พัทยาเดลีนิวส์

15 พฤศจิกายน 2549 :: 12:11:27 pm 31342

ททท. จัดเทศกาลดนตรีแจ๊ส เทิดพระเกียรติยิ่งใหญ่แห่งปี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดเทศกาลดนตรีแจ๊สเทิดพระเกียรติอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ด้วยงาน “Jazz Royale Festival” โดยความร่วมมือจากบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนทหารไทย จำกัด
สนใจโฆษณา

            เพื่อเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะพระมหากษัตริย์นักดนตรีของโลก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดเทศกาลดนตรีแจ๊สเทิดพระเกียรติอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ระหว่างวันที่ 9-17 ธันวาคม 2549 ด้วยงาน “Jazz Royale Festival” โดยมีศิลปินดังระดับโลกและทีมงานกว่า 100 ชีวิตร่วมงาน นำโดย Kenny G, McCoy Tyner, Nancy Wilson, Chris Botti, Regina Carter Quintet, และ The Dizzy Gillespie™ All-Star Big Band เดินสายโชว์ทั่วไทยทั้งกรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ และภูเก็ต รายได้ส่วนหนึ่งทูลเกล้าถวายฯ เพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย 

            ร.ท.สุวิทย์ ยอดมณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานเทศกาลดนตรี “แจ๊ส โรยัล เฟสติวัล” ในครั้งนี้ว่า เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 โดยจะเป็นการกระตุ้นและสร้างกระแสให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามา ท่องเที่ยวในประเทศไทยทั้งชาวเอเชียและยุโรป รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่พักอยู่ในเมืองไทย ตลอดจนนักท่องเที่ยวชาวไทย จะได้ร่วมเฉลิมพระเกียรติในวาระพิเศษของไทยอีกครั้ง นอกจากนี้อาจกำหนดให้กิจกรรมแจ๊สเฟสติวัลเป็นกิจกรรมที่บรรจุในแผนการขายของ บริษัทนำเที่ยวล่วงหน้าได้ทุกปี 

            เทศกาลดนตรี “แจ๊ส โรยัล เฟสติวัล” ได้กำหนดให้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-17 ธันวาคม 2549 โดยจะจัดแสดงในเมืองหลักทางการท่องเที่ยว รวม 4 จังหวัด คือกรุงเทพฯ ณ สนามเสือป่า ในวันที่ 9-10 ธันวาคม 2549 พัทยา ณ เดอะฮอร์สชูพ้อยท์ ในวันที่ 11-12 ธันวาคม 2549 เชียงใหม่ ณ สนามหญ้าหน้าหอศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันที่ 14-15 ธันวาคม 2549 และภูเก็ต ณ หาดกะรน ในวันที่ 16-17 ธ.ค. 2549 ซึ่งศิลปินทั้งหมดจะร่วมบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ด้วย เพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์วงการดนตรีแจ๊สในประเทศไทย 

