทะเล และศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต รวมทั้งเป็นการขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของประเทศให้เพิ่มมากขึ้น

 

ทั้งนี้ จากความคิดเห็นของประชาชนชาวบ้านในเขตพื้นที่ อ.บางละมุง ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว เชื่อว่ามีผลเสียมากกว่าผลได้ เนื่องจากมีความเป็นห่วงถึงผลกระทบด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังโครงการดังกล่าวเสร็จสิ้น อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ, การติดตั้งม่านกันตะกอน, การจัดการน้ำเสียและขยะ, ผลกระทบการกัดเซาะชายฝั่ง, ปัญหาแรงงานต่างด้าว และอาชีพการจ้างงานของคนในท้องถิ่น ,ปัญหาสัตว์น้ำและการประมงชายฝั่ง ,การสูญเสียรายได้จากอาชีพของกลุ่มประมง รวมถึงผลกระทบด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาอีกด้วย

 

นายสินไชย วัฒนศาสตร์สาธร นายกสมาคมนักธุรกิจและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองพัทยา ชี้แจงว่า การประชุมครั้งนี้หรือที่ผ่านมา ภาคการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาไม่ได้รับทราบถึงการประชุมแต่อย่างใด ซึ่งตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันภาคธุรกิจและเอกชนของเมืองพัทยา เชื่อว่า ท่าเรือแหลมฉบังทั้งเฟส 1 และ เฟส2 มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาการกัดเซาะชายหาดพัทยา ซึ่งรัฐบาลกำลังแก้ไขอยู่ในปัจจุบัน โดยภาคการท่องเที่ยวถือว่าสร้างรายได้ให้แก่ประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างดีเยี่ยม หากการท่าเรือจะละเลยการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และเน้นนำการพัฒนาการท่าเรือแหลมฉบัง จะส่งผลให้เกิดผลกระทบด้านการท่องเที่ยวอย่างมหาศาลต่อเมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย

 

ด้านเรือโทยุทธนา โมกขาว ผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เผยว่า สำหรับทุกความเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ทางท่าเรือแหลมฉบังยินดีจะรับฟังและนำไปปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 จะเกิดขึ้นหรือไม่ จะต้องเกิดจากการร่วมมือร่วมใจจากทุกคน รวมถึงทิศทางของประเทศและความมั่นคงในชีวิตของประชาชนเช่นกัน

Reporter : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Photo : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com