พัทยาเดลีนิวส์

17 มกราคม 2560 :: 03:01:59 am 202816

ตามส่องชีวิต “ครูจา” ครูข้างถนน! พ่อพระของเด็กครอบครัวล่มสลาย

ตามส่องชีวิต “ครูจา” ครูข้างถนน พ่อพระของเด็กครอบครัวล่มสลาย เผยการทำงานร่วม 30 ปี ที่ไม่มีวันเหนื่อย แค่เห็นเด็กเหล่านี้กลับมามีรอยยิ้มคือความสุขที่ได้รับ
สนใจโฆษณา

พัทยา – วันที่ 16 ม.ค.60 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายพลิศร โนจา หรือผู้ที่สังคมในเมืองพัทยา และจังหวัดชลบุรี ต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อว่า “ครูจา” ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด พัทยา จ.ชลบุรี หรือ “บ้านครูจา” ถึงความสุขในการทำงานแก้ไขปัญหาเด็กด้อยโอกาสในเมืองท่องเที่ยวมาร่วม 30 ปี ว่า ปีนี้เข้าสู่ปีที่ 27 ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพราะหวังจะช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้มีโอกาสเข้าถึงสิ่งจำเป็นที่เยาวชนควรได้รับเหมือนเด็กคนอื่นๆ

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตลอดการทำงานมาอย่างยาวนานสามารถช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็ก และเยาวชนที่มาจากครอบครัวที่แตกแยก จนกลายเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ โดยหวังให้ได้มีโอกาสสู่การเรียน และการศึกษา ซึ่งเราจะเน้นในการช่วยเหลือด้านคดีความ และดูแลในเรื่องของความเป็นอยู่เพื่อให้ได้รับโอกาสในการเข้าถึงปัจจัย 4 จนพวกเขาสามารถกลับคืนสู่ครอบครัว และสังคมได้ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีกว่าจากความเลวร้ายในอดีตที่ผ่านมา

 

ครูจา ยังบอกด้วยว่า สาเหตุที่หลายคนเรียกตนเองว่าครูนั้น เนื่องมาจากที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือเด็กต่างๆ ในพื้นที่ที่พวกเขาไม่ควรอยู่ ทั้งตามบาร์เบียร์ ริมทะเล และชุมชนแออัด โดยได้เข้าไปแนะนำ เข้าไปสอนหนังสือ และนำความรู้ไปให้ เพื่อให้พวกเขามีองค์ภูมิแห่งสติปัญญา จนเวลาผ่านไปผู้คนที่พบเจอเมื่อลงไปทำงานจะเรียกเราว่า “ครูข้างถนน” หรือ “ครูจา” นั่นเอง จนปัจจุบันมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ชื่อของครูจา จึงเป็นที่รู้จักกันมากยิ่งขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

03 04

 

ต่อข้อซักถามถึงความสุขที่ได้รับจากการทำงานแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิดนั้น ครูจา เล่าว่า เด็กเหล่านี้เป็นเหยื่อที่มาจากครอบครัวที่ล่มสลาย ทำให้พวกเขาไม่มีที่พึ่งจากสถาบันหลัก คือ สถาบันครอบครัว ความสุขที่เขาพึงได้ก็หายไป เราเข้าไปเติมเต็มในสิ่งที่พวกเขาขาดหาย จนวันหนึ่งเขาสามารถกลับมาเดินในทิศทางที่ดีได้ รอยยิ้มของพวกเขาคือความสุขในการทำงาน

 

ทั้งนี้ ในส่วนของความภูมิใจในการทำงานนั้น คือ เราสามารถปกป้องและช่วยเหลือเหยื่อ ซึ่งหลายคนเป็นเด็กที่ถูกล่วงละเมิดจากชาวต่างชาติ การช่วยเหลือให้เด็กเหล่านี้รอดพ้นความทุกข์ยากจากจุดนั้นยังช่วยเพิ่มความสุขให้การทำงาน เพราะเด็กทั้งหมดเป็นคนไทย ถือได้ว่าเราสามารถช่วยเหลือลูกหลานคนไทยด้วยกันไว้ได้ส่วนหนึ่ง ตรงนี้ก็ถือเป็นความสุขใจตลอดการทำงานที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

Reporter : ญาณวรุฒน์   Photo : ญาณวรุฒน์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com