พัทยาเดลีนิวส์

23 พฤษภาคม 2553 :: 11:05:12 am 19797

ต่อเคอร์ฟิว2วัน มาร์คตั้งทีมสอบคุมขังแกนนำ

นายกรัฐมนตรี สั่ง ตั้งคณะกรรมการสอบ การคุมขังแกนนำเสื้อแดง หลังมีพิรุธ ถูกแยกขังจริงหรือไม่ พร้อมยืนยัน ต่อเคอร์ฟิวอีก 2 วัน แต่ปรับลดเวลาลง รอศอฉ.ประชุมกำหนดอีกครั้ง
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วันนี้ (23 พ.ค. 53) เวลา 09.00 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวช่วงหนึ่งในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย ถึงการควบคุมตัวแกนนำเสื้อแดงว่า ได้ถูกควบคุมตัวตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานกาณ์ฉุกเฉิน ตรงนี้กลายเป็นประเด็นในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา อยากจะขอทำความเข้าใจว่าวิธีการในการดำเนิน การตามกฎหมายกับผู้ชุมนุมที่มอบตัว คือ ได้ใช้หมายการควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งในกฎหมายนี้กำหนดเอาไว้ว่าการควบคุมตัวนั้น ต้องไม่เป็นการควบคุมตัวที่สถานีตำรวจ ที่คุมขัง หรือทัณฑสถาน ตอนที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงเมื่อต้นเดือน เม.ย. ได้มีการกำหนดพื้นที่ที่จะควบคุมตัว บุคคล ที่จะมีการควบคุมตัวตาม พ.ร.ก. 6 แห่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ค่ายนเรศวร ที่ชะอำ การตัดสินใจให้กลุ่มแกนนำไปที่ชะอำ นั้นก็เป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานว่า พื้นที่ตรงนั้นน่าจะง่ายที่สุด ต่อการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุที่อาจจะแทรกซ้อนขึ้นมาได้ ในแง่ของมวลชน เมื่อมีการทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวนั้นควบคุมตัวแกนนำอยู่ ตรงนี้ คือ สิ่งที่เป็นเหตุผลว่า ทำไมแกนนำ จึงถูกนำไปที่ค่ายนเรศวร

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานของการควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.นั้น แม้กฎหมายจะเขียนไว้ว่าจะไม่ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับผู้ที่กระทำผิด แต่ก็ไม่ควรที่จะให้มีการสื่อสารกัน มีการใช้เครื่องมือสื่อสารเพราะเป็นการควบคุมตัว เพื่อที่จะได้มีการสอบสวนขยายผล ดังนั้นเมื่อปรากฏข่าวออกมา ว่าคนเหล่านี้อยู่ด้วยกันมีการสื่อสารกันเอง และ กับโลกภายนอก ตนได้กำชับว่าการควบคุมตัวต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ และมาตรฐานของการควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.​เช่นเดียวกับที่ได้ปฏิบัติมาในอดีต ต่อมาได้มีการยืนยันว่า ได้มีการแยกควบคุมตัวบุคคลเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่า ภาพที่ออกมานั้น พี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวสารเห็นว่าพิรุธ ผิดปกติ ว่าสรุปเป็นการแยกขังจริงหรือไม่ เนื่องจากว่า รูปภาพที่ออกมาเหมือนกับผู้ถูกควบคุมอยู่ในห้องเดียวกัน หรือ ใช้เตียงเดียวกันเพียงแต่มีการสลับ ในการถ่ายภาพออกมา ซึ่งขณะนี้ได้มีการกำชับไปอีกให้มีการแก้ไขสถานการณ์ ให้รักษาการผบ.ตร.​ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเรียนว่าการปฏิบัติต่อแกนนำผู้ชุมนุมขณะนี้ ได้มีการแยกควบคุมตัวถูกต้อง ก็ต้องมีกระบวนการสอบสวนต่อเนื่องขยายผล ในคดีหลัก คือ คดีก่อการร้าย ซึ่งเมื่อการขยายผลตรงนี้ ทำไปก็ใกล้พร้อมแล้วก็จะส่งไม้ต่อ คนที่เข้าไปสอบสวนตอนนี้คือ ดีเอสไอ ซึ่งเตรียมนำส่งต่อ ขอหมายจับศาลในคดีก่อการร้าย จึงจะควบคุมตัวตามกฎหมายอาญาได้ ในเรื่องของคดีอาญา ซึ่งหากศาลไม่ให้ประกันต่อไปนี้ การควบคุมตัวก็จะเป็นการควบคุมตัวตามกฎหมายอาญาได้ สิ่งใดหากเกิดขึ้น และ ไม่ถูกต้องขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว และ การปฏิบัติต่อบุคคลเหล่านี้ ต้องเป็นการปฏิบัติเหมือนกับบุคคลอื่น ๆ ซึ่งเป็นนโยบายชัดเจน ซึ่งตนได้มีการกำชับทุกครั้งเมื่อปรากฏข้อมูลหรือข้อเท็จจริง ที่บอกว่า มิได้ปฏิบัติการในลักษณะนี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้คือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับทางฎหมายการนำบ้านเมืองเข้าสู่ความเป็นปกติ

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ประเด็นสุดท้าย สำหรับประเด็นความปลอดภัย ประชาชนมีความห่วงใยว่า สถานการณ์อาจไม่สงบนิ่ง โดยเฉพาะการให้ข่าวกับฝ่ายการเมือง ฝ่ายที่เป็นแนวร่วมกับผู้ชุมนุมว่าจะมีการต่อสู้ต่อไป เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะใช้วิธีทบทวนมาตรการต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน การประกาศเคอร์ฟิว ซึ่งสิ้นสุดเมื่อคืนวาน ขณะนี้จะทบทวนหาความพอดี ระหว่างให้พี่น้องประชาชน เชื่อมั่นในความปลอดภัยกับการที่จะไม่ให้มาตรการดังกล่าวสร้างความเดือดร้อน กับประชาชนที่ประกอบอาชีพโดยสุจริต สำหรับคืนวันนี้ และคืนวันพรุ่งนี้ จะมีการประกาศเคอร์ฟิว แต่จะปรับเวลาให้เป็นช่วงตั้งแต่ 23.00 น.​หรือเที่ยงคืน จนถึง 05.00น. หรือ 04.00น. ศอฉ.กำลังประชุมดูตรงนี้กันอยู่ คือ จะไม่เริ่ม 3 ทุ่ม ขอให้รอประกาศวันนี้ จะเป็น 23.00 น.​หรือเที่ยงคืนและจะสิ้นสุดตี 4 หรือ ตี 5 ก็จะเป็นการผ่อนคลายโดยลำดับ จะประกาศ 2 วันก่อนและ จะมาทบทวนเป็นระยะ ๆ

ที่มา ไทยรัฐ

Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com