พัทยาเดลีนิวส์

24 มีนาคม 2560 :: 16:03:34 pm 205551

นักธุรกิจสาวงง! ตำรวจอาสาทำผู้ต้องหาลักทรัพย์หาย

นักธุรกิจสาวงง! ตำรวจอาสาทำผู้ต้องหาลักทรัพย์หาย อ้างสะเดาะกุญแจมือหลุด แล้วลงมือทำร้ายจนหัวแตก
สนใจโฆษณา

พัทยา-วันที่ 23 มี.ค.60 เมื่อเวลา 15.00 น. นางศศิภรณ์ ทาโทน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ 1 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ร้องสื่อมวลชนเมืองพัทยาว่า เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมาได้ร่วมกับนางศุภานันท์ ทิมเที่ยง อายุ 55 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.โป่ง อ.บางละมุง ควบคุมตัวผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์ไว้ได้แล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง มารับตัว และทางตำรวจได้มอบหมายให้ตำรวจอาสา 2 นายคุมตัวผู้ต้องหาไปส่งโรงพัก แต่ภายหลังปรากฏว่าทั้งคู่กลับอ้างว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปได้ ซ้ำยังถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวทะเลเดือด ตั้งอยู่ในซอยสำนักตะแบก หมู่ 8 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง พบนางศศิภรณ์ ทาโทน อาชีพนักธุรกิจเจ้าของบริษัท ฮีทฟาร์ม จำกัด ผู้ผลิตชีสส่งขายทั้งในและนอกประเทศ ยืนรออยู่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าวเปิดเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวและกาแฟสดชั้นเดียว โดยนางศศิภรณ์ พาไปชี้จุดที่คนร้ายงัดประตูเข้าไป แล้วก่อเหตุลักทรัพย์ ก่อนเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ร้านแห่งนี้ตนได้ปิดกิจการมานานกว่า 2 เดือนแล้ว แต่ทรัพย์สินและอุปกรณ์ทำมาหากินยังเก็บไว้ในร้าน โดยเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางมารดน้ำต้นไม้ตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน

 

กระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. วันเดียวกัน ตนย้อนกลับมาเอาของที่ร้านอีกครั้งและพบว่าประตูทางเข้าถูกคนร้ายงัดจนพังเสียหาย เมื่อตรวจสอบทรัพย์สินปรากฏว่าเครื่องทำกาแฟพร้อมอุปกรณ์ทั้งชุด รวมถึงถังแก๊ส 3 ใบ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 1 แสนบาท ได้หายไป นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์เครื่องครัวหลายอย่างถูกคนร้ายยกออกมาวางไว้ที่บริเวณข้างร้าน ตนจึงวางแผนจอดรถซุ่มดูเหตุการณ์เพราะคิดว่าผู้ที่ก่อเหตุน่าจะย้อนกลับมาขนทรัพย์สินดังกล่าวไปอีกกระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น. มีผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 คน ขับรถ จยย. 2 คัน มาจอดที่ข้างร้าน

 

จากนั้น 2 ใน 3 ทำทีไปเขย่าต้นละมุดเพื่อเก็บผลมากิน ส่วนอีกคนเดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ข้างร้าน แต่ตอนนั้นตนยังไม่ทำอะไรและไม่ได้แจ้งตำรวจ เพราะยังไม่เห็นหลักฐานคาตา ซึ่งในเวลาต่อมาทั้ง 3 คนจึงขับรถ จยย.ออกไปจากร้าน จนเมื่อเวลา 20.00 น. วันเดียวกัน มีชายไทย 1 คน อายุประมาณ 25-30 ปี หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่มารอบแรก ได้ขับรถ จยย.มาจอดภายในบริเวณร้านอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง ตนเลยมั่นใจน่าจะเป็นคนร้ายที่เข้ามาโจรกรรมทรัพย์สินแน่ๆ จึงโทรศัพท์เรียกลูกน้องและนางศุภานัน ทิมเที่ยง ผญบ.หมู่ 8 ต.โป่ง ให้มาช่วยกันควบคุมตัวไว้ได้

 

3 4

 