            ส่วน รายชื่อศิลปินที่มาร่วมแสดงในเทศกาลดนตรี “แจ๊ส โรยัล เฟสติวัล” ถือเป็นการรวมตัวของศิลปินดังระดับโลก เฉพาะในโอกาสพิเศษเช่นนี้ อาทิ Kenny G ศิลปินเดี่ยวชาวอเมริกันที่มียอดขายและโด่งดังเป็นอันดับหนึ่งของโลก ด้วยสไตล์เพลงที่นุ่มนวลและร่วมสมัย McCoy Tyner นักเปียโนแจ๊สฝีมือเยี่ยมผู้มีชื่อเสียงอย่างมาก มีผลงานร่วมกับ John Coltrane ที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ศิลปินดังของโลก อัลบั้มของเขาได้รับการยกย่องว่ามีความโดดเด่น และมีความสร้างสรรค์สำหรับวงการเพลงแจ๊ส นับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา James Moody นักแซกโซโฟนแจ๊สชั้นยอดที่ได้รับการยอมรับจากบรรดาคอแจ๊สและจัดอันดับให้ เป็นศิลปินชั้นแนวหน้าคนหนึ่ง ในด้านที่เป็นต้นแบบแนว James Moody ปัจจุบันเขายังคงเดินสายเล่นคอนเสิร์ตไปทั่วโลก วง The Dizzy Gillespie™ All-Star Big Band วงแจ๊สอีกหนึ่งวงที่ไม่ธรรมดา ผู้เป็นต้นแบบและสร้างแรงบรรดาลใจให้กับนักดนตรีแจ๊สรุ่นใหม่ๆในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมของศิลปินแจ๊สฝีมือดีที่มารวมอยู่ในวงนี้ Paquito D’Rivera ศิลปินชาวคิวบาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของวงการแจ๊สในสหรัฐอเมริกาและมี ชื่อเสียงดังไปทั่วโลก การันตีด้วยรางวัลแกรมมี่ถึง 6 รางวัล นอกจากนี้เขายังได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้สร้างแนวการเล่น reeds ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในรอบ 30 ปี Chris Botti ศิลปินหนุ่มรูปงามแห่งวงการแจ๊ส ที่มีแฟนเพลงอยู่ทั่วโลกและศิลปินดังอื่นๆ อีกมากมายทั้ง Marta Topferova, Ahmad Jamal, Cherryl Hayes, Claudio Roditi, Nancy Wilson, Regina Carter Quintet และ Georgie Fame ที่บินตรงพร้อมทีมงานมืออาชีพกว่า 100 ชีวิต 

            สำหรับ ราคาจำหน่ายบัตรการแสดงในกรุงเทพฯ 2,000 บาท การแสดงในต่างจังหวัด จำหน่ายในราคา 1,500 บาท ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานใหญ่และไทย ทิกเก็ตมาสเตอร์ (www.thaiticketmaster.com) โทร. 0-2262-3456 ในต่างจังหวัดซื้อบัตรได้ที่สำนักงาน ททท.ในพื้นที่ที่จัดงาน (เมืองพัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต) หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ททท. โทร. 1672

___________________________________________________________________________________________
ประวัติโดยย่อ

Kenny G
            Kenny G เป็นศิลปินเดี่ยวที่มียอดขายและโด่งดังเป็นอันดับหนึ่งของโลก เขาเป็นนักแซกโซโฟนชาวอเมริกัน ซึ่งได้รับชื่อเสียงเป็นอย่างมากจากอัลบั้มที่ 4 ชื่อ “Duotones” ซึ่งออกมาเมื่อปี 2529 เครื่องดนตรีหลักของ Kenny G คือแซกโซโฟนเสียงโซปราโน แต่เขาก็เล่นแซกโซโฟนเสียงอัลโต้และเทเนอร์ เป็นบางครั้ง เขาได้ออกอัลบั้มเดี่ยวหลายชุด และมีผลงานร่วมกับศิลปินหลายท่าน อย่างเช่น Whitney Houston, Natalie Cole และ Aretha Franklin เขาได้รับอิทธิพลจากนักดนตรีอย่างเช่น Grover Washington Jr. ทำให้เพลงของ Kenny G มักได้รับการจัดเป็นประเภทของเพลงแจ๊ซแบบนุ่มนวล ในขณะที่ชุมชนผู้ฟังเพลงอื่น ๆ มักจัดให้อัลบั้มของเขาอยู่ในจำพวกเพลงร่วมสมัยสำหรับผู้ใหญ่ (adult contemporary)

