พัทยาเดลีนิวส์

22 มีนาคม 2551 :: 12:03:30 pm 8876

ชา กาแฟ ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณอย่างไร

ปัจจุบัน นี้คนไทยเรามีการนิยมดื่มชาและกาแฟกันมากขึ้น จนกระทั่งมีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับชาและกาแฟหลายชนิดให้เลือกจนเลือกกันไม่ถูก ทั้งที่นำมาเป็นเครื่องดื่ม หรือการนำชาและกาแฟมาเป็นส่วนผสมใส่ในอาหารต่างๆ เช่น เค้ก ไอศกรีม นม ขนมปังหรือแม้แต่การนำไปเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางต่างๆ เช่น สบู่, แชมพู, ครีมบำรุงผิวต่างๆ วันนี้เราลองมาดูกันว่าการดื่มชาและกาแฟนั้นมีประโยชน์อย่างไรกับเราบ้าง
สนใจโฆษณา

ชาวจีนเป็นชนชาติแรกที่มีการดื่มชากันและต่อมาก็มีการแพร่หลายไปสู่ประเทศ ทางตะวันตกมากขึ้น และมีประวัติศาสตร์บางส่วนที่ชาทำให้เกิดสงครามขึ้นระหว่างจีนกับอังกฤษ และสงครามอิสรภาพระหว่างอังกฤษ และอเมริกา ชาทุกชนิดจะทำมาจากต้นชาที่มีชื่อว่า Camellia sinensis ส่วนชื่อที่เรียกต่างกันนั้นเนื่องจากขบวนการผลิตภัณฑ์ใบชาที่ต่างกัน การทำชาเขียว (green tea) นั้นจะเอาใบชามาอบ (steam) และทำให้แห้ง (dry) ซึ่งเป็นขบวนการที่ยังทำให้ใบชามีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) พวก โพลีฟีนอลส์ (polyphenols) อยู่ ส่วนชาดำ (black tea) นั้นจะผ่านขบวนการอ็อกซิเดชั่น (oxidation) ต่อไปทำให้มีการลดลงของสารต้านอนุมูลอิสระ ส่วนชาอูหลง (Oolong) จะผ่านขบวนการผลิตที่อยู่ระหว่างชาเขียว และชาดำทำให้รสชาติ กลิ่น สารต้านอนุมูลอิสระอยู่ระหว่างชาเขียว และชาดำด้วย 

            ส่วน ชาขาว (white tea) นั้นผลิตจากประเทศจีน ที่มีขบวนการผลิตภัณฑ์ที่น้อยลงทำให้มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียว เวลาชงจะได้สีออกจางๆ และรสชาติที่นุ่มนวล ส่วนที่ได้ยินคำว่า “ชาแดง” (red tea) นั้นก็มีความหมายหลายอย่างเหมือนกัน เป็นภาษาที่มาจากภาษาจีน ซึ่งตรงกับความหมายทางตะวันตกว่า ชาดำ (black tea) หมายถึง ชาอูหลง คือที่ได้จากพืช Aspalanthus linearis ในอเมริกาตอนใต้ ซึ่งจะเห็นว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่ชาเพราะชาที่แท้จริง (real tea ) ต้องได้จากพืช Camellia sinesis ซึ่งชาแดงชนิดนี้จะไม่มีคาเฟอีนและ แทนนิน (tannins) ปัจจุบันมีคนพยายามอ้างว่าเป็นน้ำดื่มสุขภาพ (health beverage) แต่ยังมีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับชาเขียว มีสารอะไรบ้างในชา 

            
            ใคร บ้างที่ควรระวังในการดื่มชาโดยปกติแล้วถือว่าชาเป็นเครื่องดื่มที่มีความ ปลอดภัยสูง ยกเว้นในบางคนที่อาจโดนกระตุ้นด้วยสารคาเฟอีนง่าย (เช่นเดียวกับกาแฟ) ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ไทรอยด์ โรคกระเพาะ หรือคนที่นอนหลับยาก ก็ไม่ควรดื่มชา กาแฟ หลัง 18.00 (หรือ12.00) ด้วย 

