พัทยาเดลีนิวส์

Hilton
24 กุมภาพันธ์ 2553 :: 11:02:27 am 8156

ท่าเรือแหลมฉบังฉาว หนุ่มใหญ่แฉ!! จ่ายส่วยน้ำมัน 2000 ต่อเที่ยว

หนุ่มใหญ่นักธุรกิจรีไซเคิลน้ำมันโร่แจ้งความตำรวจ ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์พยายามปฏิบัติการอุ้มฆ่า แต่หนีเอาชีวิตรอดมาได้ เผยจ่ายส่วย ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทางเข้าออกการท่าเรือ หัวละ 2,000 ต่อเที่ยว แถมยังถูก ตำรวจ ปนม. จับยึดรถเทรนเลอร์ เสียหายเกือบแสนบาท เชื่อเป็นฝีมือ บริษัทคู่แข่ง กดดัน ให้เลิกทำกิจการ

ศรีราชา – เมื่อเร็วๆ นี้ (22 ก.พ. 53) เหตุการณ์รายนี้ถูกเปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 10.00 น. นายประสงค์ สุขกร อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 / 41 ม.3 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท พลูตาหลวงรีไซเคิล จำกัด พร้อมด้วย นางสาวแพรชมพู รวงผึ้ง อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 / 16 ม.5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้เข้าแจ้งความ กับ ร.ต.ท.ชำนาญ ก่อเกิด พนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังถูก ทีมชายฉกรรจ์ 7 – 8 คน ปฏิบัติการพยายามปองร้าย กลางเมืองแหลมฉบัง

นายประสงค์ สุขกร รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ขณะที่กำลังขับรถแวน มิตซูบิชิ ปาเจโร สีน้ำเงิน ทะเบียน กต 188 ระยอง โดยมีเลขาประจำตัวนั่งข้างมาด้วย ขับออกจากการท่าเรือแหลมฉบัง มาหาพนักงานประจำบริษัท ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกท่าเรือแหลมฉบัง ถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าพัทยา ม.3 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จากนั้นได้พบชายฉกรรจ์ ประมาณ 3 – 4 คน นั่งอยู่ในศาลา ข้างห้องน้ำ ปั๊มน้ำมัน ซึ่งตนเองก็เอะใจ เนื่องจาก กลุ่มชายฉกรรจ์มีการชี้มือ มายังรถของตน ประกอบกับก่อนหน้านี้ ตนมีปัญหาขัดแย้งกับ บริษัทคู่แข่ง ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่ เมื่อเห็นท่าไม่ดีจึงตัดสินใจขับรถออกจากปั๊ม และโทรศัพท์คุยกับพนักงานที่ยืนรออยู่ในปั๊มน้ำมัน เปลี่ยนจุดนัดพบเจอกัน

ต่อมาตนได้นัดหมายให้พนักงานประจำ บริษัท มาพบเจอบริเวณ ทางเข้าหมู่บ้านการเคหะแหลมฉบัง ระหว่างที่ตนจอดรถรอด โดยมีการติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ และ คอยสังเกตกระจกหลังตลอดเวลา ระหว่างนั้น ได้มี รถกระบะ 2 คัน เป็น กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์ และ ยี่ห้อ มิตซูบิซิ ไททัน สีฟ้า วิ่งปาดเข้ามา ประกบหน้าประกบหลัง รถของตน และ มีชายฉกรรจ์ เปิดประตูข้าง แล้ววิ่งลงจากรถเข้ามาหาตน เมื่อเห็นท่าไม่ดี จึงตัดสินใจหักพวงมาลัย ใส่เกียร์ เร่งเครื่องขับหนีออกจากจุดดังกล่าวทันที  แล้วขับรถเข้าไปขอความช่วยเหลือตำรวจในโรงพัก สภ.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี อีกทั้งยังสังเกตเห็น รถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีน้ำเงิน ขับไล่ตามมาด้วย

ระหว่างที่ตนหนีเข้าไปขอความช่วยเหลือ กับตำรวจ สภ.แหลมฉบัง ปรากฏว่า ในห้องแจ้งความประจำวัน กลับไม่มีตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่เลย อีกทั้งยังปิดไฟมืดถนัด ตนจึงขับรถไปจอดซ่อนไว้ บริเวณ หน้าแฟลตตำรวจ ด้านหลังโรงพัก แล้วโทรศัพท์หา พี่ชายแท้ ๆ ซึ่งเป็นเจ้าของ บริษัท พลูตาหลวงไซเคิล จำกัด บอกว่าตัวเองกำลังถูกปองร้าย โดยตนใช้เวลาซ่อนตัวอยู่ในโรงพักนานร่วม 2 ชั่วโมง ก็ได้รับโทรศัพท์ จากพนักงานบริษัท แจ้งว่า รถเทรนเลอร์ 18 ล้อของบริษัท  ซึ่งบรรทุกกากน้ำ ออกมาจาก ท่าเทียบเรือแหลมฉบังถูกตำรวจปราบปรามน้ำมันเถื่อนจับกุมและยึดรถไว้ ตนจึงมั่นใจว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ขับรถไล่ล่าตนอาจเป็น ตำรวจ ปนม. พยายามเข้าจับกุมตน และคิดว่าคงไม่เหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นแล้ว จึงเดินกลับไปที่รถ แล้วขับออกจากโรงพักแหลมฉบัง ระหว่างกำลังขับรถออกจากซอยข้างโรงพัก ปรากฏว่า ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ กลุ่มเดิม และ รถกระบะ  2 คัน – โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ 1 คัน ขับจากซอยเดียวกันไล่ล่าประกอบอีกครั้ง ตนจึงขับหนีขึ้นไปบนโรงพัก แล้วโทรศัพท์ให้พี่ชาย ขับรถมารับกลับบ้าน โดยเลขาซึ่งเดินทางมาด้วย ถึงกับซ็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ  โดยระบุว่า ตนมั่นใจว่ากำลังถูกคุกคามชีวิต โดยกลุ่มชายดังกล่าว ประสงค์ต่อชีวิต หรือ กระทำเพื่อข่มขู่ โดยเชื่อว่ามาจากเหตุการณ์ การขัดแย้งผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม จากการประกอบธุรกิจ ในท่าเทียบเรือแหลมฉบัง

