พัทยาเดลีนิวส์

11 มิถุนายน 2554 :: 08:06:04 am 65824

ดับเพลิงพัทยา ยันพร้อมรับทุกเหตุ มั่นใจทุกสถานการณ์

หน.ปภ.พัทยา บอก คนพัทยาให้มั่นใจ อุบัติภัยทุกสถานกาณ์ จนท.พร้อมรับมือเต็มที่ วอน ปชช.ระวังเพลิงไหม้ หมั่นตวจเช็คสายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า มีถังดับเพลิงติดบ้าน
สนใจโฆษณา

จากเหตุการณ์ สารเคมีคาร์บอนไดออกไซด์เหลวรั่วไหลออกมาจากรถบรรทุกฟุ้งกระจายไปทั่วท้องถนน บริเวณถนนทางเข้า นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ประชานและผู้ใช้รถใช้ถนนหนีตายกันอลหม่าน โชคดีที่ไม่ใช่สารเคมีอันตราย ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากท่าเรือแหลมฉบัง และจากคลังน้ำมันต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเข้าช่วยเหลือ สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ผ่านมาอีกไม่กี่วันเกิดเหตุ คนขับรถบรรทุกสารเคมีหลับใน พุ่งชนท้ายสิบล้อไฟลุกท่วม ใต้สะพานต่างระดับเขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี คนขับทุบกระจกหนีรอดตายหวุดหวิด โชคดีรถบรรทุกสารเคมีดังกล่าว เป็นเพียงรถเปล่าไม่ได้บรรทุกสารเคมีมาแต่อย่างใด

ซึ่งทั้ง 2 เหตุการณ์ แม้จะไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนอีกครั้งหนึ่งถึงความจำเป็นในการดำเนินการเพื่อป้องกันอุบัติภัยจากการขนส่งสารเคมีอันตราย เนื่องจากเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกและแน่นอนว่าจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย หากยังไม่มีการดำเนินการป้องกันอันตรายจากการขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตรายอย่างเหมาะสมและเป็นรูปธรรมเท่าที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐเองได้มีความพยายามในการดูแลและป้องกันอุบัติภัยจากการขนส่งสารเคมีอันตราย โดยได้มีการกำหนดระเบียบและมาตรการต่างๆ หลายประการ เช่น การกำหนดเส้นทางห้ามวิ่งสำหรับรถบรรทุกน้ำมันและสารเคมีหรือวัตถุอันตรายในช่วงเวลาที่กำหนด หรือการกำหนดให้มีใบอนุญาตขับขี่ประเภทที่ 4 สำหรับผู้ขับขี่รถบรรทุกวัตถุอันตราย ซึ่งเบื้องต้น ผู้ขับขี่รถบรรทุกวัตถุอันตรายต้องได้รับการอบรบให้ความรู้ในการแก้ไข ระงับเหตุเบื้องต้นหากเกิดอุบัติภัย โดยทั่วไปนั้นการขนส่งวัตถุอันตรายนั้นอยู่ในการควบคุมดูแลของ ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านการขนส่งวัตถุอันตราย กระทรวงคมนาคม

