พัทยาเดลีนิวส์

25 ธันวาคม 2552 :: 03:12:02 am 776

ด้วยศรัทธา พระนางเรือร่ม…..

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นกับตัวผู้เขียนเอง ดูเหมือนว่าช่วงนี้..จะมีแต่การนำเสนอในเรื่องเล้นลับต่างๆ ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ นี่ก็เช่นกัน แต่...การเขียนครั้งนี้ เพื่อที่จะเก็บไว้เป็นอนุสรณ์ส่วนบุคคลของตัวผู้เขียน และ รำลึกถึง สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์พระบรมราชเทวี (พระนางเรือล่ม)...
สนใจโฆษณา

ณ ที่นี่จะขอกล่าวถึงประวัติพระนางเพียงสั้นๆ เพราะเชื่อว่า หลายท่านคงจะเคยได้ยินเรื่องราว และทราบถึงโศกอนาฎกรรมที่เกิดเมื่อครั้งสมัยรัชกาล ที่ 5 มาบ้างแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี หรือ ที่เราคนไทยคุ้นกับพระนามของพระองค์ว่า “พระนางเรือล่ม” นั้นทรงเป็น “ที่รัก” ของสมเด็จพระจุลเจ้าจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หรือ ที่คนไทยคนไทยคุ้นกับพระนาม “เสด็จพ่อ ร.5” มาก

บริเวณ ที่เกิดเหตุโศกอนาฎกรรม คือ หน้าวัดกู้ กลางลำน้ำเจ้าพระยา จ.นนทบุรี ชาวบ้านจึงได้ร่วมใจตั้งศาลพระนางเรือล่มขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์ว่าครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ บริเวณนี้เคยเป็นสถานที่กู้พระศพของพระองค์ ซึ่งต่อมาหลังจากผ่านเหตุการณ์นี้มานานมากแล้ว ก็ยังเกิดเรื่องเล่าถึงดวงวิญญาณพระนางเรือล่มไม่จบไม่สิ้น

มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา

มหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนสุนันทา เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่วังสวนสุนันทา อันเคยเป็นเขตพระราชฐานของพระราชวังดุสิตในรัชกาลที่ 5 มาก่อน นักเรียนและนักศึกษามหาวิทยาราชภัฏสวนสุนันทาทุกคนจะใช้คำแทนตัวเอง ว่า “ลูกพระนาง” ซึ่งพระนางในที่นี้ หมายถึง สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั่นเอง

ผู้เขียนเองเป็นหนึ่งในลูกของพระนาง ซึ่งภายในมหาวิทยาลัยจะมีอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึง “แม่..” ของพวกเราสองที่ด้วยกัน คือ บริเวณหลังตึกนิเทศศาสตร์ เราขนานนามกันว่า “ เนินเล็ก..” และตรงบริเวณตึกคณะคุรุศาสตร์ เรียกว่า “เนินใหญ่” ทุก เนินจะมีรูปปั้นของพระนางประดิษฐานอยู่ ว่ากันว่าเดิมทีเนินเหล่านี้ เคยเป็นหลุมหลบระเบิดมาก่อนในสมัยรัชกาลที่ 5 และเชื่อกันว่าผู้ที่จะมาศึกษาในวังสวนสุนันทาได้นี้ ต้องมีดวงจิตที่เคยเกี่ยวข้องกันมาก่อน อาจจะเป็นนางกำนัล บ่าวไพร่ ข้าทาส-บริวาร หรือ ราชณิกูล… เป็นหนึ่งในความภูมิใจของพวกเราลูกพระนาง ทุกคนที่ได้มีโอกาสมาศึกษาในพระราชวัง(เดิม)ของพระนาง

พบพระนางหลังรับน้อง..