Alfred McCoy Tyner
            Alfred McCoy Tyner เป็นนักเปียโนแจ๊ซผู้มีชื่อเสียงอย่างมากจากผลงานที่มีร่วมกับวง John Coltrane Quartet Tyner มีผลงานที่ได้รับการบันทึกและมีชื่อเสียงอย่างมากโดยเป็นการผสมผสานแนวเพลง ของอัฟริกาและเอเชียตะวันออก อัลบั้มต่าง ๆ เหล่านี้ได้รับยกย่องว่ามีความ โดดเด่น และมีความสร้างสรรค์สำหรับวงการเพลงแจ๊ซ นับแต่ทศวรรษ 1970 เป็นต้นมา โดยไม่ได้ จัดว่าเป็นทั้งฟิวชันแจ๊ซหรือฟรีแจ๊ซ ในฐานะที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับนักดนตรีแจ๊ซรุ่นใหม่ ๆ Tyner ยังคงออกอัลบั้มและเปิดการแสดงดนตรีตามที่ต่าง ๆ เป็นปรกติ ในปัจจุบัน Tyner เป็นศิลปินในสังกัด Telarc และได้ร่วมเล่นวงดนตรีแบบทรีโอกับวงต่าง ๆ โดยล่าสุดได้เล่นร่วมกับ Charlett Moffett ซึ่งเล่นเบสและ Eric Harland เล่นกลอง

Chris Botti
            Chris Botti เป็นนักทรัมเป็ตและผู้ประพันธ์ดนตรีชาวอเมริกัน ทรัมเป็ตที่เขาเล่นเป็นแบบ Martin Committee Trumpet ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 2483 และเขาใช้ที่เป่าของ Bach ซึ่งทำขึ้นเมื่อปี 2464 
            จน ถึงปี 2549 Botti ได้ออกอัลบั้มเดี่ยวมาแล้ว 8 อัลบั้ม อัลบั้มในชุดแรก ๆ อาจจัดได้ว่าเป็นแนวแจ๊ซแบบนุ่มนวล แม้ว่า Alex Henderson นักวิจารณ์ดนตรีชี้ว่า แนวดนตรีของเขามีความซับซ้อนกว่าแนวเพลงดังกล่าว Henderson ได้เขียนวิจารณ์งานของ Botti ในชุด Slowing down the World ที่ออกเมื่อปี 2542 ว่า “…Botti ยังทำได้มากกว่านี้อีก” (1) แม้ว่ายังได้รับอิทธิพลจากนักร้องเพลงป๊อบอย่างมาก แต่อัลบั้มชุดหลัง ๆ ของ Botti ก็ออกไปในแนวแจ๊ซแบบดั้งเดิมมากขึ้น โดยมีเครื่องดนตรีแบบออเครสต้าประกอบอย่างมีสีสัน และได้รับการเปรียบเทียบว่ามีแนวเพลงคล้ายกับ Gil Evans (2) 
            Botti ได้แสดงและมีอัลบั้มร่วมกับศิลปินอื่น ๆ อย่างเช่น Sting, Chaka Khan, Andrea Bocelli, Josh Groban, Dave Koz, Jeff Lorber, David Torn และ Brian Culbertson Botti ยังเป็นสมาชิกของวง Bruford Levin Upper Extremities ซึ่งเป็นวงดนตรีแจ๊ซแนวฟิวชันแบบทดลอง

THE DIZZY GILLESPIE™ ALL-STAR BIG BAND 
            วง ดนตรีวงนี้ประกอบด้วยผู้เล่นที่เคยเป็นสมาชิกของวง Dizzy Gillespie อันได้แก่ Slide Hampton ผู้อำนวยการเพลงและ James Moody หนึ่งในผู้ร่วมงานและเพื่อนที่ใกล้ชิดที่สุดของ Dizzy Gillespie เพลงจำนวนมากที่วงนี้เล่นเป็นเพลง “ดั้งเดิม” ที่เขียนขึ้นสำหรับวงบิ๊กแบนด์ของ Dizzy Gillespie ในราวกลางทศวรรษ 1940 จนถึงกลางทศวรรษ 1950 ซึ่งยังมีอิทธิพลและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักดนตรีแจ๊ซยุคปัจจุบัน และเป็นที่ประทับใจสำหรับแฟนเพลงทั่วโลก บางเพลงประพันธ์ขึ้นโดย Dizzy เอง ส่วนเพลงอื่น ๆ ประพันธ์ขึ้นโดยนักเรียบเรียงผู้มีชื่อเสียงอย่างเช่น Quincy Jones, Gil Fuller, Tadd Domeron, Lalo Schifrin, Melba Liston และ Benny Goldson การเรียบเรียงครั้งใหม่ได้รับความช่วยเหลือจาก Jimmy Heaph, Dennis Mackrel และ Slide Hampton ผู้เรียบเรียงซึ่งเคยได้รับรางวัลแกรมมี่