ทั้งนี้ ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยในพื้นที่นั้นๆย่อมมีหน้าที่โดยตรงในการการเข้าไประงับเหตุ ช่วยเหลือก่อนเป็นอันดับแรก หากเกิดอุบัติเหตุ อุบัติติภัยต่างๆโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี นาย สมชาย ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเมืองพัทยา เผยว่า จากสถิติของการเกิดอุบัติเหตุ หรืออุบัติภัยที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีหรือวัตถุอันตราย ในเมืองพัทยา ที่ทาง ปภ.พัทยาเข้าไประงับเหตุ หรือช่วยเหลือโดยตรงนั้น ยังไม่เคยเกิดขึ้น มีเพียงแต่เข้าไปเป็นหน่วยเสริม ให้กับ ปภ.แหลมฉบังในกรณี เกิดเหตุเพลิงไหม้ หรือสารเคมีรั่วไหล ในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง เท่านั้น ซึ่ง โดยปกติแล้ว ปภ.พื้นที่นั้นๆจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ในการเข้าระงับเหตุเบื้องต้น แต่หากคาดว่าเหตุจะรุนแรงหรือกระจายวงกว้างออกไป หรือ อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือไม่เพียงพอ ทาง ปภ.ก็จะจัดส่ง จนท.และอุปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือ เช่น กรณีเพลิงไหม้รุนแรงตู้คอนเทนเนอร์ ในเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง ทาง ปภ.ได้ส่ง จนท. พร้อมรถกระเช้าหอน้ำสูง จำนวน 3 คันเข้าไปช่วยเหลือระงับเหตุ โดยไม่พบว่ามีการลุกลามจนสารเคมีรั่วไหลออกมาแต่อย่างใดโดยมาตรฐานของฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยทั่วประเทศแล้ว เจ้าหน้าที่ทุกคน ในทุกหน่วย ปภ.จะต้องได้รับการฝึกอบรม แก้ปัญหา ระงับเหตุ ช่วยเหลือ รับมือ กับอุบัติภัยได้ทุกรูปแบบ ทั้ง เหตุแก๊สรั่ว รถบรรทุกน้ำมันพลิกคว่ำ ระเบิด ไฟไม้ตึกสูง อาคารบ้านเรือน น้ำท่วม แผ่นดินไหว ดินถล่ม และสารพัดเหตุที่ไม่คาดฝัน แต่ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่นั้นๆ ว่ามีความเสี่ยงของการเกิดเหตุประเภทไหนมากกว่า จนท.ก็จะมีความพร้อมรับมือกับเหตุนั้นๆเป็นพิเศษ เช่น พื้นที่แหลมฉบัง ศรีราชา เป็นพื้นที่เขตอุตสาหกรรมที่มีการขนส่งสารเคมีหรือวัตถุอันตรายตลอดเวลา จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี ทาง ปภ.ของแหลมฉบังก็จะต้องศึกษา อบรม ให้เกิดความเข้าใจในที่จะเข้าไปการระงับเหตุหรือช่วยเหลือเกี่ยวกับสารเคมีหรือวัตถุอันตรายต่างๆที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง ไม่เกิดอันตรายหรือผลกระทบตามมาซึ่งในส่วนของ ปภ.เมืองพัทยา จนท.ทุกคนมีการฝึกซ้อมเข้าผจญเหตุต่างๆพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง อยู่แล้ว แต่ด้วยพื้นที่เมืองพัทยาเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเล มีตึกสูง โรงแรม ร้านอาหาร อาคาร บ้านเรือนประชาชนอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอุบัติภัยที่เกิดขึ้นในปี 2553 ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จึงเป็นเหตุเพลิงไหม้ และอุบัติเหตุทางถนนแต่ถ้าหาก แม้จะเกิดอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี หรือวัตถุอันตราย หัวหน้าสมชายก็ยังมั่นใจว่า ปภ.พัทยาสามารถระงับเหตุได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องตามขั้นตอน และปลอดภัย เพราะ จนท.จะต้องฝึกอบรม ศึกษาข้อมูลทำความเข้าใจ จากคู่มือการระงับอุบัติภัยเบื้องต้นจากวัตถุอันตราย ทุกคน

