พัทยาเดลีนิวส์

06 พฤษภาคม 2553 :: 14:05:24 pm 17283

นปช.ร่วมสดุดีลบภาพล้มเจ้า จุฬาติงหมอพรทิพย์

ม็อบนปช.ยังปักหลักราชประสงค์ รอ "มาร์ค" ประกาศชัด ๆ วันยุบสภาแกนนำพาผู้ชุมนุม ทำบุญตักบาตรวันฉัตรมงคล ถวายในหลวง ยืนยันจงรักภักดี ไม่ใช่ล้มเจ้าตามข้อกล่าวหา ตอนค่ำทำพิธีถวายพระพรบนเวที ร้องเพลงสดุดีมหาราชากระหึ่ม ผู้ชุมนุมสวมเสื้อสารพัดสีสันมากันเนืองแน่น แกนนำเตรียมแผนสำรองถ้าต้องอยู่ต่อ เตรียมสถานีรองรับหน้าฝน ผอ.ร.พ.จุฬาฯ ติง "หมอพรทิพย์" ออกข่าวเรื่องยิงเอ็ม 79 ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ชัดเจน
สนใจโฆษณา

กรุงเทพฯ – วานนี้ (5 พ.ค. 53) ผู้สื่อข่าวรายงานการชุมนุมของกลุ่มนปช.คนเสื้อแดง บริเวณแยกราชประสงค์ ว่า ช่วงเช้าแกนนำนปช. นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ น.พ.เหวง โตจิราการ และนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง พร้อมด้วยผู้ชุมนุมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันฉัตรมงคล จากนั้นทำพิธีทางศาสนา เจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ 99 รูป เนื่องจากนปช.สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายเป็นพระราชกุศล เพื่อแสดงความจงรักภักดี ไม่ใช่โค่นล้มสถาบันตามที่ถูกกล่าวหา “นับจากนี้เราคงต้องรอการประกาศยุบสภาของนายกรัฐมนตรี หากประกาศเมื่อไหร่ พวกเราจะได้กลับบ้าน” ประธานนปช.กล่าว

ด้านน.พ.เหวงกล่าวปราศรัยว่า อีกไม่กี่วันจากนี้พวกเราคงจะมีคำตอบเรื่องยุบสภา ขอ บอกพี่น้องประชาชนว่าการยุบสภาอย่าเพิ่งมองว่าเป็นผลสำเร็จ เพราะเป็นแค่อิฐก้อนแรกเท่านั้น การต่อสู้ของนปช.ยังไม่จบ ต้องให้ได้เจดีย์หรืออิฐ ดังนั้น ต้องทำงานร่วมกันต่อไป สำหรับภารกิจต่อไปหลังจากยุบสภา คือ การเลือกตั้ง ตนไม่ใช่สมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่อยากขอร้องทุกคนเลือกพรรคเพื่อไทย ให้ได้ส.ส.จากการระบบเขตเกิน 300 คน และระบบสัดส่วนเกิน 70 คนเพื่อความปลอดภัย และให้ได้เสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล เพราะรัฐบาลที่เลือกเข้ามานั้นจะต้องสู้กับส.ว.สรรหาและพรรคฝ่ายค้าน อย่างไรก็ตาม แม้จะเลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาแล้วก็ต้องตรวจสอบต่อไป และในการหาเสียงต้องดูว่าพรรคเพื่อไทยจะชูนโยบายเอารัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาหรือไม่ เมื่อชนะเลือกตั้งแล้วต้องทำตามสัญญาที่พูดด้วย

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้รอความชัดเจนก่อนว่าจะยุบสภาเมื่อใด เพราะโรดแม็ปที่ออกมาเป็นความคิดของนายอภิสิทธิ์คนเดียว ทางพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ยอมรับด้วย อยากให้สื่อมองสถานการณ์ให้ขาด การที่พรรคร่วมรัฐบาลเห็นชอบโรดแม็ปนั้นเป็นเพราะมีประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องแบ่งเขตเลือกตั้ง ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่นายอภิสิทธิ์ต้องเคลียร์ปัญหาในพรรคก่อน ได้ข้อยุติเมื่อไหร่ค่อยมาว่ากัน

รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องหลังที่นปช. เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ออกมาระบุวันยุบสภา แล้วจะยอมสลายตัวทันทีนั้น สืบเนื่องจากในการเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาล กองทัพ แกนนำนปช. ซึ่งติดต่อประสานกับนายอภิสิทธิ์ และพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างใกล้ชิดด้วยนั้น ข้อตกลงที่เห็นชอบด้วยกันทุกฝ่ายอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ นายอภิสิทธิ์ต้องประกาศยุบสภาในวันที่ 15 ก.ย. แล้วเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ย. จากนั้นกลุ่มนปช.จะสลายการชุมนุมทันที แต่ปรากฏว่านายอภิสิทธิ์กลับออกมาแถลงทางทีวีพูลในเฉพาะประเด็นจะให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พ.ย. โดยไม่ยอมเอ่ยคำว่ายุบสภา ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่รับปากกันไว้ในตอนเจรจา ทำให้แกนนำนปช.เห็นว่านายอภิสิทธิ์มีเจตนา 2 อย่างคือ 1.ไม่ประกาศยุบสภาในวันที่ 15 ก.ย. เพื่อไม่ให้ภาพออกมาว่าเป็นการยอมข้อเรียกร้องของฝ่ายนปช. 2.เพื่อไม่ผูกมัดตัวเอง เพราะการประกาศเลือกตั้งใหม่วันที่ 14 พ.ย. ทำให้นายอภิสิทธิ์สามารถใช้ช่องทางกฎหมายเลือกวันยุบสภาได้ระหว่างวันที่ 15-30 ก.ย. ตามกฎหมายเลือกตั้งที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน

