พัทยาเดลีนิวส์

23 มิถุนายน 2552 :: 18:06:09 pm 1279

ทะเลร้องไห้.. ?

บางครั้งการที่เรามัวแต่วิ่งตามกระแสต่างๆ นั้น อาจทำให้เกิดจุดบอดขึ้นในชีวิตและมองข้ามสิ่งมีค่าต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวไป กรณีนี้..ก็เช่นกัน " หาดจอมเทียน พัทยา " อยู่ใกล้เราเพียงแค่คืบ มือเดียว แต่เรากลับมองหาแหล่งท่องเที่ยวอันเลอค่าอื่นๆ ที่ไกลออกไป ทั้งในประเทศไทย ตลอดจนแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่อยู่ในต่างประเทศ
สนใจโฆษณา

เรามองข้าม..และมองไม่เห็นถึงความวิจิตรตระการตาของชายหาดแห่งนี้ ซึ่ง..นั่นอาจจะเป็นเพราะว่า มันเป็นภาพที่คุ้นชินแก่สายตาของเรา ของคนท้องถิ่น กระทั่งถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วนั่นเอง ย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน คนไทย..โดยเฉพาะคนต่างจังหวัดต่างก็ตื่นเต้น เมื่อเวลาที่จะได้มายลความงามของผืนน้ำ ที่กว้างใหญ่ ไกลสุดลูกหู ลูกตา ที่นึกถึงครั้งใดก็ยังตื่นเต้นไม่หาย อยากจะแวะเวียนกลับมาใหม่อีกหลายๆครั้ง ผิดกับปัจจุบันนี้ ที่ความรู้สึกแบบนี้หายไปจากห้วงความคิดของเราชาวไทย จนแทบจะสิ้นเชิง

บางคน..มาทะเล เพราะอกหัก บางคน มาเพราะผิดหวังในชีวิต บางคน มาเพื่อที่จะลืมความทุกข์..ความขมขื่น แต่..น้อยคน ที่จะมาเพราะความรู้สึกคิดถึง รัก และผูกพันกับท้องทะเล ตลอดจนผืนทรายและชายหาด ไม่ว่าท่านทั้งหลายจะมาเที่ยวทะเล เนื่องด้วยเหตุผลใดก็ตาม โปรดจำไว้อย่างหนึ่งว่า ครั้งหนึ่งท่านเคยมีทะเลเป็นเพื่อนเมื่ออกหัก ครั้งหนึ่ง ท่านเคยมีทะเลเป็นเพื่อนเพื่อคลายเหงา และครั้งหนึ่ง ท่านเคยมีทะเลเป็นเพื่อน เพื่อความบันเทิง และความสนุกสนาน จนวันหนึ่ง เมื่อเราโหยหา หรือเกิดความรู้สึกแบบนั้นอีกครั้ง จึงนึกอยากที่จะย้อนกลับมาดู…

แสงแดดอ่อนๆ และลมโชยเบาๆ ยามเย็น ช่างเป็นความรู้สึกที่สดชื่น มีชีวิต ชีวา อย่างบอกไม่ถูก บางครั้ง กลิ่นไอของทะเลก็ลอยมากระทบสัมผัสแห่งการรับรู้ด้านการดมกลิ่นเป็นระยะๆ ทำให้รู้สึกว่า เวลาที่ผ่านมา เรามัวแต่ทำอะไรกันอยู่? เรามัวแต่วิ่งตามเทรนด์ ตามแฟชั่น จนมองข้าม ขุมทรัพย์เบื้องหน้านี้ได้อย่างไร ทุกเช้า เวลามาทำงาน ก็ต้องขับรถผ่านหาดจอมเทียนทุกวันๆ โดยที่ไม่ได้เห็นถึงความสำคัญของชายหาดแห่งนี้เลย

ซึ่งถ้าเราอยู่ในเมืองหลวง หรือ อยู่ในจังหวัดที่ไกลออกไป คงจะมีความรู้สึกอิจฉาคนที่อยู่ใกล้ทะเลมากนัก เหตุนี้ จึงเกิดเป็นคำถามให้กับตัวเอง และขออนุญาตคิดแทนทะเลว่า เวลาที่เราเหงาเราคิดถึงทะเล แล้วเมื่อเวลาที่ทะเลเหงา..ทะเลจะคิดถึงใคร? หลายคนมาปรับทุกข์กับทะเล แต่..ทะเลไม่สามารถปรับทุกข์กับใครได้เลย เสียงคลื่นที่กระทบฝั่ง คลืน คลืน อยู่ในขณะนี้ ดังก้องอยู่ในหัวใจว่า..ช่างเงียบเหงาเหลือเกิน..ไม่มีใครแวะเวียนมาเยี่ยมชมทะเล เสียงเด็กๆที่หัวเราะ อย่างสนุกสนานเมื่อเวลาที่แช่ตัวอยู่ในน้ำ ตลอดจนนั่งเล่นบนผืนทรายห่างหายไปนานเหลือเกินแล้ว

ทิ้งไว้เพียงสิ่งปฎิกูลที่พวกเขาไม่ต้องการ อย่างพวกขวดเหล้า ขวดเบียร์ และเศษขยะ ที่เมื่อมีผู้ใจดีเห็นมันเข้าเกิดความรู้สึกทนไม่ได้ จึงเก็บไปทิ้ง..นี่หรือ คือสิ่งที่มนุษย์ตอบแทนให้กับทะเล หาดทรายสีทองเหลืองอร่าม ตัดกับสีครามของผืนน้ำ มองแล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลย ช่วงนี้โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 กำลังระบาด ทำให้แม้แต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็หดหาย ไม่แวะมาเยี่ยมชมเหมือนดังก่อน สิ่งที่ทะเลต้องการในตอนนี้ คือ อยากเห็นคนไทย รักและสามัคคีกัน หันหน้ามาร่วมอนุลักษณ์ และสืบสานการท่องเที่ยวในประเทศไทย ให้ความสำคัญกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แวะเวียนมาเยี่ยมชมทะเลบ้าง ก็ เท่านั้นเอง….

” ไทยรักไทย ..เที่ยวเมืองไทย ไม่ไป..ไม่รู้ “


Reporter : สิริ กัลยา   Photo : PDN staff   Category : ท่องเที่ยว

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com