พัทยาเดลีนิวส์

17 กันยายน 2554 :: 11:09:29 am 73609

ทลายซ่องนรก! ค้ากามระห่ำ 6 โมงเย็นยัน 6 โมงเช้า

สายตรงสาวลาวร้องให้ช่วย ตม.ชลบุรีจับมือสถานฑูตลาว บุกทลาย ซ่องนรก ย่านพูลตาหลวง ลวงหญิงลาวค้ากาม ระห่ำ! รับแขก 6 โมงเย็นยัน 6 โมงเช้า แม้เป็นประจำเดือนก็ไม่หยุด
สนใจโฆษณา

สัตหีบ-วันนี้(17 ก.ย. 54)เมื่อเวลา 02.00 น พ.ต.อ ชูศักดิ์ พนัสอัมพร ผู้กำกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งประสานงานจาก สถานเอกอัครรัฐฑูต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่ามีเหตุร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยหญิงสาวชาวลาวทราบชื่อว่า นางสาว จ่อย อายุ 21 ปี สัญชาติลาว มีบ้านพักอยู่ที่สีสะอาด เมืองแมต แขวงเวียงจันทร์ ประเทศลาว ได้โทรศัพท์มายังสถานฑูตลาว เพื่อขอความช่วยเหลือ ออกจากร้านคาราโอเกะ ชื่อร้านเจ๊อ้อม(หรือน้องอ้อม ) ตั้งอยู่ที่เลขที่ 37 / 21-22 หมู่ 1 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จว.ชลบุรี เนื่องจากถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศ และถูกควบคุมตัวไม่ให้ออกจากขอบเขตของร้านคาราโอเกะ เป็นเวลา 5 เดือนแล้ว ไม่เคยได้รับค่าตอบแทน และยังมีหญิงสาวชาวลาว ที่ถูกบังคับอีกจำนวนมาก

หลังรับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท ประพันธ์ ประสานสุข รอง.ผกก.ตม.ชลบุรี พ.ต.ท คมวิชช์ พัฒนรัฐ ผอ.ส่วนป้องกันและปราบปราม ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ พ.ต.ต จตุพร อรุณฤกษ์ถวิล รักษาการในตำแหน่ง พนักงานสอบสวนคดีชำนาญพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงได้รีบดำเนินการขอหมายตรวจค้นจากศาลจังหวัด พัทยา เลขที่ 495 / 2554 ลงวันที่ 17 กันยายน 2554 และพร้อมด้วย นาง ปิยะนาถ พูลพิพัฒน์ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จว.ชลบุรี น.ส อุไรรัตน์ ชูแก้ว นักจิตวิทยา รีบรุดไปทำการตรวจสอบตรวจค้นทันที

จากการตรวจสอบก่อนการบุกเข้าทำการตรวจค้น ของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ชลบุรี พบว่าร้านคาราโอเกะ ดังกล่าว เป็นอาคารพาณิชย์สูง 2 ชั้น 4 คูหาแบ่งเป็นคาราโอเกะ 2 คูหา เป็นช่องทางหลบหนีตำรวจ 2 คูหา ชื่อร้าน น้องอ้อม คาราโอเกะ เลขที่ 37 / 21 – 22 หมู่ 1 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงได้ทำการวางแผน ใช้เงินสดจำนวน 1,200 บาท ให้สายลับ ทำทีเป็นนักเที่ยวบุกเข้าทำการล่อซื้อทันที

จากการล่อซื้อ เมื่อสายลับของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง บุกเข้าไปนั่งทำทีเป็นนักเที่ยว ก็พบว่ามีนางสาว แป้ง (ไม่มีนามสกุล) อายุ 28 ปี สัญชาติลาว ตรงเข้ามานั่งตีสนิท ก่อนที่จะตกลงขายประเวณีให้กับสายลับของเจ้าหน้าที่ตำรวจในราคา 1,200 บาท ได้มีนางสาว อรวรรณ หม่อมตา (หรือสีหะวงษ์ นามสกุลเก่า) อายุ 48 ปี มีบ้านพักเดิมอยู่ที่บ้านเลขที่ 88 /44 หมู่ 2 ต.ท่าทอง อ.เมือง จว.พิษณุโลก รับเงินค่าตัวไป จากนั้นสายลับจึงได้ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ายื่นหมายขอตรวจค้น จับกุมทันที ในข้อกล่าวหา เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิง เป็นผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณี ยินยอม หรือปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุตำกว่า 20 ปี เข้าไปในสถานบริการระหว่างเวลาทำการ และรับบุคคลต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

