พัทยาเดลีนิวส์

17 สิงหาคม 2556 :: 17:08:17 pm 114742

ชาวโรฮิงญาแหกคุก ตำรวจ ตม.ระยอง หนีเข้าป่า

ชาวโรฮิงญา 20 คน ถูกส่งจาก ตม.พังงา เครียด รอ 6 เดือน ไม่ส่งประเทศที่ 3 พร้อมใจกันแหกกรงขัง ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มาบตาพุด จ.ระยอง 17 คน ตามล่าได้เพียง 6 คน เหลือ 11 คน ยังหนีเข้าป่า ตำรวจ อาสาสมัคร เกือบร้อย ล้อมป่า ใช้รถไถลุยคาดว่าอาจจับได้ทั้งหมดภายในคืนนี้
สนใจโฆษณา

ระยอง – วันนี้ (17 ส.ค.56) เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับทราบจากพลเมืองดีว่า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ชุดปฎิบัติการพิเศษ อาสาสมัครหน่วยกู้ภัย และชาวบ้าน เกือบ 100 คน ปิดล้อม และเดินเข้าป่าเพื่อไล่ล่าชาวโรฮิงญา ที่แหกคุก ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มาบตาพุด จ.ระยอง เมื่อตอนประมาณ 01.00 น.ของวันนี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบ พบกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครจำนวนมาก ได้แยกย้ายกันดาหน้า กระจายกำลังเข้าไปในป่าละเมาะหมู่ที่ 5 ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อค้นหาชาวโรฮิงญา อีก 11 คน เป็นผู้ชายทั้งหมด ในเบื้องต้น สามารถติดตามจับกุมได้พียง 6 คน ส่วนอีก 11 คน หนีกระเจิงแยกย้ายกันไปเมื่อเห็นว่ากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาในป่าที่หลบซ่อนจำนวนมาก ซึ่งการออกค้นหา ไล่ล่า มีทั้งการเดินเท้า และ ใช้รถไถนำกำลังเจ้าหน้าที่บุกป่าเข้าไปเพื่อค้นหา

พ.ต.อ.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผกก.ตม. จว.ระยอง เปิดเผยว่า ทราบข่าวจากผู้ใต้บังคับบัญชารายงานว่า ขณะนี้ชาวโรฮิงญา ที่ทางตำรวจ ตม.จ.พังงา นำมาฝากขังไว้ จำนวน 20 คน เป็นชายทั้งหมด ได้พร้อมใจกันแหกห้องขัง เป็นช่องโหว่ หนีออกไปจำนวน 17 คน เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.ของวันที่ 17 ส.ค. 56 เหลือเพียง 3 คน ที่ไม่กล้าหนีออกไป จึงได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ชุดปฎิบัติการพิเศษ และอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ ช่วยกันออกติดตามค้นหา จนสามารถจับกุมได้แล้ว 6 คน ส่วนอีก 11 คน เห็นเจ้าหน้าที่เข้าไปในป่า จึงได้กระเจิงหนีไปคนละทิศละทาง ในป่ากว้าง บางช่วงเป็นป่ามัน และป่าละเมาะที่ทึบพอสมควร