ธรรมเนียม ของทุกมหาวิทยาลัย คือ การรับน้องเพื่อประสานสัมพันธ์กัน ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง และเพื่อให้น้องๆที่เข้าใหม่ได้รู้จักกัน สนิทสนมกัน รักคณะและภูมิใจในสถาบัน คณะนิเทศศาสตร์ เป็นคณะที่ได้รับความนิยมสูงมาก ตัวผู้เขียนเองก็จบคณะนี้ เดิมทีตึกคณะนิเทศเป็นโรงเรือนเลี้ยงเด็ก วันดีคืนดีก็มีคนเห็นและได้ยินเสียงเด็กเจี๊ยวจ๊าวไปทั่วตึก

แต่…. ตัวผู้เขียนเองพบเหตุการณ์ที่มีความพิเศษมากกว่านั้น ก่อนอื่นต้องถามท่านผู้อ่านก่อนว่า ท่านพร้อมที่จะเปิดใจรับฟัง และมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ หลังเหตุการณ์รับน้อง เราได้รู้ถึงจุดต่างๆที่สำคัญในมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะเนินพระนางฯ ที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น ผู้เขียนได้เช่าหอพักอยู่บริเวณศรีย่าน เลยสวนอ้อยไปนิดหน่อย อยู่คนเดียวตามลำพัง

หลังจาก เหน็ดเหนื่อยจากการทำกิจกรรมตลอดวันก็ได้นอนหลับพักผ่อนในเวลาโพล้เพล้ ปิดประตู ปิดหน้าต่างล็อคอย่างมิดชิด ขณะที่นอนหลับมีความรู้สึกว่ามีลมพัด..พัดแรงมาก ได้ยินเสียง วิ้วว ..วิ้ว เหมือนเวลาที่ลมพัดแรงๆ มีละอองฝุ่นเล็กๆมาปะทะที่หน้า ผ้าม่านหน้าต่างปลิวด้วยความแรง ดิฉันพยายามจะตื่น แต่ในใจก็คิดอย่างมีสติอยู่ว่าเราปิดหน้าต่างแล้ว ลมเข้ามาได้อย่างไร พัดลมก็ปิดอยู่ เพราะเปิดแอร์นอน เนื่องจากอากาศร้อน

เมื่อ ลมอ่อนแรงลงจนทุกอย่างปกติ ดิฉันรู้สึกเหมือนมีใครมานั่งอยู่บนเตียง นั่งข้างๆดิฉัน ความรู้สึกเหมือนเขาเป็นผู้ชาย เห็นดำๆ ไม่เห็นรายละเอียดอื่นๆ เขานั่งมองดิฉัน จนรู้สึกขนลุกไปหมด ในใจนึกกลัว แต่ไม่สามารถขยับตัวได้ เงานั้นก้มลงมาใกล้ๆ ก้มลงๆจนเกือบจะชนแก้ม ระหว่างนั้น ดิฉันพยายามสวดมนต์ในใจแทบทุกบทที่นึกออก

คิด ถึงพ่อ-แม่ ขอความช่วยเหลือจากสิ่งศักสิทธิ์แต่ก็ไม่เป็นผล ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงลอยมาแผ่วๆ เป็นเสียงที่เบามาก ต้องตั้งสติฟังให้ดี พอเราตั้งใจฟังเสียงนั้นก็ชัดขึ้น แต่ก็ยังไกลอยู่ ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนเห็นผู้หญิงคนหนึ่งใส่ชุดไทย ข้อมือมีดอกไม้ห้อยไว้ที่มือขวา ไม่เห็นหน้าเพราะกระดิกตัวไม่ได้ บอกให้เรารวบรวมสติทั้งหมด แล้วลุกขึ้น “..ตั้งสติลูก ตั้งสติให้ดี แล้วลุกขึ้น..”

ดิฉันพยายามทำตามที่เสียงนั้นบอก จนเริ่มขยับมือได้ ดิฉันจึงกะตุกมืออย่างแรงและเรียบลุกพรวดขึ้นจากเตียงด้วยอาการเหนื่อยและ เหงื่อท่วมตัว เป็นเรื่องที่แปลกมาก และดิฉันกล้าฟันธงว่าไม่ใช่ความฝันแน่นอน…. บางคนเรียกอาการนี้ว่า..ผีอำ..

