พัทยาเดลีนิวส์

25 ตุลาคม 2554 :: 12:10:16 pm 75471

ญี่ปุ่นฉะญี่ปุ่น ผลกระทบน้ำท่วมไทย

สื่อญี่ปุ่นซัดกันเองจวกนำเสนอข่าวแต่เรื่องความเสียหายของบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นแต่เมินเสนอความเดือดร้อน-เสียหายของชาวไทย
สนใจโฆษณา

ภายหลังจากที่นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งของไทยต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม สื่อต่างชาติโดยเฉพาะสื่อญี่ปุ่น เกาะติดสถานการณ์และให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากประเทศไทยเป็นที่ตั้งสำนักงานและโรงงานขนาดใหญ่ของผู้ลงทุนญี่ปุ่นจำนวนมากโดยเฉพาะการผลิตอยู่ในแหล่งนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำเข้าท่วมเกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ ฮอนด้า โรงงานผลิตกล้องนิคอน และโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างโซนี่ และ โตชิบา

แม้ว่า โรงงานบางแห่งอย่างโรงงานผลิตรถยนต์โตโยต้า มิตซูบิชิ และมาสด้า จะยังไม่ถูกน้ำเข้าท่วม เพราะไม่ได้มีที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมเหล่านั้น แต่ก็ต้องพลอยหยุดการผลิตตามไปด้วย เพราะบริษัทที่ทำหน้าที่ส่งอะไหล่ชิ้นส่วนมาให้นั้นถูกน้ำเข้าท่วมไปก่อนแล้ว ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ได้รับความเสียหายจากการที่ต้องหยุดผลิตไปไม่น้อย
บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ไมนิจิ กลับมองต่างไปจากสื่อกระแสหลักของญี่ปุ่น โดยวิจารณ์ถึงวิธีการนำเสนอข่าวเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมในไทยของสื่อส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นว่า สื่อต่างๆ กำลังให้ความสนใจกันแต่เฉพาะประเด็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัทญี่ปุ่นและประชาชนชาวญี่ปุ่นที่อยู่อาศัยในไทยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

ในขณะที่ประเด็นเรื่องความเดือดร้อนและความเสียหายของประชาชนชาวไทยอีกกว่า 2.5 ล้านคน ต้องไร้ที่อยู่อาศัยและเสียชีวิตอีกไม่น้อยกว่า 300 คน กลับไม่ได้อยู่ในความสนใจของสื่อญี่ปุ่นเลยแม้แต่น้อย สื่อญี่ปุ่นกำลังทำตัวราวกับพ่อค้าที่เห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว โดยไม่แยแสคนอื่นว่าจะเป็นอะไรบ้าง

ไมนิจิ ยกตัวอย่างว่า หากในช่วงที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับปัญหาภัยพิบัติจากสึนามิ และปัญหากัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รั่วไหลอย่างในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าสื่อต่างชาติกลับเอาแต่ให้ความสนใจความเสียหายที่เกิดขึ้น เฉพาะแค่ประชาชนและธุรกิจของชาติตนเพียงอย่างเดียวว่า จะเสียหายเท่าไหร่ โดยไม่แยแสความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนชาวญี่ปุ่นเลย ชาวญี่ปุ่นจะรู้สึกกับสื่อต่างชาติเหล่านี้อย่างไรบ้าง

พร้อมกันนี้ ไมนิจิ ได้ตั้งข้อสงสัยไปยังรัฐบาลญี่ปุ่นอีกด้วยว่า การช่วยเหลือจากทางรัฐบาลญี่ปุ่นที่มอบไปให้กับไทยนั้นเพียงพอแล้วหรือไม่

เพราะถึงแม้ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะมอบเงินช่วยเหลือเป็นจำนวนกว่า 55 ล้านเยน พร้อมกับอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ มาให้ไทยแล้ว โดยผ่านมาทาง องค์กรส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ไจกา) นอกจากนั้น ก็ยังส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้ความช่วยเหลือตามคำร้องขอจาก สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้ดูน้อยเกินไป เมื่อเปรียบเทียบกับศักยภาพที่ญี่ปุ่นมีอยู่ ซึ่งสามารถทำได้มากกว่านั้นอีก

ทั้งนี้ เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และไทยก็เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับญี่ปุ่นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะในระดับรัฐบาลหรือประชาชน นอกจากนั้นไทยยังเคยมอบความช่วยเหลือมาให้ในช่วงที่ญี่ปุ่นต้องตกอยู่ในภาวะวิกฤตเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ดังนั้น รัฐบาลจึงควรเอาเรื่องดังกล่าวกลับไปทบทวนดูให้ดี
สื่อรายนี้ยังให้ข้อเสนอแนะว่า ถึงแม้เนื้อหาหลักในการนำเสนอข่าวจะยังเป็นเรื่องของความเสียหายที่มีต่อชาวญี่ปุ่นเป็นหลักก็ตาม แต่สื่อญี่ปุ่นก็ควรที่จะรู้จักการนำเสนอข่าวให้ครอบคลุมเรื่องราวต่างๆ ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ เพื่อให้รู้ถึงความยากลำบากของมิตรประเทศที่กำลังเดือดร้อนกันอยู่

นอกจากนี้ ก็ยังจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดความเห็นใจในหมู่ชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ เพื่อจะได้ช่วยกันส่งความช่วยเหลือไปให้คนไทยที่กำลังเดือดร้อนอยู่

ที่มา : โพสต์ทูเดย์

Photo : Internet   Category : ข่าวต่างประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com