James Moody
            James Moody เป็นนักแซกโซโฟนเสียงเทเนอร์ ซึ่งเคยเล่นร่วมกับวงบิ๊กแบนด์ บีบ๊อบที่มีชื่อเสียงของ Dizzy Gillespie รวมทั้งเล่นให้วงของตนเองที่ชื่อ James Moody and His Bop Men เขายังมีผลงานร่วมกับ Dinah Washington และ Eddie Jefferson ในปัจจุบัน Moody ยังคงเล่นคอนเสริตทั่วโลกเพื่อขับกล่อมแฟนเพลง และมีผู้วิจารณ์ผลงานของเขาอย่างยอดเยี่ยม อย่างเช่น บทวิจารณ์ที่มาจากหนังสือพิมพ์ Chicago Tribune ซึ่งระบุว่า “ผู้ฟังมีแนวโน้มจะแบ่งผู้เล่นเครื่องดนตรีแนวแจ๊ซออกเป็นสองประเภท กล่าวคือแนวของ James Moody และแนวอื่น ๆ เท่านั้น”

Paquito D’Rivera 
            Paquito D’Rivera ได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินชาวคิวบาที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด คนหนึ่งในวงการแจ๊ซในสหรัฐฯ เขาเป็นนักเป่า reeds ที่ได้รับรางวัลแกรมมี่ 6 รางวัล เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงทั่วโลก และเป็นศิลปินแจ๊ซแนวหน้าที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลตามโครงการ National Endowment for the Arts Jazz Master นิตยสาร JazzTimes เขียนไว้ว่า D’Rivera เป็น “ผู้สร้างแนวทางการเล่น reeds ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในรอบ 30 ปี” เขายังเป็นนักดนตรีที่สนุกสนานเฮฮามากที่สุดคนหนึ่งในธุรกิจนี้ การปรากฏตัวของเขาไม่ว่าในฐานะเป็นนักแสดงนำหรือตัวประกอบก็สามารถเรียก เสียงฮาจากผู้ชมได้ตลอดเวลา

Claudio Roditi
            Claudio Roditi นักทรัมเป็ตและนักประพันธ์เพลง เกิดและเติบโตในบราซิล เขามายังสหรัฐฯ เมื่อปี 2513 เพื่อศึกษาต่อที่ Berklee College of Music ก่อนจะย้ายไปที่กรุงนิวยอร์กในราวทศวรรษ 1970 เพื่อเริ่มต้นอาชีพ แนวดนตรีของ Roditi เป็นการผสมผสานจังหวะแบบบีบ๊อบที่ซับซ้อนกับแซมบ้าและแจ๊ซแบบแอฟโฟร-คิวบา จนกลายเป็นแนวเสียงที่โดดเด่นอย่างแท้จริง เขาได้แสดงและมีผลงานบันทึกร่วมกับ Dizzy Gillespie, McCoy Tyner, Slide Hampton, Paquito D’Rivera และ Tito Puente Roditi ยังได้ร่วมในวง Dr. Taylor’s trio ในอัลบั้มเพลงอมตะของ Dizzy อย่าง “A Night In Tunisia” เพลง “Song for My Father” ของ Horace Silver เพลง “Samba De Orfeu” ของ Luiz Bonfa และ “Recife’s Blues” ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของเขาเอง

Roberta Gambarini
            Roberta Gambarini เกิดที่กรุงโตริโน ประเทศอิตาลี ในครอบครัวที่ชื่นชอบดนตรีแจ๊ซเป็นอย่างยิ่ง เธอชอบฟังเพลงแจ๊ซตั้งแต่เป็นเด็ก และเริ่มเรียนแคลริเน็ตตั้งแต่อายุ 12 ขวบ เมื่ออายุได้ 17 ปี เธอเริ่มร้องและแสดงในคลับแจ๊ซทั่วภาคเหนือของอิตาลี เมื่ออายุได้ 18 ปี เธอตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่กรุงมิลานเพื่อเป็นนักร้องแจ๊ซอาชีพ 
            ไม่ นานหลังจากย้ายไปอยู่ที่มิลาน ขณะที่ยังเป็นวัยรุ่น Roberta ได้ตำแหน่งที่ 3 ในการแข่งขันประกวดเพลงแจ๊ซระดับชาติของวิทยุที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ เป็นเหตุให้มีโอกาสได้แสดงในเทศกาลแจ๊ซทั่วอิตาลี เธอมีผลงานแสดงที่ออกอากาศทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์ในอิตาลี และมีผลงานบันทึกเสียงตั้งแต่ปี 2529 ทั้งที่เป็นอัลบั้มในชื่อของเธอเองและในฐานะนักร้องรับเชิญ ในปี 2540 เธอทำงานร่วมกับ Emmanuel Bex นักเล่นออร์แกน French Hammond และมีโอกาสตระเวนแสดงร่วมกันตามคลับแจ๊ซทั่วอิตาลี 
            ในปี 2541 เธอย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกาด้วยทุนที่ได้จาก New England Conservatory in Boston สองสัปดาห์ต่อมา Roberta ทำให้วงการแจ๊ซทั้งโลกต้องตะลึงด้วยการคว้าตำแหน่งอันดับ 3 ในการแข่งขันขับร้องเพลงแจ๊ซนานาชาติ Thelonious Monk International Jazz Vocal Competition นับจากนั้นมาเธอได้มีโอกาสแสดงร่วมกับ Michael Brecker, Ron Carter, Herbie Hancock, Slide Hampton, Roy Hargrove, Jimmy Heath, Hank Jones, Christian McBride และ Toots Thielemans รวมทั้งศิลปินคนอื่นอีกหลายคน และยังได้มีโอกาสเปิดการแสดงที่ Kennedy Center, Lincoln Center, Town Hall and Walt Disney Concert Hall และเทศกาลแจ๊ซทั่วโลกอย่างเช่น ที่เมือง Barbados, London, Monterey, North Sea, Toronto และ Umbria 
            นักร้องในแนวเสียงที่หลากหลาย ด้วยความพิเศษในด้าน vocal chops ทำให้เธอได้รับการวิจารณ์และการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากแฟนเพลงไม่ว่าจะเปิด การแสดงที่ใด และก็เป็นเช่นนั้นกับเธอโดยไม่ต้องมีการสร้างกระแสและสิ่งที่น่าประหลาดใจก็ คือเธอไม่เคยออกอัลบั้มในประเทศเลย จนถึงปัจจุบัน ในวันที่ 6 มิถุนายน 2549 คณะ GROOVIN High กำลังจะออกอัลบั้มแรกในอเมริกาเหนือของ Roberta ที่ชื่อ Easy to Love 
            Roberta แสดงความสามารถพิเศษในการใช้เสียงแนวเครื่องดนตรีและเสียงที่อบอุ่น (warm timbre) จังหวะและเสียงสูงต่ำที่แม่นยำ เทคนิคที่เหลือเชื่อและเทคนิคการด้นเพลงสด (scatting and improvisation) ในการขับร้องเพลงแจ๊ซมาตรฐานอันยอดเยี่ยมและเพลงคลาสสิก 12 เพลงจาก Great American Songbook ในอัลบั้มนี้ยังประกอบด้วยเพลงแถม 2 เพลงซึ่งเป็นการขับร้องคู่ตามแนว scat อย่างยอดเยี่ยมร่วมกับ James Moody นักร้องรับเชิญพิเศษ