ก่อนที่จะประสานตำรวจ สภ.หนองปรือ ให้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ และทราบชื่อผู้ต้องสงสัยรายนี้คือนายปัญญา มณีภาพ อายุ 27 ปี ซึ่งตอนแรกเจ้าตัวอ้างว่าขับรถเข้ามาเพื่อแวะปัสสาวะเท่านั้น แต่เมื่อตำรวจสอบเค้นอย่างหนักจึงยอมรับว่าได้ร่วมกับพวกอีก 2 คน ขโมยทรัพย์สินในร้านไปจริง และสัญญาว่าจะพาไปตามเอาทรัพย์สินที่ขโมยไปมาคืน นอกจากนี้นายปัญญา ยังบอกว่าตนเองทำงานเป็นช่างไฟอยู่กับนายจันทร์ ทองคำ อายุ 43 ปี ผู้รับเหมาก่อสร้างในเขต อ.บางละมุง ตนจึงขอเบอร์โทรศัพท์นายจ้างแล้วโทรไปสอบถามจนทราบว่านายปัญญา ออกจากงานไปนานแล้ว และยังเคยก่อเหตุขโมยเครื่องมือช่างของนายจันทร์ ไปด้วย

 

นางศศิภรณ์ เล่าให้ฟังอีกว่า ในเวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ประจำตู้ยาม ต.โป่ง จึงมอบหมายให้ตำรวจอาสาคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ตู้ยามตำรวจสี่แยกมิตรกมล ซึ่งมีนายตำรวจระดับรองสารวัตรเข้าเวรอยู่ โดยทำการล็อคกุญแจมือติดกับกะบะหลังรถปิ๊กอัพ โดยมีตำรวจอาสาอีก 1 คน ขับรถ จยย.ของผู้ต้องหาตามหลังไป พร้อมกับแจ้งให้ตนขับรถยนต์ไปเจอกันที่ตู้ยาม หลังจากตนไปรออยู่นานนับชั่วโมง ตำรวจอาสาทั้ง 2 นาย ได้ขับรถปิ๊กอัพเดินทางมาที่ตู้ยามตำรวจแยกมิตรกมล และพบว่าหนึ่งในนั้นมีแผลแตกที่ศีรษะจนเลือดอาบ

 

1

 

โดยทั้งคู่แจ้งว่าระหว่างทางคนร้ายได้สะเดาะกุญแจมือแล้วทำร้ายร่างกายตำรวจอาสา ก่อนชิงเอารถ จยย.ที่ใช้ก่อเหตุขับหลบหนีไป ทำให้ตนเกิดความสงสัยว่าคนร้ายหนีไปได้อย่างไรทั้งๆ ที่สวมกุญแจมือติดกับรถปิ๊กอัพ จึงสอบถามข้อเท็จจริงไปยังผู้บังคับบัญชาของตำรวจอาสาทั้ง 2 คน และได้รับคำตอบว่าจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ให้ ก่อนที่จะแจ้งให้ผู้สื่อข่าวให้ทราบเรื่องเพื่อให้ค้นหาความจริงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีเงื่อนงำอะไรหรือไม่

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในระหว่างที่นางศศิภรณ์ กำลังให้สัมภาษณ์อยู่นั้น นายจันทร์ ทองคำ ผู้รับหมาก่อสร้างที่เคยถูกนายปัญญาก่อเหตุลักทรัพย์ โทรศัพท์มาบอกกับนางศศิภรณ์ ว่าได้เบาะแสของคนร้ายรายนี้ หลังจากมีผู้ไปพบเห็นว่าเจ้าตัวเช่าห้องพักอาศัยอยู่กับภรรยาที่ห้องเช่าแห่งหนึ่งในซอยมาบตาโต้ 2 เขตเทศบาล ต.หนองปรือ นางศศิภรณ์ จึงโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ ทราบ ซึ่งยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ แต่ล่าสุดในวันนี้ (24 มี.ค.) ตำรวจได้ทำการออกหมายจับนายปัญญาต่อไป

Reporter : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Photo : ธีระรักษ์ สุทธาธิวงษ์   Category : ข่าวอาชญากรรม

แสดงความคิดเห็น


    
*

ข้อความหรือความเห็นที่เข้าสู่โปรแกรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของระบบ และมีสิทธิ์อย่างถูกต้องที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ กรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ และใช้วิจารณญาณในการอ่านทุกข้อความ หากท่านเห็นข้อความใดผิดต่อกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ webmaster@pattayadailynews.com