พัทยาเดลีนิวส์

16 พฤษภาคม 2549 :: 15:05:17 pm 32402

ถอดรหัส The Da Vinci Code

ตลอดเดือนที่ผ่านมา ความคุกรุ่นที่เกิดจากแรงต้านที่มีต่อการมาถึงของภาพยนตร์สุดฉาวแห่ง ยุคอย่าง The Da Vinci Code นั้น ล้วนแต่มาจากผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ในคริสตศาสนาเป็นอย่างดี ทั้งบาทหลวงและนักประวัติศาสตร์ ที่มีฐานความรู้มากพอที่จะโต้แย้งในส่วนของเนื้อหาอันเข้มข้นที่บรรจุอยู่ใน หนังสือที่เป็นผลงานของนักเขียนชื่อกระฉ่อนอย่างแดน บราวน์
สนใจโฆษณา

                เมื่อทางสำนักวาติกันเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตร The Da Vinci Code เพราะมีเนื้อหาที่ให้ร้ายและต่อต้านคริสตจักร และยังยุแยงให้ชาวคริสต์ทั่วโลกเอาใจออกห่างอันอาจก่อให้เกิดความหายนะต่อ ศาสนาคริสต์ได้ ขณะที่คริสศาสนิกชนฝ่ายแองกลิกันในซิดนีย์เปิดแคมเปญให้ออกมาค้นหาความจริง เพื่อกันหนังนำความเชื่อผิดๆ มาสู่คนดู

                มองซีเญอแองเจโล อามาโต ผู้ทรงอำนาจลำดับที่สองในสำนักวาติกันรองจากพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ได้กล่าวระหว่างการปราศรัยในการประชุมกลุ่มคาทอลิกที่มหาวิทยาลัย ซานตาโครเซ ในกรุงโรม กระตุ้นให้ชาวคาทอลิกจากทุกแห่งทั่วโลกร่วมกันคว่ำบาตรหนังรหัสลับดาวินชี เพราะมีเนื้อหาที่ต่อต้านและระรานศรัทธาของเหล่าคริสตศาสนิกชน

                โดยพระคุณเจ้ากล่าวว่า วรรณกรรมของ แดน บราวน์ นั้นเป็นงานที่ “ต่อต้านคริสเตียนอย่างแข็งกร้าว เต็มไปด้วยการใส่ร้ายให้เสื่อมเสีย ก้าวร้าวทั้งในแง่ต่อประวัติศาสตร์และต่อศาสนศาสตร์ อันทำให้เกิดการเข้าใจผิดต่อพระเยซูคริสต์ คำสั่งสอน และศาสนจักร”

                โดยเนื้อหาในหนังสือกล่าวอ้างถึงการรักษาความลับของศาสนาคริสต์ที่ว่า อันที่จริงแล้วพระเยซูแต่งงานกับนางแมรี แม็กดาลีน และนางไม่ได้เป็นโสเภณี ทว่าเป็นเชื้อสายของกษัตริย์ชาวยิวและทั้งสองยังมีทายาทสืบเชื้อสายมา เรื่อยๆ ซึ่งทฤษฎีนี้ขัดต่อหลักของคริสตจักรอย่างโจ่งแจ้ง แถมเนื้อหายังบ่งด้วยว่า ฝ่ายคริสตจักรนำโดยกลุ่มโอปุสเดอีซึ่งเป็นนิกายหัวโบราณพยายามตามล่าเหล่า ผู้พิทักษ์ความลับทุกวิถีทางเพื่อให้มันเป็นความลับไปตลอดกาลด้วย

                มองซีเญออามาโตให้เหตุผลในการเรียกร้องให้ร่วมกันคว่ำบาตรหนังเรื่องดัง กล่าวด้วยการอ้างอิงถึงเรื่องที่ชาวมุสลิมเพิ่งมีปัญหาเรื่องการ์ตูนที่ล้อ เลียนศาสดามูฮัมหมัด ว่าหนังสือลักษณะเดียวกันนี้หรือเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อาจก่อให้เกิดการ จลาจลไปทั่วโลกได้

                “ถ้าหากมีการโกหกหรือพูดผิดๆ เกี่ยวกับเนื้อหาในคัมภีร์อัลกุรอานหรือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวแล้ว พวกเขาก็จะปลุกระดมให้คนทั่วโลกลุกขึ้นมาประท้วง แต่พอเกิดเรื่องเดียวกันนี้เกี่ยวกับคริสตจักรและเหล่าศาสนิกชน พวกเขากลับละเลยที่จะพิจารณาโทษต่อสิ่งที่เกิดขึ้น” พระคุณเจ้ากล่าว