การบุกเข้ายื่นหมายตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ภายในร้านคาราโอเกะ มีหญิงสาวชาวลาวนั่งอยู่ตามโต๊ะต่างๆ เต็มร้านท่ามกลางนักเที่ยวชาวไทยจำนวนมาก จึงได้ทำการจับกุมตัวเอาไว้พร้อมได้รวมรวมสาวลาวเอาไว้ได้จำนวน 17 ราย จึงได้ทำการควบคุมตัวเอาไว้ในข้อกล่าวหา เข้าไปมั่วสุมในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณี ของตนเอง หรือผู้อื่น เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมยังได้ทำการตรวจค้นภายในโต๊ะเก็บเงินพบว่ามี ธนบัตร จำนวน 1,200 บาทที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการถ่ายเอกสารก่อนที่จะทำการล่อซื้อซึ่งมีหมายเลขตรงกัน พร้อมภาพถ่ายในขณะเข้าทำการตรวจค้นและจับกุม จำนวน 5 แผ่น ใบตารางเวลา (หรือใบตอกเวลาทำงาน) แสดงการทำงานของหญิงลาว จำนวน 15 แผ่น บิลค่าอาหาร และบันทึกการค้าประเวณี จำนวน 15 ชุด ถุงยางอนามัยจำนวน 104 ชิ้น ฟองน้ำอนามัย (ฟองน้ำสำหรับป้องกันไม่ให้ประจำเดือนไหลออกมา) เลดี้การ์ด (แผ่นสำหรับใส่ในช่องคลอด เพื่อสามารถร่วมเพศได้เวลามีประจำเดือน) จำนวน 4 ชิ้น และสมุดรายการ จำนวน 3 เล่ม จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาหญิงลาว และเจ้าของการค้าประเวณี มาทำการสอบสวนที่ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ชลบุรี

จาาการสอบสวน นางสาว ออย อายุ 21 ปี ได้ให้การรับสารภาพว่า ตนเองได้เดินทางมาทำงานที่ร้านคาราโอเกะพร้อมเพื่อนๆ อีก 6 คน โดยตกลงกันว่าจะมีรายได้ เดือนละ 3,600 บาท แต่เมื่อมาถึงร้านปรากฎว่า ไม่ใช่งานตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งเธอเองพร้อมเพื่อนๆ ทั้ง 6 คนต้องทำงานค้าประเวณี โดยไม่สามารถปฎิเสธได้ ซึ่งนางสาว ออย กล่าวว่าเธอไม่มีความสมัครใจทำงานค้าประเวณี แต่ต้องทนทำมาถึง 6-7 เดือน ทำงานไปกลับเป็นหนี้ ค่าเดินทางมา จำนวน 10,000 บาท จนกระทั่งปัจจุบันก็ทำงานใช้หนี้ยังไม่หมด และยังถูกเอาเปรียบอีกมากมายจนไม่เหลือเงินที่เป็นรายได้จริงๆ

นางสาว ออย สาวประเทศลาว ยังได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกว่า ที่แห่งนี้มีการใช้งานหนักมาก ภายในหนึ่งเดือนจะหยุดได้เพียง 2 วันเท่านั้น ถ้าเกินก็จะถูกหักเงินครั้งละ 500-1,000 บาท อีกทั้งยังต้องการทำงาน แม้ว่าจะเป็นประจำเดือน จะต้องรับแขกโดยการใส่อุปกรณ์ป้องกัน เวลาทำงานเริ่มตั้งแต่ เวลา 18.00 น ถึง 06.00 น ทุกวัน โดยจะให้บริการแขกอยู่บริเวณรอบร้านจะไม่ให้ไปโรงแรมอื่น เนื่องจากกลัวว่าจะหลบหนี ส่วนที่พักจะให้อยู่รวมกันหลังละ 5-6 คน โดยจะมีผู้ชายผลัดกันมาคุมอยู่ข้างนอกตลอดเวลา ไม่มีใครกล้าหลบหนี เนื่องจากมีสถานีขนส่งแห่งเดียว เจ๊อ้อม เป็นคนกว้างขวาง ทั้งนี้เคยมีเด็กในร้านหลบหนีแต่ถูกจับกลับมาได้

อนึ่ง จากการบุกเข้าช่วยเหลือ นางสาว จ่อย ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบตัวนางสาว จ่อย แต่อย่างใด สอบถามเพื่อนทราบว่านางสาว จ่อย ได้หลบหนีไปประเทศลาว แล้วก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบุกเข้าทำการจับกุม คาราโอเกะ น้องอ้อม (หรือเจ๊อ้อม) ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้นำตัว 17 สาวลาว และ นางสาว อรวรรณ หม่อมตา (หรือสีหะวงษ์ นามสกุลเก่า)อายุ 48 ปี ส่ง สถานีตำรวจพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Reporter : ก้อง สิบทิศ   Photo : ก้อง สิบทิศ   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com

เส็ง