ในส่วนของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำอยู่รอบราชประสงค์ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เหลือประจำอยู่จุดละประมาณ 10-15 นายเท่านั้น และไม่มีอาวุธร้ายแรงใด ๆ เหมือนที่ผ่านมา โดยวันนี้กลุ่มนปช.ขับรถตระเวนแจกจ่ายน้ำดื่มให้กับเจ้าหน้าที่อย่างเป็นกันเอง แต่ด้านถนนสีลม สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง ยังคงมีกำลังทหารอาวุธครบมือประจำการอยู่จำนวนมาก

ผูัสื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ หลังเปิดให้บริการห้องฉุกเฉินและห้องคลอดตลอด 24 ชั่วโมง เป็นวันแรก ปรากฎว่าตั้งแต่ช่วงเช้าที่ห้องฉุกเฉิน มีรถพยาบาลวิ่งนำคนป่วยเข้ามารักษาอาการบาดเจ็บหลายราย ขณะเดียวกันได้มีหญิงท้องแก่ 3 คน ที่เคยฝากครรภ์ไว้ที่ รพ.จุฬาฯ ถูกส่งตัวเข้ามานอนรอคลอด ที่ห้องคลอดตึกคัคณางค์ หลังจากที่สถานการณ์เริ่มใกล้เข้าสู่ภาวะปกติ โดยถนนราชดำริเริ่มถูกใช้เป็นเส้นทางสัญจรตามปกติ มีรถพยาบาล และรถเจ้าหน้าที่ วิ่งเข้าออกตลอดเวลา แม้ว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่เปิดถนนไปจนถึงแยกสารสิน ตามที่มีการร้องขอ ขณะที่การ์ด นปช. ไม่มีการออกมาเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณนี้มากเหมือนที่ผ่านมา

ศ.นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผอ.รพ.จุฬาลงกร์ กล่าวถึงกรณีที่ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ระบุจุดยิง เอ็ม 79 ไปตกที่ถนนสีลม เมื่อวันที่ 22 เม.ย. สันนิษฐานว่าวิถีการยิงอาจจะมาจากชั้น 7 และ 8 ตึก ภปร.นั้น ถ้าเป็นการยิงเอ็ม 79 ที่มีวิถีมาจากลานพระบรมราชาอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องจริง แต่ถ้าอาจจะมีการยิงเอ็ม 79 จากชั้น 7 และ 8 ของตึก ภปร. เป็นการสันนิษฐานยังไม่ได้สรุปว่าใช่ ซึ่งตนยืนยันว่าโรงพยาบาลไม่เคยอนุมัติให้ผู้ใดขึ้นไปทำอะไรทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน ถ้าเป็นการยิงรถไฟฟ้าน่าจะเป็นกลุ่มเสื้อแดง เพราะคนที่ถูกยิงเป็นประชาชน ไม่ใช่ตำรวจ แต่ถ้าใครจะขโมยขึ้นไปทำอะไรที่ไม่รู้ก็คงบอกไม่ได้ เหมือนกับขโมยขึ้นบ้าน ถึงอย่างไร ก็ไม่น่าจะเป็นตึก ภปร. เพราะไม่มีระเบียงที่จะสามารถเป็นจุดที่ยิงเอ็ม 79 ได้ อีกทั้งที่ผ่านมาก็มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เดินทางมาตรวจสอบแล้ว แต่ก็ไม่มีข้อสรุปอะไรออกมาเป็นหลักฐานชัดเจน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตึก ภปร.มีกล้องวงจรปิดที่ใช้บันทึกการเข้าออกหรือไม่ ศ.นพ.อดิศร ตอบว่า มีกล้องโทรทัศน์วงจรปิดติดตั้งไว้ แต่เนื่องจากตัวสัญญาณตัวแม่เสียมานานแล้วจึงจับภาพได้เพียงบางชั้นเท่านั้น เพิ่งจะมีการซ่อมแซมให้ใช้งานได้เป็นปกติหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ไปแล้ว

“รู้สึกเป็นห่วงเรื่องที่ระบุจุดยิงในตึก ภปร. คิดว่าคนพูดทำไม่ถูก ที่อยู่ ๆ ก็ออกข่าวมาโดยไม่มีหลักฐาน 100 เปอร์เซ็นต์ โรงพยาบาลก็คือโรงพยาบาล จะไปทำอะไรที่ผิดจากปกติก็คงไม่ได้ อีกทั้งข่าวนี้ก็ผ่านไปนานแล้วเห็นเงียบหายไป ไม่จำเป็นที่จะต้องนำกลับมาพูดอีก อาจจะสร้างความสับสน และภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลจะเสียหาย” ผอ.รพ.จุฬาฯ กล่าว

ที่มา ไทยรัฐ , ข่าวสด
ภาพ ไทยรัฐ , มติชน , เดลินิวส์

Category : ข่าวการเมือง

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com