นายประสงค์ สุขกร ให้การต่ออีกว่า ตนเองเป็นผู้บริหาร บริษัท รีไซเคิล รายย่อยในพื้นที่ จ.ชลบุรี โดยได้ประกอบธุรกิจ เข้าไปซื้อ น้ำมันเสียจากเรือเดินทะเล หรือที่เรียกกันว่า กากตะกอนน้ำมัน ซึ่งเป็นน้ำมัน ที่ใช้การไม่ได้แล้ว เนื่องจากมีการผสมของน้ำจำนวนมาก โดยบริษัทของตน จะรับซื้อจากเรือสินค้า ที่เข้ามาจอดบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง จากนั้นจะทำการดูดออกจากใต้ท้องเรือ ใส่รถบรรทุกเทรนเลอร์  18 ล้อ จากนั้นจะนำกลับไป บริษัท รีไซเคิล ที่ ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อ รีไซเคิล กลับนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทน ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.ชลบุรี  ซึ่งธุรกิจดังกล่าวไม่ใช่ สิ่งผิดกฎหมาย น้ำมันก็ไม่ใช่น้ำมันเถื่อน อีกทั้งยังได้การรับรองและสนับสนุนจาก กระทรวงทรัพย์กรและพลังงาน ในเรื่องการใช้พลังทดแทน อีกทั้งตนยังมีการเสียภาษี สรรพสามิต ถูกต้องตามกหมายทุกประการ

นอกจากนี้ นับตั้งแต่ดำเนินกิจการ ดังกล่าวมา ตนซึ่งเป็นบริษัทย่อย ซึ่งได้รับสัมปทาน รับซื้อ กากตะกอนน้ำมัน  จากเรือเดินทะเล เพียง 15 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งบริษัทใหญ่คู่แข่งมียอดถึง 80 – 90 เปอร์เซ็นต์ แต่บริษัทของตนกลับถูกกลั่นแกล้งมาโดยตลอด นับตั้งแต่ เดือน ธันวาคม 2552 ทางบริษัท พยายามหาทางออก โดยมีการจ่ายเงินให้กับ ด.ต.นายหนึ่ง ของสภ.แหลมฉบัง เที่ยวละ 1,500 – 2,000 บาท เพื่อเป็นค่าเบิกทางผ่านประตูเข้าออกท่าเรือ และยัง จ่ายให้หน่วยงานที่เกี่ยวของ ลิตรละ 50 สตางค์ หรือ 1 บาทต่อลิตร ทั้งที่เป็นธุรกิจถูกกฎหมายและได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงทรัพย์กรและพลังงาน ในเรื่องของการใช้พลังทดแทน แต่ก็ถูกตำรวจหน่วยต่าง ๆ มาจับกุม หรือแกล้งไม่ให้รถออกจากท่าเรือ โดยมีการยึด – อายัดรถไว้ตรวจสอบ จนกากตะกอนน้ำมัน ที่บรรทุกออกมาใช้การไม่ได้ เสียหายกว่า 5 – 7 หมื่นบาทต่อเที่ยว บางครั้งทางบริษัทต้องการจบคดีต้องจ่ายเงินเพื่อปิดคดีครั้ง 3-5 หมื่นบาท

 

ขณะเดียวกัน หลังถูกจับกุม ส่งพนักงานสอบสวนสั่งฟ้อง คดีต้องถูกยกฟ้องถูกคดี เนื่องจาก ไม่ใช่การกระทำผิกฎหมาย หากจะดำเนินคดีในเรื่อง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต ทางบริษัทก็ดำเนินการจ่ายภาษี ถูกต้องตามกฎหมายมาโดยตลอด อีกทั้ง การดำเนินการจัดตั้งบริษัท มีการรับรองจากกระทรวงอุตสาหกรรมถูกต้องทุกประการ และการถูก ตำรวจปราบปรามน้ำมันเถื่อน ของตำรวจน้ำ และ เจ้าหน้าที่ สรรพสามิต จับกุมในครั้งนี้ ทางบริษัท ก็ให้ความร่วมมือ นำกากน้ำมัน ที่มีการบรรทุกออกจาก ท่าเรือ ไปตรวจสอบ หากพบการทำผิดก็จะยอมให้ดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน อีกทั้งเชื่อว่า บริษัทตัวเอง ถูกกลั่นแกล้ง กดดันให้เลิกทำกิจการดังกล่าว เพราะเป็นธุรกิจ ที่มีผลประโยชน์มหาศาล จนมีนักการเมืองท้องถิ่น และคนมีสีเข้าไปเกี่ยวข้องจำนวนมาก

ร.ต.ท.ชำนาญ ก่อเกิด พนักงานสอบสวน สภ.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี กล่าวว่า ในเบื้องต้น ได้รับการแจ้งความไว้เบื้องต้น พร้อมทั้งนำเรื่องราวทั้งหมด รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการประสาน ขอตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามจุดต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบรถของกลุ่มคนร้าย ที่ผู้เสียหายแจ้งระบุไว้ จากนั้นจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

Reporter : วีระพันธ์   Photo : วีระพันธ์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com