แปลก..พระนางสื่อทางความฝัน

หลัง จากเหตุการณ์วันนั้น ดิฉันก็สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน และใช้ชีวิตนักศึกษาตามปกติ โดยส่วนมากจะได้เรียนที่ตึกของคณะตนเอง คือ ตึกนิเทศศาสตร์ มีบางวันที่ไปเรียนตึกคณะอื่น แต่ทุกครั้งเราจะต้องไหว้แม่ ที่เนินพระนางเนินหลังตึกทั้งตอนมาและกลับเสมอ…

ดอกไม้ ที่เราใช้ไหว้กัน คือ ดอกกุหลาบสีชมพู เพราะเป็นสีโปรดของแม่ และห้ามนำสีแดงขึ้นไปไหว้ หรือ เข้าใกล้เด็ดขาด ทุกครั้งเราก็ไหว้ก็ไหว้กันธรรมดา มีดอกไม้บ้าง ไม่มีบ้าง จดจำรายละเอียดได้คร่าวๆ

แต่..คืนหนึ่ง ดิฉันกลับฝันประหลาดฝันว่าไปมหาวิทยาลัย ซื้อดอกกุหลาบสีชมพูดอกโต สีชมพู 3 ดอก ไปไหว้แม่กับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง มีการจุดธูปควันลอยคุ้งไปหมด ขณะที่ดิฉันจุดธูปและก้มลงกราบ ปรากฎว่ามีผู้หญิงคนหนึ่ง ผมสั้น รูปร่างสมส่วน แต่งกายแบบชุดไทยโบราณ เสื้อแขนกระบอกทับด้วยสไบสีชมพู เอามือมารับตอนที่ฉันกราบ

มีดอกไม้ห้อยที่ข้อมือ นั่งแบบกุลสตรี เอียงซ้าย ปกติเราจะนำดอกไม้ที่ไหว้ไปวางตรงที่วางดอกไม้ แต่ดิฉันวางลงบนมือ ความรู้สึกในฝัน คือ กลัว…หรือจะเรียกว่าเกรงก็ได้ และไม่กล้ามองหน้าสักเท่าไหร่  ผู้หญิงที่ฉันเห็นเรียกฉันว่า “ ลูก” เหมือนเธอรู้ความคิดฉัน เธอเสยาะยิ้ม

ทัน ใดนั้น พลันเห็นศาลและเห็นรูปปั้นพระนางฯที่อยู่ในศาล เห็นบริเวณโดยรอบ การจัดวางชองสิ่งต่างๆรอบเนินเล็ก และเหมือนมีกล้องที่ปรับภาพได้ ซูมเข้าไปในศาลให้ดิฉันเห็นอย่างชัดๆ พระเจ้า!! ผู้หญิงคนที่ฉันเห็นเหมือนกับรูปปั้นในศาลไม่มีผิด…

ความ รู้สึกตอนนั้นดิฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมถึงกลัวมาก ตื่นมายังสั่นอยู่เลย และรีบเล่ารายละเอียดต่างๆให้เพื่อนสนิทฟัง และตัดสินใจกันว่าจะซื้อดอกไม้ไปไหว้แม่ตามความฝัน และอยากพิสูจน์ว่าเรื่องที่ดิฉันเล่ามีมูลความจริงแค่ไหน

แน่ นอนว่าเพื่อนคนนี้ต้องเชื่อสิ่งที่ฉันพูดอยู่แล้ว เพระเราไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ หลังจากย้ายมาอยู่หอเดียวกัน และเป็นรูมเมทกัน ดิฉันเล่าสิ่งที่เห็นทุกอย่าง อะไรอยู่ตรงไหน เผื่อว่าพูดทีหลังจะเหมือนการโกหก

เมื่อไปถึง ดิฉันยืนตัวสั่นอยู่ด้วยความกลัว ซึ่งไม่รู้ว่าทำไมต้องกลัว รู้สึกเหมือนมีคนจ้องอยู่ตลอดเวลา ยิ่งตอนที่ขึ้นไปไหว้ ดิฉันไม่กล้ามองเข้าไปในศาลเลย เพราะทุกอย่างที่ฉันเห็นในความฝัน มันเป็นแบบนี้ และจัดวางตำแหน่งนี้ทุกประการ พร้อมทั้งพระนางที่มีลักษณะเหมือนในฝันแบบถอดพิมพ์…

อย่าง ไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเรื่องจะผ่านมานานพอสมควร แต่ก็เป็นหนึ่งประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อยากฝากถึงรุ่นน้องชาวสวนสุนันทาทุกคน ให้รักและเคารพสถาบัน พอๆกับการรักและเคารพแม่ หรือ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมีรัตน์พระบรมราชเทวี…

เพราะเรา  คือ ลูกพระลูกนาง..

Reporter : สิริ กัลยา   Photo : Internet   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com