พัทยาเดลีนิวส์

29 ธันวาคม 2553 :: 11:12:38 am 50012

ตีนผีที่แท้แค่ 16 ตร.เปิดภาพวงจรปิด นาทีนรก!

เผยสาวตีนผีที่ก่ออุบัติเหตุ ซิ่งเก๋งชนท้ายรถตู้บนโทลล์เวย์ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 8 ศพ เจ็บ 7 ราย ที่แท้เป็นเด็กสาวอายุแค่ 16 ปีเท่านั้น ไม่ใช่ 18 ปีอย่างที่เจ้าตัวอ้างวันแรก ตร.เผยยังไม่แจ้งข้อหาใคร แต่ตรวจดูวงจรปิดเห็นรถทั้งสองตีคู่กันมา ก่อนฝ่ายเก๋งจะชนท้ายรถตู้จนเสียหลักไปฟาดขอบทางด่วน
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วานนี้ (28 ธ.ค. 53) ญาติผู้เสียชีวิตรุดไปรับศพจากสถาบันนิติเวช ระบุผู้ตายหลายคนเป็นปัญญาชนระดับเรียนจบเมืองนอก รวมถึงนัก ศึกษาธรรมศาสตร์ คนรอดชีวิตเผยนั่งหลับมาใน รถตู้ รอดเพราะอยู่กลางรถ ไม่ถูกเหวี่ยงออกไปตกทางด่วน

ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ญาติของเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถตู้โดยสาร เฉี่ยวชนกับรถเก๋งบนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ขาเข้า ต่างเดินทางมารับศพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย เบื้องต้นมีเพียงศพของนายเกียรติมันต์รายเดียว ที่ญาติยังไม่มาติดต่อขอรับ

 

นางนฤมล นิลวรรณ อายุ 57 ปี ดารารุ่นใหญ่ ป้าของน.ส.สุดาวดี หรือน้องนุ่น หนึ่งในผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่าน้องนุ่นกำลังนั่งรถตู้เดินทางออกจากสถาบัน มุ่งหน้าไปที่หมอชิต เพื่อต่อรถทัวร์กลับบ้านที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อพักผ่อนช่วงปีใหม่ แต่ก็ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตเสียก่อน น้องนุ่นเป็นเด็กดีเรียนเก่งมาก เขาเป็นเด็กน่ารัก ช่วยเหลือตัวเอง ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน มีความใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิพากษา คิดตลอดว่าเรื่องแบบนี้คงไม่น่าเกิดกับครอบครัวตัวเอง แต่ก็หนีไม่พ้นจนได้ อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันป้องกัน ไม่อยากให้เกิดเหตุซ้ำซาก โดยเฉพาะบนทางด่วน ซึ่งรถทุกคันต้องใช้ความเร็วสูง และที่สำคัญเหตุการณ์ ครั้งนี้ ทำให้ประเทศชาติต้องเสียบุคลากรชั้นมันสมองดีๆ ไปหลายคน ให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็น ครั้งสุดท้ายเพราะเกิดมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่อยากให้เกิดขึ้น เรื่องนี้เกิดจากความประมาท ขอบกั้นโทลล์เวย์ต่ำไปหรือไม่ ตรงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาดูแลอย่างจริงจัง ส่วนเข็มขัดในรถก็ไม่มีใครคาด น่าจะมีการออกเป็นกฎ หมายให้ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย อยากให้เหตุ การณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้แก้ ไขกฎหมายหรือมีมาตรการต่างๆ อย่างจริงจัง ส่วนศพของน้องนุ่นจะถูกนำขึ้นเครื่องบินไปตั้งสวดอภิธรรมที่วัดสุปัฏวนาราม อ.เมือง จ.อุบล ราชธานี ก่อนฌาปนกิจต่อไป

 