ด้าน นายกฤษติน หลวงราษฎร์ปริมาณ และ นายบัณฑิต นันตะสุข 2 เจ้าหน้าที่ ปภ.พัทยา ได้บอกเล่า ขั้นตอนเบื้องต้น ของการเข้าระงับ เหตุหรือ ภัยทีอาจจะเกิดขึ้นจากการรั่วไหลของสารเคมีอันตรายว่า เบื้องต้นเมื่อถึงจุดเกิดเหตุทราบก่อนว่าเป็นสารเคมีอันตราย ประเภทไหน ซึ่งมีอยู่ 9 ประเภทด้วยกัน ถ้าหากเป็นรถบรรทุกวัตถุอันตราย ที่ข้างรถจะมีสัญลักษณ์สากลที่แสดงให้เห็นโดยชัดเจนว่าเป็นสารเคมีหรือวัตถุ
อันตรายประเภทใด ซึ่ง จนท.จะทราบว่าหาก เกิดการรั่วไหล หรือเพลิงไหม้ ควรจะใช้วัสดุชนิดใดในการยับยั้งหรือดับเพื่อไม่ให้เกิดการลุกลาม จนเป็นอันตรายต่อประชาชน ซึ่งภายในรถดับเพลิงที่ใช้ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ ปภ.ทุกหน่วย จะต้องมีอุปกรณ์มาตรฐานประจำรถเตรียมพร้อมกับเหตุ เช่น ชุดผจญเพลิง ชุดป้องกันสารเคมี กล้องจับอุณหภูมิความร้อน อุปกรณ์ตรวจวัดระดับแอมโมเนีย ออกซิเจน เครื่องช่วยหายใจ และอีกหลายรายการที่จำเป็นสำหรับการระงับเหตุต่างๆ พร้อมกันนี้ เบื้องต้น จนท.จะต้องกันพื้นที่ในรัศมี 100 ม.เพื่อความปลอดภัย และประสาน จนท.ที่เกี่ยวข้องทั้ง ผู้ประกอบการเจ้าของวัตถุอันตราย ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมี กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ ซึ่งขึ้นอยู่กับเหตุนั้นๆ ว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดบ้างแต่สำหรับ อุบัติภัยภัยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพัทยามักเป็นเหตุเพลิงไหม้ตามอาคารสูง โรงแรม หรือตามแหล่งชุมชน ทาง ปภ.พัทยา จึงได้มีการจัดจนท.ชุดวิทยากร ออกไปให้ความรู้กับพนักงาน ในสถานประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ในทุกเดือน เรื่องการป้องกัน แก้ไข รับมือ หรือเอาตัวรอด กรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ พร้อมกับร่วม ในฝึกซ้อมหนีไฟประจำปีของแต่ละโรงแรม หรือหน่วยงาน ด้วย
และในส่วนของการ เตรียมความพร้อมรับมือ กับเหตุสถานการณ์ต่าง ปภ.พัทยา มีการอบรม จนท. พนักงาน หรือ หน่วยอาสาสมัครต่าง อยู่เป็นประจำ อีกทั้ง ยังมีการส่ง จนท.ไปร่วมอบรม ฝึกซ้อม กับ ปภ.ในภาคตะวันออก พร้อมกับหน่วยงายอื่นๆด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จนท. สามารถปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนได้ทุกกรณี

อย่างไรก็ตาม จนท.ฝากบอก ด้วยว่า แม้ จนท.ปภ.พัทยา จะมีมีหน้าที่โดยตรงในการป้องกันและเบาเทาสาธารณภัยให้แก่ ประะชาชนและส่วนรวมอยู่แล้ว แต่ประชาชนทุกคนเอง ต้องมีส่วนร่วมในการป้องกันตนเอง และอุบัติภัย ด้วยเช่นกัน เช่น โรงงาน สถานประกอบการ พนักงาน ต้องร่วมมือในการฝึกซ้อมหนีไฟ บ้านเรือนประชาชนที่ก่อสร้างมานาน ควรตรวจเช็ค ซ่อมแซมการเดินสายไฟในบ้านที่เก่าชำรุดหรือเปลี่ยนใหม่ เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร อีกทั้งควรจะมีอุปกรณ์ถังเคมีดับเพลิงไว้ภายในบ้านเพื่อเพิ่มความปลอดภัย

Reporter : พันธ์ทิพย์ คุณารัตนกุล   Photo : พันธ์ทิพย์ คุณารัตนกุล   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com