                รหัสลับดาวินชี นอกจากจะสร้างเรื่องให้กับตัวผู้เขียนจนต้องขึ้นศาลเกี่ยวกับเรื่องการ ละเมิดลิขสิทธิทางปัญญาแล้ว หนังที่สร้างขึ้นจากหนังสือก็มีปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ทางกลุ่มโอปุสเดอีก็เรียกร้องให้ค่ายโซนี ผู้จัดจำหน่ายหนังหยิบเนื้อหามาทบทวนและเรียกร้องให้ถอนคำพูดที่ทำให้ทาง องค์กรเสื่อมเสีย ขณะที่ทางรัฐบาลอิตาลีก็เพิ่งจะถอดโปสเตอร์ขนาดยักษ์ออกหลังจากไปปิด ตระหง่านตรงข้ามกับหน้าโบสถ์เซนต์พานทาเลโอพอดี ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่คณะบาทหลวงในกรุงโรมเป็นอย่างมาก

บทสรุปแห่งความจริงของเรื่องทั้งหมด

1.พระศาสนจักรคาทอลิค ยกย่องสตรีศักดิ์สิทธิ์อย่างสูงและสูงว่านักบุญเปโตรด้วยนั่นคือ พระแม่มารีย์ หรือแม่พระ นั่นเอง

2.พระศาสนจักรยกย่อง มารีย์ มักดาเลนาเป็นนักบุญ และยังพยายามขจัดความเข้าใจผิดที่ว่าเธอเป็นโสเภณีด้วย

3.ศิลปินทุกคนสามารถวาดภาพ นักบุญมารีย์ มักดาเลนาได้ และยังมีโบสถ์จำนวนมากที่ตั้งชื่อท่านเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน

4.ลีโอนาร์โด ดาวินชี่ ไม่เคยต่อต้านข้อความเชื่อทางศาสนา หรือพระคัมภีร์ไบเบิ้ล แต่เขาต่อต้านพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระ และนักบวชที่ทำตัวฟุ้งเฟ้อไม่สมเป็นพระในพระศาสนจักร และเขาเขียนตำหนิศาสตร์การเล่นแร่แปรธาตุไว้ในหนังสือบันทึกด้วย ที่สำคัญสตรีศักดิ์สิทธิ์ในดวงใจของเขาคือ พระแม่มารีย์มารดาพระเยซูเจ้า

5.ลีโอนาร์โด ดาวินชี่ ไม่ได้เป็นคนตั้งชื่อรูปโมนาลิซ่า และนางแบบนั้นเป็นสตรีที่มีตัวตนจริง

6.พระคัมภีร์ไบเบิ้ลพระธรรมใหม่ฉบับปัจจุบันเขียนขึ้นก่อนคัมภีร์ของนอสติก

7.นอสติก ยกพระเยซูเป็นพระเจ้าโดยปฏิเสธความเป็นมนุษย์ของพระองค์

8.ไม่มีหลักฐานใดเลยที่บ่งชี้ว่า พระเยซูสมรสกับ นักบุญ มารีย์ มักดาเลนา มีหลักฐานแน่นอนว่านางเป็นศิษย์คนสำคัญ แต่เพียงด้านเดียวในประวัติศาสตร์

9.ความเชื่อที่ถูกต้องของคริสตศาสนา ต้องเชื่อว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า และเป็นมนุษย์ด้วย โดยต้องไม่ตัดอย่างใดอย่างหนึ่งออกไป

10.ไพโอรี่ ออฟ ไซออน ตั้งขึ้นหลังการเสียชีวิตของลีโอนาร์โดประมาณ 400 ปี

11.โอปุส เดอี เป็นองค์กรที่ถูกกฎหมาย และเปิดเผย ไม่ลับ และ ไม่มีนักฆ่า

12.การล่าแม่มดส่วนใหญ่ไม่ได้ทำโดยศาสนา และมีทั้งชายและหญิงที่โดนตัดสินข้อหาเล่นคุณไสย

13.จักรพรรดิ์คอนแสตนติน ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการรวบรวม หรือแปล หรืออะไรก็ตามเกี่ยวกับคัมภีร์เลย

14.คนข้างๆพระเยซูใน The Last Supper คือนักบุญยอห์น อัครสาวกที่อายุน้อยที่สุด

15.พิธีกรรมและสัญลักษณ์ต่างๆในคริสตศาสนาส่วนมากมาจากศาสนายิวโบราณ ไม่ใช่มาจากศาสนาอื่น

ทั้ง15ข้อนี้เป็นเพียงการสรุปใจความสำคัญๆที่ถูกบิดเบือนไปโดยนิยาย และได้ไขกระจ่างในแง่ประวัติศาสตร์จริงแล้ว

ดังนั้น คำโฆษณา ที่นิยายนี้นิยมใช้ และในบางแห่งที่โปรเมทหนังชอบใช้คำว่า “ความจริงที่จะสั่นคลอนความศรัทธาแห่งคริสตศาสนา”

เพราะในความจริง ทั้งตัวคริสตศาสนา และผู้มีความศรัทธาลึกซึ้งในคริสตศาสนา หรือผู้มีความรู้ทางคริสตศาสนาที่แน่นพอ ตลอดจนผู้มีวิจารณญาณและเหตุผล ย่อมไม่ถูกสั่นคลอนอะไรง่ายๆด้วยนิยายเพียงเล่มเดียว

Reporter : PDN staff   Photo : PDN staff   Category : ข่าวบันเทิง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com