พัทยาเดลีนิวส์

30 เมษายน 2554 :: 12:04:27 pm 62291

ติดปีก ป.ป.ช. เอาผิดจัดจ้างถึงที่สุด!!

ป.ป.ช. เอาจริง ใช้ กม.คุ้มครองพยานแก่ผู้ให้ข้อมูลพวกฉ้อราษฎร์บังหลวง พร้อมจับมือสมาคมวิชาชีพวิศวกรรม ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ สัมมนา “ก่อสร้างไทย หัวใจธรรมมาภิบาล” หวังลดทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคม
สนใจโฆษณา

พัทยา-วันนี้ (30 เม.ย. 54) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ร่วมกับ สมาคมวิชาชีพวิศวกรรม ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ จัด สัมมนา “ก่อสร้างไทย หัวใจธรรมมภิบาล” โดยมี นาย ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานในการเปิดงาน พร้อมบรรดาผู้แทนสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย ผู้แทนสมาคมอุตสาหกรรมก็สร้างไทย ผู้แทนสมาคมวิศกรรมสถานแห่งประเทศไทย และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมจำนวนมาก

นาย ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวว่า เพื่อให้ผู้ประกอบการในภาควิชาชีพวิศวกรรม ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ได้เห็นถึงความสำคัญของปัญหาการทุจริต ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติ มีผลกระทบ ต่อ ระบบ เศรษบกิจ สังคม การเมืองและการพัฒนาประเทศ รวมถึงการสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ และสร้างกระแสการส่งเสริมให้ภาคเอกชน ได้มีส่วนร่วม ระดมความคิดเห็น เสนอแนะ แนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตเกี่ยวกับการดำเนินธรกรรมและการก่อสร้าง รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นในการทำงานของ ปปช. ซึ่งจะนำไปสู่การรวมพลังเป็นเครือข่ายป้องกันและปราบปรามการทุจริตต่อไป

ด้าน ศาสตราจารย์ ภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช.เปิดเผยว่า การทุจริตในวงการธุรกิจก่อสร้างนั้น โดยเฉพาะ โครงการขนาดใหญ่ทำให้งบประมาณประเทศสูญไปมากกว่าแสนล้านต่อปี เป็นปัญหาที่ควรร่วมมือกันหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะภาคธุกิจเอกชน ควรเข้ามามีส่วนร่วมกับ ป.ป.ช. ในการป้องกันและแก้ไขการทุจริตคอร์รับชันให้เบาบางลง ซึ่งพร้อมส่งเสริมและสนับสนุนให้ธุรจิจเอกชนดำเนินกิจการโดยยึดหลัก บรรษัทภิบาล (Corporate Governance) มีจรรยาบรรณทางการค้า (Code of Conduct) และมีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม (Corpoate Social Responsibility) อีกทั้งเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส การเปิดเผยข้อมูล การตรวจสอบได้ ความซื่อสัตย์สุจริต

ปัจจุบันประเทศไทยเป็นรัฐภาคีในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ( United Nations Conventon against Corruption-UNCAC,2003) ส่งผลให้รัฐต้องปรับปรุงกฎหมายอีกหลายส่วน ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา มีการประกาศใช้ พรบ. การส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ออกมาแล้ว ใน มาตรา 103/2 ที่ระบุว่า หาก ป.ป.ช.เห็นว่า คดีใดสมควรจัดให้มี มาตรการ คุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหาย ผู้ทำคำร้อง ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้ที่แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ การร่ำรวยผิดปกติ หรือข้อมูลอันเป็นประโยชน์ ให้ดำเนินการคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญาได้ พร้อมกับให้เงินสินบน หรือรางวัลตอบแทนกับบุคคลที่แจ้งด้วย

อย่างไรก็ตาม กฎหมายข้างต้นเป็นเพียงมาตราหนึ่ง ในหลายๆ ข้อ ที่ออกมา เพื่อเป็นการสกัดกั้น ป้องกันและป้องปราม หน่วยงาน กลุ่มบุคคล ภาคเอกชน หรือ คนที่คิดจะทุจริตคอร์รัปชั่น ให้หันกลับมามองผลเสียที่จะเกิดขึ้นตามมา แล้วไม่กล้าคิดที่กระทำการทุจริต เพราะประชาชน ผู้คน ในทุกระดับชั้นของสังคม ตั้งแต่ ระดับรากหญ้า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับประเทศต่างเป็นเครือข่ายช่วยกันเฝ้าระวังการทุจริต และถ้าหากทุกคน ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ใช้หลักบรรษัทภิบาล พร้อมกับการได้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เชื่อว่าปัญหาการทุจริต คอร์รัปชั่น อาจจะหมดสิ้นไปจากสังคมก็เป็นได้


ไทยติดโผ อันดับที่ 7ประเทศทุจริตมากที่สุด

ผลสำรวจของบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจในฮ่องกง ระบุ ไทยอยู่ในอันดับที่ 7 ของประเทศและเขตเศรษฐกิจที่ทุจริตมากที่สุด ในเอเชียแปซิฟิก ส่วนอันดับ 1 คือ กัมพูชา

Reporter : พันธ์ทิพย์ คุณารัตนกุล   Photo : Internet   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com