พัทยาเดลีนิวส์

31 ตุลาคม 2555 :: 11:10:25 am 92447

ชาวพลูตาหลวง ห่อข้าวต้มสามัคคี 1 แสนกีบ ตักบาตรเทโว

ที่วัดเขาบายศรี ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เหล่าอุบาสกอุบาสิกา และประชาชน ในพื้นที่ ได้รวมพลังกันห่อข้าวต้มมัด และข้าวต้มหาง จำนวน 50,000 มัด เพื่อเตรียมให้เหล่าพุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันซื้อทำบุญ “ตักบาตรเทโว” เนื่องในวันออกพรรษา
สนใจโฆษณา

สัตหีบ-วานนี้ ( 30 ต.ค.55 ) ที่วัดเขาบายศรี ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เหล่าอุบาสกอุบาสิกา และประชาชน ในพื้นที่ ได้รวมพลังกันนำข้าวเหนียว กล้วยน้ำว้า ถั่วดำ น้ำตาล ใบตอง ใบพระพ้อ และใบมะพร้าว มาบริจาคให้กับ พระอาจารย์ อนันต์ ประภังกะโร เจ้าอาวาสวัดเขาบายศรี พร้อมร่วมกันห่อข้าวต้มมัด และข้าวต้มหาง จำนวน 50,000 มัด เพื่อเตรียมให้เหล่าพุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันซื้อทำบุญ “ตักบาตรเทโว” เนื่องในวันออกพรรษา โดยจะมีพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 7 รูป และสามเณร จำนวน 21 รูป เดินลงมาจากยอดเขาเพื่อรับบิณฑบาต ในตอนรุ่งเช้า

นายสุเมธี ศิริพันธ์ หรือกำนันก๋อย กำนันตำบลพลูตาหลวง กล่าวว่า ทุก ๆ ปี เมื่อถึงวันออกพรรษา เหล่าบรรดาพุทธศาสนิกชน และประชาชน ในตำบลพลูตาหลวง จะพร้อมใจร่วมกันนำ ข้าวเหนียว กล้วยน้ำว้า ถั่วดำ น้ำตาล ใบตอง และใบมะพร้าว มาบริจาคให้กับทางวัด และร่วมกันห่อข้าวต้มมัด และข้าวต้มหาง เป็นระยะเวลา 2 วัน 2 คืน ซึ่งเป็นประเพณีของชาวตำบลพลูตาหลวงที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน นอกจากเป็นการสร้างบุญสร้างกุศล โดยการหารายได้เข้าวัด ยังก่อให้เกิดความรัก ความสมัครสมาน สามัคคี ของคนในชุมชนอีกด้วย

พระอาจารย์ อนันต์ ประภังกะโร เจ้าอาวาสวัดเขาบายศรี กล่าวว่า การห่อข้าวต้มมัด ข้าวต้มหาง ในวันออกพรรษา เป็นประเพณีที่ทางวัดสืบทอดกันมาช้านาน เพื่อให้ประชาชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน เกิดความรัก ความสมัครสมานสามัคคี เฉียบเช่นข้าวต้มมัด และข้าวต้มหาง ที่อยู่คู่กัน เสมือนรักใคร่กลมเกลียว อีกทั้ง เพื่อนำรายได้จาการขายข้าวต้ม และจตุปัจจัยที่ประชาชนร่วมบริจาค มาทำนุบำรุงศาสนสถาน ให้ประชาชนได้มีที่กราบไว้สักการะ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา

แต่ปัจจุบัน การห่อข้าวหาง ได้เหือดหาย และเริ่มหมดไป เนื่องจากไม่มีผู้สืบทอด การห่อทำได้ยาก และวัสดุที่นำมาห่อคือ ใบกระพ้อ ซึ่งปัจจุบันหาได้ยากมาก และได้มีการห้ามนำมาใช้ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการทำข้าวต้มมัด ทางวัดเขาบายศรี ได้เปลี่ยนจากการห่อข้าวต้มลูกโยน มาเป็นข้าวเหนียวเปล่า ๆ ทำข้าวต้มมัดใส่กล้วยน้ำว้าเป็นไส้ในแทน ซึ่งจะเพิ่มปริมาณและความอร่อยให้กับผู้ที่ซื้อทำบุญถวายพระ และซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านอีกด้วย

สำหรับการนำข้าวต้มมัด และข้าวต้มหาง มาทำการใส่บาตรพระสงฆ์ ในวันออกพรรษา มีความเชื่อว่า ” ประเพณีตักบาตรเทโว ” ซึ่งย่อมาจาก “เทโวโรหณะ” อันหมายถึงการเสด็จลงมาจากเทวโลกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามตำนานเล่าว่า เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้วได้เสด็จไปประกาศ พระศาสนาในแคว้นต่าง ๆ ทั่วชมพูทวีป ตลอดจนไปทรงเทศนาโปรดพระพุทธบิดา และพระประยูรญาติทั้งหลาย ให้บรรลุมรรคผลตามสมควรแก่อุปนิสัยของแต่ละคน แล้วพระองค์ได้ทรงรำลึกถึง พระนางสิริมหามายา ซึ่งได้สิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่พระองค์ประสูติได้ 7 วัน ทรงดำริที่จะสนองคุณพระพุทธมารดา ดังนั้น จึงได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทศนาพระอภิธรรมปิฏกโปรดพระพุทธมารดาอยู่หนึ่งพรรษา ครั้นวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 หรือหลังวันออกพรรษา 1 วัน พระองค์เจ้าจึงได้เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มาประทับที่เมืองสังกัสสะ ประชาชนต่างพากันไปเฝ้าพระพุทธองค์ เพื่อทำบุญตักบาตรกันอย่างเนืองแน่น

ด้วยเหตุนี้ พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันแรม 1 ค่ำเดือน 11 เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้า เสด็จจากเทวโลกมาสู่เมืองมนุษย์ จึงนิยมตักบาตรกันเป็นพิเศษ และทำสืบต่อมาเป็นประเพณีจนทุกวันนี้ และเรียกว่า “ตักบาตรเทโว” ซึ่งของทำบุญที่นิยมกันเป็นพิเศษคือ ข้าวต้มลูกโยน ซึ่งเอาข้าวเหนียวห่อด้วยใบมะพร้าวไว้หางยาว กล่าวกันว่าที่นิยมทำข้าวต้มลูกโยน คงเป็นเพราะเมื่อพระพุทธองค์ เสด็จลงมาจากเทวโลก พระบรมศาสดาถูกห้อมล้อมด้วยมนุษย์และเทวดาจำนวนมาก ทำให้ผู้ที่เข้าไม่ถึงจึงคิดใส่บาตรโดยโยนเข้าไป และที่ไว้หางยาวก็เพื่อให้โยนได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งการโยนลักษณะนี้คงเกิดขึ้นภายหลัง มิใช่สมัยพระพุทธองค์จริง ๆ และทำให้เป็นนัยยะมากกว่า เพราะปัจจุบันจะใช้การแห่พระพุทธรูปแทนองค์พระพุทธเจ้า สำหรับปีนี้ “วันตักบาตรเทโว” ตรงกับวันอังคารที่ 30 ต.ค. 55

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com