และกล่าวว่า สาเหตุที่ชาวโรฮิงญา แหกกรงขังหลบนี้ คงเป็นสาเหตุที่เกิดความเครียด ที่ถูกควบคุมนานแล้วประมาณ 6 เดือน เฉพาะที่ ตม.ระยอง และระยะเวลาที่ผ่านมาก็ถูกควบคุมจาก ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ภาคใต้ หลายแห่ง น่าจะเป็นสาเหตุสำคัญที่พวกเขาคิดว่าไม่สามารถไปสู่ประเทศที่ 3 ได้อีกต่อไป จึงคิดและหาทางรวมตัวกันแหกกรงหลบหนีในครั้งนี้ แต่ก็ไม่น่ารอดเพราะพวกเขาไม่มีพรรคพวก ไม่มีเงิน ไม่มีอาหารติดตัวไปเลย ถ้าปิดล้อมป่าไว้ไม่ให้เร็ดรอดไปไหน ก็ต้องออกมาจากป่าอย่างแน่นอน ซึ่งระยะเวลา 6 เดือนที่ ตม.ระยอง มาดูแล ให้กินดี อยู่ดี ออกกำลังกาย ตรวจโรคเป็นประจำ ไม่มีเหตุอันควรหนี้เพราะถูกรังแก หรือขาดการดูแลอย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ชาวโรฮิงญา นั้น พวกเขาเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่นับถือศาสนาอิสลามในประเทศพม่า ที่ส่วนมากสืบเชื้อสายมาจากชาวอาหรับ เปอร์เซีย และปาทาน มีถิ่นอาศัยอยู่ทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ หรือที่สมัยโบราณเรียกว่ารัฐอาระกัน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของพม่า ชาวโรฮิงญาในพม่านั้นถือเป็นชนกลุ่มน้อย ที่เรียกได้ว่าถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยรัฐบาลพม่ามากที่สุด แม้ว่าชาวโรฮิงญาเหล่านี้จะเกิดบนผืนแผ่นดินพม่า แต่พวกเขากลับถูกรัฐบาลพม่าปฏิเสธที่จะให้สัญชาติพม่า และถูกปฏิบัติอย่างโหดร้ายจากเหล่าทหาร พวกเขาถึงกับกล่าวว่าสิ่งที่ทหารพม่าได้กระทำกับพวกเขานั้นช่างราวกับพวกเขาไม่ใช่คน

กลุ่มชาวโรฮิงญา ผู้ที่ถูกจับกุมได้ในประเทศไทย พวกเขาได้เผยความรู้สึกถึงประสบการณ์ในอดีตว่า นับตั้งแต่ที่ชาวโรฮิงญาถูกปกครองโดยรัฐบาลของพม่า พวกเขาเป็นชนกลุ่มน้อยเพียงกลุ่มเดียวที่ไม่เคยต่อสู้หรือเรียกร้องอะไรจากรัฐบาลหรือประเทศ แน่นอนว่าพวกเขาภูมิใจที่ได้เกิดที่รัฐอาระกัน มีความรักและความผูกพันต่อแผ่นดินเกิด แต่แผ่นดินที่พวกเขาเกิดกลับไม่ต้อนรับพวกเขาเลย สิ่งที่พวกเขาต้องการมีเพียง “สิทธิความเป็นคน” เท่าที่ประชาชนชาวพม่าคนหนึ่งจะพึงมีเพียงเท่านั้น ซึ่งพวกเขาก็ไม่เคยได้รับมัน กลับกันรัฐบาลพม่ากลับทำราวกับพวกเขาไม่มีตัวตนในประเทศ และรังเกียจพวกเขาเป็นที่สุด พวกเขายังถูกชาวพม่าดูถูกเหยียดหยามและทำร้ายร่างกาย ไม่สามารถสมัครงานที่ไหนได้ พวกเขาไม่มีสิทธิในด้านที่ดิน การศึกษา หรือสถานพยาบาลใด ๆ ในพม่า ทั้งยังถูกกีดกันทางด้านการเดินทาง โดยเฉพาะการเดินทางข้ามเขตที่ไม่สามารถกระทำได้เลย แถมพืชพันธุ์ในหมู่บ้านก็ถูกทหารเข้ามาแย่งเก็บเกี่ยว หากใครขายของได้เงินก็จะถูกทหารเข้ามาแย่งยึดไป ทำให้พวกเขาต้องอยู่อย่างอดอยาก ไม่มีแม้แต่ข้าวจะกินครบ 3 มื้อ บางครั้งพวกผู้ชายก็ต้องยอมอดข้าวเพื่อให้ลูกเมียได้กิน

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com