ชาแบบไหน ที่เหมาะกับคุณ ?
1. ผู้ที่ทำงานแบบใช้สมอง ต้องซีเรียสเครียดทั้งวัน หรือ นักเรียนนักศึกษาที่ตรากตรำอ่านตำหรับตำราจนดึกดื่น ควรดื่มชามะลิ
2. ผู้ที่รักการออกกำลังกาย หรือทำงานที่ต้องใช้แรง เสียเหงื่อมากเหมาะกับ ชาอูหลง
3. ผู้ที่ต้องผจญสูดดมอากาศเป็นพิษอยู่เสมอ อาทิ ผู้ที่ขับขี่ หรือ สัญจรไปมาด้วยรถจักรยานยนต์เป็น ประจำ เหมาะกับชาเขียว
4. ผู้ที่ในแต่ละวันนั่งตัวติดกับเก้าอี้ ไม่ค่อยขยับเขยื้อนกายไปไหนเลย อีกทั้งปกติไม่ชอบออกกำลังกายด้วยแล้ว เหมาะอย่างยิ่งกับ ชาเขียว หรือ ชาดอกไม้
5. ผู้ที่ชอบดื่มสุรา เครื่องดื่มมึนเมา ควรดื่ม ชาเขียว
6. ผู้นิยมรับประทานเนื้อสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ เหมาะกับ ชาอูหลง
7. ผู้ที่เข้าห้องน้ำแต่ละครั้งช่างทุกข์ทรมานเสียเหลือเกินแล้วยังมักท้องผูก เสมอๆ เหมาะกับ ชาผสมน้ำผึ้ง
8. ผู้ที่มีระดับคอเรสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดสูง เหมาะที่จะดื่ม ชาอูหลง หรือชาเขียว
9. สำหรับมนุษย์ยุคไฮเทคทั้งหลายที่ต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้ง คืน หากได้ดื่มชาเป็นประจำจะดีมากๆ (ชาอะไรก็ได้ทั้งนั้น)

กาแฟ 
            กาแฟ การดื่มกาแฟอย่างสม่ำเสมอ ว่ากันว่าช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคเบาหวานได้ เพราะจากการวิจัยพบว่าการดื่มกาแฟชนิดมีคาเฟอีนมากกว่า 6 แก้วต่อวันช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ในผู้ชายและ 30 เปอร์เซ็นต์ในผู้หญิง มีคำถามว่าถ้ามีความดันโลหิตสูง หากดื่มกาแฟจะมีปัญหาไหม อันที่จริงกาเฟอีนในกาแฟอาจเพิ่มความดันขึ้นได้ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ไม่ทำให้ความดันขึ้นจริงจังอะไร ขึ้นแล้วก็ลดลงได้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญบางท่านให้เหตุผลอย่างนั้น จึงไม่มีใครอยากจะกล่าวโทษกาแฟกันมากนัก

           
            สาร คาเฟอีน (caffeine) สารตัวนี้เป็นที่ถกเถียงกันในวงการแพทย์ว่ามีประโยชน์ หรือ โทษกันแน่ แต่โดยทั่วไปยอมรับกันว่าถ้าดื่มไม่เกินวันละ 200 มิลลิกรัม ก็ไม่มีผลเสียอะไร ซึ่งในปริมาณนี้จะเท่ากับการดื่มกาแฟประมาณวันละ 2 ถ้วย (ถ้วยละประมาณ 8 ออนซ์) เท่ากับชาวันละประมาณ 5 ถ้วย (ใบชาจะมีคาเฟอีนประมาณ 30-40% ของกาแฟ) สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ซึ่งขึ้นอยู่กับชนิดของต่างๆ ตัวที่สำคัญคือ กลุ่มโพลีฟีนอลส์ (polyphenols) ที่เด่นๆ คือ epigallocatechin-3-gallate (EGCG หรือ catechins) ประโยชน์ของสารต้านอนุมูลอิสระนั้นมีมากมายตั้งแต่การป้องกันการเกิดโรค ต่างๆ จนถึงมะเร็ง (รายละเอียดอ่านได้จากเรื่อง antioxidant cocktail ที่ผมเขียนไว้ในเล่มพฤษภาคมมาแล้ว) สารแทนนิน (tannin) ซึ่งช่วยในการบรรเทาอาการท้องเสีย ควรต้มหรือแช่ชานานๆ เพื่อให้ได้สารแทนนิน แร่ธาตุอื่นๆ เช่น ฟลูออไรด์ วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 และอื่นๆ อีกหลายชนิด

ผลการวิจัยที่รัฐเทกซัสใช้อาสาสมัครกว่าหนึ่งหมื่นคนที่มี ความดันโลหิตสูงเป็นกลุ่มทดลอง ไม่พบว่ากาแฟหรือชาจะเป็นผลเสียต่อการบำบัดรักษาโรคความดัน แต่ทว่าใครก็ตามที่มีความเครียดจากการทำงานสูง ขณะเดียวกันก็มีปัญหาความดันโลหิตสูง แพทย์ไม่แนะนำให้ดื่มกาแฟเพราะอาจจะทำให้ความดันสูงขึ้นได้ ข้อสรุปสำหรับกาแฟก็คือ ผู้ที่มีปัญหาความดันหากต้องการจะดื่มกาแฟก็ดื่มได้ แต่ในช่วงที่กำลังเคียดมาก ๆ อย่าคิดใช้กาแฟลดความเครียดเด็ดขาด เพราะผลที่ได้จะกลับตรงกันข้าม จึงขอเตือนกันไว้สำหรับคนไทยที่มีปัญหาให้เครียดอยู่บ่อย ๆ

Reporter : PDN staff   Photo : Internet   Category : สุขภาพ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com