พัทยาเดลีนิวส์

25 ตุลาคม 2554 :: 12:10:51 pm 75467

ต่างชาติเคืองรัฐบาลไทยไร้ฝีมือจัดการข้อมูล

เพราะภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการกำหนดควบคุมของมนุษย์ ดังนั้นจึงเป็นที่เข้าใจกันเป็นอย่างดีว่าไม่ใช่เรื่องที่จะโกรธเกรี้ยวหรือกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของใครได้
สนใจโฆษณา

แต่ทว่าการลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุภัยพิบัติ ด้วยแผนจัดการรับมือและฟื้นฟูให้ความช่วยเหลือหลักๆ ตามความเหมาะสม ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบของบรรดาผู้นำในแต่ละประเทศ

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญที่จะวัดกึ๋นของผู้นำประเทศหนึ่งๆ ว่ามีความสามารถเพียงพอที่จะบริหารประเทศต่อไปได้หรือไม่

ทั้งนี้ ในมุมมองของนักวิเคราะห์และนักลงทุนจากทั่วโลก บททดสอบที่ว่าสำหรับคณะรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็คือวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ในรอบ 50 ปีที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

เป็นวิกฤตที่แม้นักวิเคราะห์ต่างชาติส่วนหนึ่งจะเห็นใจและเข้าใจ แต่เมื่อพิจารณาจากการกระทำและผลงานของรัฐบาลไทยที่ออกมาทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน หลายฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาผู้ประกอบการต่างชาติที่อุตส่าห์หอบเงินข้ามน้ำข้ามทะเลมาลงทุนในไทยด้วยความเชื่อมั่น ลงความเห็นโดยไม่ลังเลว่า รัฐบาลไทยสอบตกแบบไม่มีโอกาสแก้ตัว

ชนวนเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐบาลไทยสอบไม่ผ่าน และส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มที่จะโกรธเคืองผู้นำไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ การตอบสนองต่อข้อมูลน้ำท่วมของรัฐบาลไทย

ประเด็นข้างต้นถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติทั้งหลายเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เนื่องจากการที่บริษัทหรือโรงงานจะลงมือป้องกันได้ทันท่วงที เคลื่อนย้ายเครื่องจักรสำคัญ หรือแม้กระทั่งคำนวณเวลาเปิดโรงงานอีกครั้ง ล้วนขึ้นอยู่กับความรวดเร็ว แม่นยำ ถูกต้องของข้อมูลที่รัฐบาลไทยสื่อสารออกมา

ทว่า สิ่งที่นักลงทุนเหล่านั้นได้รับกลับเป็นรอยยิ้ม และคำปลอบประโลมไม่ให้วิตกกังวลใดๆ แทน

“พวกเขา (รัฐบาล) บอกกับเราตลอดว่า ทุกอย่างจะเรียบร้อย” ฮิโรชิ มินามิ ประธานบริษัท โรห์ม อินตริเกรเต็ด ซิสเต็มส์ หนึ่งในผู้ประกอบการชาวญี่ปุ่น ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร นิคมที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกล่าว

ไม่ต้องบอกก็คงคาดเดาได้ไม่ยากว่าโรงงานของโรห์มนองไปด้วยน้ำ และต้องสั่งปิดโรงงานมามากกว่าสัปดาห์แล้ว โดยประธานมินามิถึงกับระบุว่า โรงงานน่าจะสามารถรักษาเครื่องจักรสำคัญๆ ด้วยการขนย้ายไปไว้ชั้น 3 ของโรงงานได้อย่างทันท่วงทีหากได้รับคำเตือนล่วงหน้า

เมื่อไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารให้เตรียมการตามความเป็นจริงอย่างเที่ยงตรงและรวดเร็ว ผลที่ได้ก็คือ บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นราว 450 แห่งเกิดอาการจมน้ำกันไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่บริษัทที่ไม่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำมหาศาล

เพราะสุดท้ายบริษัทเหล่านั้นก็ไม่มีวัตถุดิบ ซึ่งต้องพึ่งพิงโรงงานที่โดนน้ำท่วมเพื่อใช้ในการผลิตอยู่ดี

เสียงร้อง เสียงบ่นของนักลงทุนชาวญี่ปุ่นได้รับการสำทับให้หนักแน่นยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อนักธุรกิจชาวสิงคโปร์อีกส่วนหนึ่งก็เริ่มออกมาโวยวายเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเหล่านั้นเห็นพ้องตรงกันว่า ธุรกิจโรงงานสามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายหลักๆ และรักษาส่วนสำคัญของเครื่องจักรไว้ได้ หากว่ารัฐบาลไทยรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง และส่งคำเตือนล่วงหน้าให้เผื่อเวลาเพียงพอที่บริษัทจะจัดการเตรียมตัวรับมือ

อาร์เธอร์ ลิว นักลงทุนชาวสิงคโปร์ ระบุว่า ข้อมูลที่มาจากรัฐบาลล้วนขัดแย้งกันเอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความรุนแรง ระยะเวลาที่น้ำจะมา หรือระดับความสูงของน้ำ ส่งผลให้เจ้าของธุรกิจตัดสินใจไม่ถูกว่าจะต้องทำอย่างไร

ทั้งๆ ที่หากได้รับข้อมูลจากผู้นำประเทศที่ชัดเจน แม่นยำ และแน่นอน ผู้ประกอบการต่างชาติส่วนใหญ่ต่างมั่นใจว่าจะสามารถลดตัวเลขความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับโรงงานได้อย่างมาก

เรียกได้ว่า แม้จะเข้าใจว่าสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัย แต่ประสิทธิภาพการจัดการข้อมูลของรัฐบาลไทยส่งผลให้สถานการณ์ของผู้ประกอบการย่ำแย่ถึงขั้นเลวร้าย และอดไม่ได้ที่จะไม่พอใจกับความไร้ฝีมือของรัฐบาลไทย

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังโชคดีอยู่ว่า นักลงทุนเหล่านั้นยังคงใจเย็นพอที่จะรอดูแผนการช่วยเหลือฟื้นฟูของรัฐบาล ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการใดๆ ต่อไป โดยเฉพาะนักลงทุนชาวญี่ปุ่นซึ่งถือเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดของไทย ด้วยเงินลงทุนสูงถึง 2.78 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากตัวเลขที่บันทึกไว้ในปี 2553 ที่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยคงจะไม่ทอดทิ้งให้ต้องเผชิญกับวิกฤตที่เกิดขึ้นตามลำพัง

นับเป็นความคาดหวังราคาแพงที่รัฐบาลไทยจะต้องตอบสนองให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็เป็นค่าเสียหายราคาแพงมหาศาลที่รัฐบาลจะต้องจ่ายแทน

ที่มา : โพสต์ทูเดย์

Photo : AFP   Category : สังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

ohm