พัทยาเดลีนิวส์

26 พฤศจิกายน 2553 :: 11:11:38 am 44759

ทร.ร่วมภาครัฐ เอกชน วางพวงมาลาสักการะ ร.6

กองทัพเรือ ประชาชนทุกหมู่เหล่าพื้นที่อำเภอสัตหีบ กว่า 100 หน่วยงาน ร่วมวางพวงมาลาหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชการที่ 6 เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมอบที่ดินให้ก่อตั้งฐานทัพเรือสัตหีบ แหล่งยุทธศาสตร์บนบกและทางทะเล เป็นที่ตั้งสำคัญในการปฏิบัติงานของกองทัพเรือ และที่พักอาศัยทำกินของประชาชน
สนใจโฆษณา

สัตหีบ – วานนี้ (25 พ.ย. 53) เมื่อเวลา 07.39 น. พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มอบหมายให้ พลเรือเอก วีรพล กิจสมบัติ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการ ประจำผู้บังคับบัญชา กองทัพเรือ  เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลา ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรามหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 6  พร้อมหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ ส่วนราชการ ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ และใกล้เคียง รวม 110 หน่วยงาน เพื่อประกอบพิธีวางพวงมาลา ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ ริมถนนสุขุมวิท หมายเลข 3 หลักกิโลเมตรที่ 6 เส้นทาง ระยอง-สัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต 26 พฤศจิกายน

โดยพิธีวางพวงมาลาในวันนี้ กองทัพเรือ พร้อมประชาชนชาวสัตหีบ ได้ถือปฏิบัติในวันที่ 25 พฤศจิกายน เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่าน ที่ทรงพระราชทานพื้นที่อำเภอสัตหีบให้เป็นที่ดินทรงสงวน สำหรับปวงชนชาวไทย และพระราชทานที่ดินให้กับกองทัพเรือเป็นให้เป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ เมื่อปีพุทธศักราช 2465 กองทัพเรือ จึงได้ร่วมกับประชาชน ผู้มีจิตศรัทธา จัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ขึ้น  เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อกองทัพเรือ และประชาชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จนถึงปัจจุบัน กองทัพเรือได้ใช้ประโยชน์ในการก่อตั้งหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของพระองค์ ได้ใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขร่มเย็น โดยมีกองทัพเรือเป็นที่พึงของประชาชนอย่างแท้จริง

พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 7 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เสด็จพระราชสมภพเมื่อ วันเสาร์ เดือนยี่ ขึ้น 2 ค่ำ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2423 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 29 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชอัจฉริยภาพและทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในหลายสาขา ทั้งด้านการเมืองการปกครอง การทหาร การศึกษา การสาธารณสุข การต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือด้านวรรณกรรมและอักษรศาสตร์ กระทั่งทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาเมื่อเสด็จสวรรคตแล้วว่า “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” ใน พ.ศ. 2524 องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ยกย่องพระเกียรติคุณของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่าทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม ในฐานะที่ทรงเป็นนักปราชญ์ นักประพันธ์ กวี และนักแต่งบทละครไว้เป็นจำนวนมากอีกด้วย

Reporter : ณัฐภูมินทร์   Photo : ณัฐภูมินทร์   Category : ข่าวแวดวงสังคม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com