พัทยาเดลีนิวส์

24 ตุลาคม 2553 :: 13:10:57 pm 41535

ชาวสัตหีบนับพัน ร่วมทำบุญตักบาตร วันออกพรรษา

ประชาชนทุกหมู่เหล่าในอำเภอสัตหีบ นับพันคนร่วมทำบุญตักบาตรข้าวต้มหาง ข้าวสารอาหารแห้ง สืบสานประเพณีวันออกพรรษา สร้างความปลาบปลื้มให้กับเหล่าบรรดาญาติพี่น้องที่ได้เห็นชายผ้าเหลืองบุตรหลาน ที่ได้บวชเรียนมาตลอดระยะเวลา 1 พรรษา
สนใจโฆษณา

สัตหีบ – วันนี้ (24 ต.ค. 53) ที่วัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาชน ชาวอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นับ 1,000 คน ได้ร่วมกันตักบาตรเทโว หรือเรียกกันเต็ม ๆ พิธีตักบาตรเทโวโรหนะ ด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง ข้าวต้มหาง น้ำดื่ม ส้มเขียวหวาน โดยมีขบวนวงกองยาวตีโห่ร้องแห่องค์พระประธานปางอุ้มบาตร และพระสงฆ์จากวัดสัตหีบ จำนวน 72 รูป สามเณร 8 รูป ออกรับบิณฑบาตจากพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า ตั้งแต่ภายในวัดสัตหีบ และเวียนรับบาตรไปโดยรอบตลาดสัตหีบ ซึ่งสร้างความปลาบปลื้ม ให้กับเหล่าบรรดาญาติพี่น้อง หลังบุตรหลานได้เข้าบวชจำพรรษาภายในวัดมาตลอดระยะเวลา 1 พรรษา

สำหรับประเพณี ตักบาตรเทโว ย่อมาจากคำว่า เทโวโรหนะ ซึ่งแปลว่า การหยั่งลงจากเทวโลก หมายถึงการเสด็จลงมาเทวโลกของพระพุทธเจ้า ตามตำนาน กล่าวว่า เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ทรงเทศนาโปรดประชาชนในแคว้นต่าง ๆ ของอินเดียตอนเหนือ ตั้งแต่ เมืองราชคฤห์ เมืองพาราณสี เมืองสาวัตถี ตลอดถึงเมืองกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นบิตุภูมิของพระองค์ ทรงเทศนาโปรดพระประยูรญาติทั้งหลายถ้วนหน้า แล้วทรงปรารถนาจะสนองพระคุณมารดา ซึ่งหลังประสูติพระองค์ ได้ 7 วัน ก็สิ้นพระชนม์ และได้ไปเกิดเป็นเทพบุตรอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต ฉะนั้นในพรรษาที่  หลังจากตรัสรู้พระพุทธองค์จึงเสด็จขึ้นไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทศนาพระอภิธรรมปิฎกโปรดพระพุทธมารดาอยู่พรรษาหนึ่ง

การตักบาตรเทโวนี้ บางวัดทำในวันออกพรรษา คือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 บางวัดก็ทำในวันรุ่งขึ้น คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ทั้งนี้ แล้วแต่ความตกลงร่วมใจทั้งทางวัดและทางบ้าน พิธีที่ทำนั้นทางวัดอัญเชิญพระพุทธรูปประดิษฐานในบุษบก ซึ่งตั้ง อยู่บนล้อเลื่อนหรือคานหาม มีบาตรขนาดใหญ่ใบหนึ่งตั้งไว้หน้าพระพุทธรูป มีคน ลากล้อเลื่อนไปช้า ๆ นำหน้าพระสงฆ์ สามเณร ซึ่งถือบาตรเดินเรียงไปตามลำดับ พุทธศาสนิกชนต่างก็นำข้าว อาหารหวานคาว มาเรียงรายกันอยู่เป็นแถวตามแนวทางที่รถบุษบกเคลื่อนผ่าน คอยตักบาตร อาหารที่นิยมตักในวันนั้น นอกจากข้าวและอาหารคาวหวาน ธรรมดาแล้วก็จะมีข้าวต้มลูกโยนด้วย ซึ่งบางท่านสันนิษฐานว่าในครั้งนั้นผู้คนรอใส่บาตรกันแออัดมาก เข้าไม่ถึงพระ จึงใช้ข้าวก่อ หรือปั้นโยนลงบาตร ซึ่งในปัจจุบันที่เรารู้จักก็คือข้าวต้มหางนั่นเอง

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com