Regina Carter 
            Regina Carter เป็นนักไวโอลินแจ๊ซชาวอเมริกัน ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นนักไวโอลินแนวเพลงคลาสสิกก่อนที่จะหันมาให้ความสนใจ กับแจ๊ซมากขึ้นเรื่อย ๆ และได้รับการยกย่องว่าเป็นนักไวโอลินมือดีที่สุดในแนวเพลงประเภทนี้ ในปัจจุบัน เธอรับหน้าที่เป็นหัวหน้าวงแบบควินเต็ต (5 คน) ในเดือนพฤษภาคม 2549 เธอได้ออกตระเวนแสดงร่วมกับ Mark Krose (แคลริเน็ต) Xavier Davis (เปียโน) Alvester Garnett (กลอง) และ Matt Parish (เบส)
และศิลปินอีกมากมายในงาน…

___________________________________________________________________________________________

ตารางการแสดง

สนามเสือป่า :: กรุงเทพ

วันที่ 9 ธันวาคม 2549

No. Band Timing on Show Show Time
1 Oriental Jazz Quartet feat. Cherryl Hayes 18.00-19.05 50
2 McCoy Tyner Trio 19.05-20.20 50
3 Regina Carter Quintet 20.10-21-15 50
4 The Dizzy Gillespie? All-Star Big Band (Paquito D’Rivera / Claudio Roditi)
21.15-22.30
50
5 Kenny G 22.30-24.25 90

วันที่ 10 ธันวาคม 2549

No. Band Timing on Show Show Time
1 Oriental Jazz Quartet feat. Cherryl Hayes 18.00-19.05 50
2 Ahmad Jamal 19.05-20.20 50
3 Chris Botti 20.20-21.35 50
4
Nancy wilson
21.35-22.50 50
5 Kenny G 22.50-24.45 90

ฮอร์สชูพ้อยท์ : พัทยา

วันที่ 11 ธันวาคม 2549

No. Band Timing on Show Show Time
1 Marta Topferova 18.00-19.05 50
2 Regina Carter Quintet 19.05-20.10 50
3 Chris Botti 20.10-21.25 50
4
The Dizzy Gillespie? All-Star Big Band (Paquito D’Rivera / Claudio Roditi)
21.25-22.40 50
5 Nancy Wilson 22.40-23.55 50

วันที่ 12 ธันวาคม 2549

No. Band Timing on Show Show Time
1 Regina Carter Quintet 18.00-19.05 50
2 Georgie Fame 19.05-20.10 50
3 McCoy Tyner Trio 20.10-21.25 50
4
Chris Botti
21.15-22.30 50
5 Kenny G 22.40-24.25 90

สนามหอศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันที่ 14 ธันวาคม 2549

No. Band Timing on Show Show Time
1 Georgie Fame 18.00-19.05 50
2 Ahmad Jamal 19.05-20.20 50
3 The Dizzy Gillespie? All-Star Big Band (James Moody / Roberta Gambarini) 20.20-21.35 50
4
Kenny G
21.35-22.30 90

วันที่ 15 ธันวาคม 2549

No. Band Timing on Show Show Time
1 Regina Carter Quintet 18.00-19.15 50
2 McCoy Tyner Trio 19.15-20.20 50
3 Nancy Wilson 20.20-21.35 50
4
Marta Topferova
21.35-22.50 50
5 The Dizzy Gillespie? All-Star Big Band (James Moody / Roberta Gambarini (Paquito D’Rivera / Claudio Roditi) 22.50-24.05 50

หาดกะรน : ภูเก็ต

วันที่ 16 ธันวาคม 2549

No. Band Timing on Show Show Time
1 Marta Topferova 18.00-19.05 50
2 Georgie Fame 19.05-20.10 50
3 Ahmad Jamal 20.10-21.25 50
4
Kenny G
21.25-23.20 90

วันที่ 17 ธันวาคม 2549

No. Band Timing on Show Show Time
1 Marta Topferova 18.00-19.05 50
2 Regina Carter Quintet 19.05-20.10 50
3 McCoy Tyner Trio 20.10-21.15 50
4
The Dizzy Gillespie? All-Star Big Band (James Moody / Roberta Gambarini)
21.15-23.10 50
Reporter : PDN staff   Photo : PDN staff   Category : ข่าวบันเทิง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com