ส่วนนางพูลศิริ ทรงชมพันธุ์ อายุ 60 ปี ป้าของดร.ศาสตรา หรือดร.เป็ด ซึ่งเป็นตัวแทนมารับศพแทนพ่อและแม่ กล่าวว่า หลานชายเป็นคนเรียนเก่งมาก ได้ทุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ ก่อนจบกลับมาทำงานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขณะนี้กำลังทำวิจัยเรื่องโรคมาลาเรีย โดยขณะเกิดเหตุ หลานกำลังนั่งรถออกจากสถาบัน มุ่งหน้ากลับห้องพักย่านสะพานควาย ที่ผ่านมาญาติๆ พยา ยามแนะนำให้ซื้อรถส่วนตัว แต่เจ้าตัวอ้างว่าทำ งานเลิกไม่เป็นเวลา กลัวจะขับรถกลับไม่ไหว ขอเลือกใช้บริการรถตู้โดยสารดีกว่า

ขณะที่นายวิศรุต (ผู้รอดชีวิต) กล่าวว่า ตนเป็นพนักงานไอเอ็มจี ของสวทช. วันเกิดเหตุเวลาประมาณ 3 ทุ่ม พอเลิกงานก็เดินมาขึ้นรถตู้คันดังกล่าวที่จอดอยู่ใกล้ที่ทำงานเพื่อกลับบ้านที่แจ้งวัฒนะ พอขึ้นรถได้ตนก็หลับทันที เพราะเหนื่อยจากการทำงานแล้วมารู้สึกตัวอีกที ตอนที่ได้ยินเสียงรถถูกชนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จากนั้นรถตู้ก็หมุนคว้างอย่างแรงแล้วก็ไปกระแทกกับขอบกั้น จนทำให้รถพังยับเยิน มีผู้กระเด็นตกลงไปเสียชีวิตอยู่ด้านล่าง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ส่วนตนโชคดีที่นั่งอยู่ตรงกลางรถพอดี เลยไม่กระเด็นออกนอกรถ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ และซี่โครงกระแทกกับเบาะรถจนเดินไม่ไหว ต้องคลานออกมาจากรถ แล้วก็เห็นมีคนนอนจมกองเลือดอยู่เป็นจำนวนมาก พักหนึ่งก็มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิเข้ามาช่วยพาส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร เพราะตนนอนหลับตั้งแต่ขึ้นรถแล้ว

  

ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุได้มีเจ้าหน้าที่ของขสมก. ติดต่อเข้ามา โดยระบุว่าจะช่วยดูในเรื่องค่ารักษาพยาบาลกับทางบริษัทประกันอุบัติเหตุให้แล้ว เนื่องจากรถตู้คันนั้นเป็นรถร่วมบริการของขสมก.

ส่วนด้านการสอบสวนของตำรวจเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้นั้น พ.ต.ท.ฉัตรชัย เอี่ยมอ่อง พงส.(สบ 3) งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. กล่าวว่า ได้ดูกล้องวงจรปิดของทางด่วนโทลล์เวย์แล้ว พบว่ากล้องสามารถจับภาพได้ในระยะแค่เพียง 70 เมตรเท่านั้น เห็น รถเก๋งขับประกบรถตู้มา จากนั้นรถเก๋งก็ไปชนเข้าที่ทางด้านขวาของรถตู้ ทำให้รถตู้เสียหลักเบนไปทางซ้าย แล้วจากนั้นก็ไม่เห็นอะไรอีกเลย เนื่องจากหลุดเฟรมกล้องไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทราบว่า น.ส.อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือแพรวา คนขับรถเก๋ง เป็นเด็กสาวอายุแค่ 16 ปีเท่านั้น ไม่ใช่ 18 ปีอย่างที่อ้างหลังเกิดเหตุ และได้รับบาดเจ็บรักษาตัวอยู่ที่ ร.พ.วิภาวดี ที่เดียวกับผู้โดยสารรถตู้คนอื่นๆ แต่ตำรวจยังไม่สามารถแจ้งข้อหากับใครได้ เนื่อง จากต้องรอตรวจสอบพยานแวดล้อม และสอบปากคำคนขับรถเก๋งกับผู้โดยสารในรถตู้ก่อน ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรกันแน่

ขอขอบคุณ
ที่มา : ข่าวสด
ภาพ : @eMrWhite

Photo : Internet   Category : ข่าวในประเทศ

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

@example.com